สถานศึกษาพอเพียง

 

 

     บทเรียนความสำเร็จในการใช้เศรษฐกิจพอเพียงเพื่อจัดการเรียนรู้

                                                                 โดย  นายสุเพียบ  สอนใจ   

                                                               ครูโรงเรียนเชียงขวัญพิทยาคม 

            โรงเรียนเชียงขวัญพิทยาคม เดิมชื่อ โรงเรียนโพธิ์กลางพิทยาคม สังกัด กรมสามัญศึกษา    กระทรวงศึกษาธิการ   ได้อนุมัติให้เปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนเชียงขวัญพิทยาคม เมื่อวันที่  1  เมษายน 2540  สังกัด กองการมัธยมศึกษา กรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ  ได้รับอนุมัติจัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2525 โดยใช้ที่ดินสาธารณประโยชน์ดงบ้านแมด หมู่ที่  5  ตำบลบ้านเขือง  อำเภอธวัชบุรี  จังหวัดร้อยเอ็ด ปัจจุบันเป็นหมู่ที่ 2 ตำบลเชียงขวัญ อำเภอเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด  มีเนื้อที่ 48 ไร่ 200 ตารางวา เปิดสอนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จนถึงปีการศึกษา 2538  ได้รับอนุมัติให้เปิดสอนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย  มีนักเรียน  1  ห้อง  48  คน   ในปี 2525 ที่เปิดในปีแรก มีครู 5 คน นักเรียน 80 คน  มี 2 ห้องเรียน โดยอาศัยอาคารมุงหญ้าในโรงเรียนบ้านแมด  ซึ่งเป็นโรงเรียนประถมศึกษาที่อยู่ใกล้เคียง เป็นที่จัดการเรียนการสอน

            ปัจจุบันโรงเรียน สังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขึ้นพื้นฐาน  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1  มีอาคารเรียนถาวร 2  หลัง  แบบ 106 ล และ แบบ 216 ล(ปรับปรุง 29)   อาคารชั่วคราว  1  หลัง   ซึ่งใช้เป็นโรงอาหาร บ้านพักครู 5 หลัง ห้องน้ำห้องส้วมนักเรียน 3   หลัง   โรงฝึกงาน  1  หลัง   หอประชุมโรงอาหารแบบ 100/27 จำนวน 1 หลัง ปีการศึกษา 2552    มีครู อาจารย์ 27 คน  ลูกจ้างฯ 4 คน นักเรียน 508 คน จำนวน 15  ห้องเรียน  นายระวี   ขุณิกากรณ์ ผู้อำนวยการเชี่ยวชาญ   เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนเชียงขวัญพิทยาคม  โรงเรียนผ่านการรับรองจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน)  สมศ. รอบ 2 อยู่ในระดับดีมาก  ได้รับคัดเลือกเป็นโรงเรียนผู้นำการเปลี่ยนแปลง โรงเรียนดีใกล้บ้าน (โรงเรียนในฝันรุ่นที่ 2)  โรงเรียนคุณธรรมชั้นนำ  เป็นสถานศึกษาพอเพียง ปี 2550  ที่ดำเนินการตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

            ข้าพเจ้า นายสุเพียบ  สอนใจ  ตำแหน่ง  ครูชำนาญการพิเศษ  โรงเรียนเชียงขวัญพิทยาคม อำเภอเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด  สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาร้อยเอ็ด  เขต 1  ปัจจุบัน อายุ 48 ปี  ภูมิลำเนาเดิมจังหวัดสุรินทร์  บิดามารดาประกอบอาชีพเกษตรกรรม  มีพี่น้องร่วมท้องเดียวกัน 6 คน  ชาย 2 หญิง 4 คน  พี่น้องทั้งหมดประกอบอาชีพเกษตรกรรม พนักงานบริษัทฯ  ข้าพเจ้ารับราชการเป็นข้าราชการครู บรรจุครั้งแรกที่ โรงเรียนสังขะ อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์  (สังกัด กรมสามัญศึกษา เดิม)  เมื่อปี พ.ศ.2526 ตำแหน่ง ครู 1  ขั้น 1,950 บาท  วุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)  ย้ายภูมิลำเนาไปปฏิบัติหน้าที่ราชการครูรวมกับคู่สมรสที่ โรงเรียนเชียงขวัญพิทยาคม อำเภอเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด ตั้งแต่ปี 2538 

