.....

        ผมอาศัยบ้านแม่ยายอยู่ที่หมู่บ้านเศรษฐกิจ ซอยเข้าบ้านอยู่เยื้อง ๆ กับโรงเรียนอัสมัมชัญธนบุรี

        แต่ไหนแต่ไรมาแล้วก็ไม่ค่อยจะสนใจเรื่องราวของโรงเรียนนี้มากนัก ออกจะเบื่อ ๆ เซ็ง ๆ ด้วยซ้ำไป เพราะวันดีคืนดีน้ำท่วมโรงเรียนก็สูบระบายออกมาทิ้งถนนหน้าโรงเรียนเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านอย่างหน้าตาเฉย

        บางทีก็พยายามจะขับใสไล่สงรถเมล์โดยสารประจำทางที่ชาวบ้านชาวช่องแถวนั้นอาศัยเดินทางไปจอดที่อื่นที่มิใช่ถนนหน้าโรงเรียน

        ยังไม่รวมถึงปริมาณรถยนต์มหาศาลที่ขับมารับส่งนักเรียนในช่วงเช้าและเย็น ทำให้ถนนที่แคบเล็กแน่นขนัด รวมทั้งท่าทีพฤติกรรมน่าเบิร์ดกระโหลกของบรรดานักเรียนวัยกระเต๊าะ

        เพราะว่าผมต้องวิ่ง ภรรยาผมจึงแนะนำให้ไปวิ่งที่นั่น จากนั้นก็ค่อยเอาตัวไปเกี่ยวพันกับโรงเรียนนี้

        โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรีใหญ่โต กว้างขวางมาก มีสนามฟุตบอลขนาดมาตรฐาน ถนนรอบสนามเป็นลู่วิ่งเทลาดด้วยยางมะตอย เหมาะกับการวิ่งออกกำลังกายเป็นอย่างยิ่ง

        จะว่าไปผมชอบวิ่งบนพื้นยางมะตอยที่สุดครับ มีความรู้สึกว่าพื้นมันนุ่มกว่าการวิ่งบนพื้นถนนซีเมนต์หรือพื้นถนนตัวหนอน

        พื้นถนนรอบสนามฟุตบอล ยามเลิกเรียนเป็นที่จอดรถของบรรดาผู้ปกครองที่มารับลูกหลาน ต้องรอให้รถออกไปจำนวนหนึ่งจึงจะสามารถเข้าไปวิ่งได้ โน่นแหละครับกว่าจะซาก็หลังห้าโมงเย็นไปแล้ว

        มีคนมาวิ่งออกกำลังกายเยอะทีเดียวครับ และคาดว่าจะเป็นชาวบ้านชาวช่องแถวนี้เป็นส่วนใหญ่ เพราะบางคนเดินมา บางคนปั่นจักรยานมา

        หลังออกงาน และไม่