            ตลอดค่อนชีวิต ข้าพเจ้าดำเนินชีวิตอย่างพึงระวัง ประหยัด เพราะฐานะของครอบครัวไม่ค่อยดีนัก ใช้จ่ายให้คุ้มค่าที่สุด จะจับจ่ายใช้สอยอะไร  คิดแล้วคิดอีก กำเงินไว้จนเหงื่อออก  สิ่งใดพอทนได้ก็ทน  หลังจากบรรจุเข้ารับราชการได้ประมาณ 1 ปี  ก็ศึกษาต่อระดับประกาศนียบัตรการศึกษาชั้นสูง (ป.กศ.สูง)  ที่วิทยาลัยครูสุรินทร์ (สมัยนั้น)  ในระบบ อคป.(อบรมครูประจำการ)  ศึกษาในวันเสาร์อาทิตย์ 2 ปี จบการศึกษาระดับ ป.กศ.สูง  และศึกษาต่อระดับปริญญาตรี ณ ที่เดิม  รับพระราชทานปริญญาบัตรจาก สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ  ที่สวนอัมพร กรุงเทพมหานคร เมื่อปี 2532  เป็นสิ่งที่ประทับใจที่สุดในชีวิต 

            ตลอดช่วงการศึกษาต่อติดต่อกัน 4 ปี  เรียนเฉพาะเสาร์อาทิตย์   ใช้งบประมาณของตนเองเป็นค่าเล่าเรียน  ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย  ทำให้เรารู้คุณค่าของการประหยัด อดออม และอดทนอย่างยิ่ง  ขณะนี้ข้าพเจ้ากำลังศึกษาต่อระดับปริญญาโท ภาคนอกเวลาราชการ  มหาวิทยาลัยมหาสารคาม วิชาเอกการบริหารการศึกษา

            การนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้ในชีวิตประจำวัน  ข้าพเจ้าได้ยินคำว่า  ไร่นาสวนผสม เกษตรทฤษฎีใหม่  ตั้งแต่เรียนอยู่ที่โรงเรียนสุรวิทยาคาร อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์  ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น  แต่ก็ยังไม่เข้าใจและลึกซึ้ง ได้ยินจากผู้หลักผู้ใหญ่กล่าวถึง  ประกอบกับปี 2550  โรงเรียนเชียงขวัญพิทยาคม  ได้สมัครเข้าร่วมโครงการเพื่อรับการประเมินสถานศึกษาพอเพียง  โดยมี ดร.ปรียานุช  พิบูลสราวุธ  เป็นหัวหน้าโครงการฯ  และผ่านการประเมินเป็นสถานศึกษาพอเพียง ประจำปี 2550 นายระวี  ขุณิกากรณ์  ผู้อำนวยการโรงเรียนเชียงขวัญพิทยาคม  ข้าพเจ้าและคณะจำนวนหนึ่ง  เดินทางไปรับรางวัลที่หอประชุมคุรุสภา กรุงเทพมหานคร โดยมี นายสมชาย  วงศ์สวัสดิ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สมัยนั้น  เป็นผู้มอบป้ายสถานศึกษาพอเพียง  รู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทำงานให้กับในหลวง  ข้าพเจ้าเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนการนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเข้าสู่โรงเรียน เพื่อเป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน  โรงเรียนได้รับคัดเลือกเป็นสถานศึกษาพอเพียง เป็นโรงเรียนแกนนำ  ที่จะต้องขับเคลื่อนขยายเครือข่ายไปยังสถานศึกษาในอำเภอเชียงขวัญ หน่วยงานราชการอื่น  ได้เป็นวิทยาทานให้ความรู้และช่วยเหลือครูด้วยกัน แนะนำนักเรียน เขียนแผนการจัดการเรียนรู้สอดแทรกปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  ข้าพเจ้าสอนวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1, 5  โดยเฉพาะวิชา เทเบิลเทนนิส

(ปิงปอง)  แฮนด์บอล  เซปัค-ตะกร้อ ฟุตบอล และวิชาแบดมินตัน   เมื่อจบบทเรียนให้นักเรียนถอดบทเรียน ภายใต้ 3 ห่วง 2 เงื่อนไข  ประกอบด้วย ความมีเหตุผล ความพอประมาณ การมีภูมิคุ้มกัน  ความรู้ และคุณธรรม  ให้การช่วยเหลือเสนอแนะให้กับโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการฯ  สมัครรับการประเมินสถานศึกษาพอเพียงในปี 2552  ซึ่งในอำเภอเชียงขวัญ สมัครเข้ารับการประเมินทั้งสิ้น 15 โรงเรียน  มากที่สุดในประเทศก็ว่าได้ เป็นวิทยากร แนะนำ นิเทศ ก่อนรับการประเมินให้กับ คณะครู นักเรียนโรงเรียนบ้านวังปากบุ่ง โรงเรียนบ้านดงบัง โรงเรียนบ้านแมด เป็นต้น  ได้ต้อนรับการศึกษาดูงานสถานศึกษาพอเพียง ที่เดินทางมาจากโรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1 จากเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์  เขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม  ร่วมเป็นคณะวิทยากรการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ ให้กับโรงเรียนกลุ่มเป้าหมายของโรงเรียนในสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาร้อยเอ็ด เขต ๑  เป็นโรงเรียนแกนนำจัดตลาดนัดทางวิชาการการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การถอดบทเรียนเวทีเด็กนักเรียน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1   ปีการศึกษา 2551 นำนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1  จำนวน  40 คน  ปลูกฝรั่ง ให้นักเรียนดูแล รักษา จนได้ผลผลิต และให้ถอดบทเรียนจากการปลูกฝรั่ง โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  นอกจากนี้ได้เขียนตัวอย่างแผนจัดการเรียนรู้วิชา สุขศึกษา วิชาห้องสมุดและการใช้สารสนเทศ  วิชาลูกเสือ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  ที่สอดแทรกปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  เผยแพร่ให้กับโรงเรียนที่สนใจ

            นอกจากนี้  ข้าพเจ้าได้เข้ารับการอบรม ศึกษาเพิ่มเติมในการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การเรียนการสอน  ทำให้รู้ว่าปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  เป็นแนวคิดที่ลึกซึ้งมาก  ยิ่งศึกษายิ่งทรงคุณค่ามาก  แต่ก่อนเข้าใจว่า เศรษฐกิจพอเพียงก็คือ การปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ การทำไร่ทำนาธรรมดา ๆ แต่พอใช้หลัก 3 ห่วง 2 เงื่อนไข ทำให้รู้และเข้าใจให้เราเกิดแนวคิดที่คุ้มค่าและยั่งยืน  หากคนไทยทุกคนน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงใช้ในการดำรงชีวิต ปัญหาประชาชนมีหนี้สิน การใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือย ไม่พอประมาณ ปัญหาสังคมจะไม่เกิดขึ้นเหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน  ปกติแล้วคนเราทุกคนได้ปฏิบัติตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอยู่แล้ว  แต่ไม่ได้จัดระบบแนวคิด และนำหลัก 3 ห่วง 2 เงื่อนไข  เข้าไปจับ  กิจกรรมทุกอย่างเมื่อปฏิบัติเสร็จแล้ว ถ้าสามารถถอดบทเรียนได้ จะดีมาก   เพราะแนวคิดทฤษฎีปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  จะค่อย  ๆ ซึมซับ  ทำให้เราเกิดแนวคิด ทำให้เรามีเหตุมีผล สามารถดำรงตนในชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข และยั่งยืน

จากปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ข้าพเจ้าได้น้อมนำมาประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิต เป็นตัวอย่างให้กับนักเรียน ชุมชน และครอบครัว  ได้รับรางวัลข้าราชการตัวอย่าง กระทรวงศึกษาธิการ ปี 2531  รางวัลคนดีมีน้ำใจ จากกระทรวงวัฒนธรรม  ปี 2546   

รางวัลครูดีในดวงใจ ปี 2551 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1  ได้รับรางวัลชนะเลิศบุคคลดีเด่นที่ดำเนินชีวิตตามแนวพระราชดำรัส 9 ประการ  จากสำนักงานสภาวัฒนธรรมกิ่งอำเภอเชียงขวัญ   เมื่อปี  2544  ประกอบด้วย  พากเพียรอดทน  เสริมสร้างคนดี  รู้รักสามัคคี  มีน้ำใจ      ใฝ่ประหยัด  ซื่อสัตย์สุจริต  เศรษฐกิจพอเพียง  เรียงร้อยไมตรี  หวังดีมีเมตตา  ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฎี แนวคิด ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  ที่ประชาชนทุกคนพึงนำไปประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตเพื่อให้เกิด ความรู้ คู่คุณธรรม ความมีเหตุมีผล ความพอประมาณ มีภูมิคุ้มกันที่ดี เราก็สามารถดำรงตนอยู่ในโลกแห่งความเปลี่ยนแปลงทุกเวลาได้อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน.

                                                                   สุเพียบ  สอนใจ

                                                          ครูโรงเรียนเชียงขวัญพิทยาคม

                                                                   กุมภาพันธ์ 2553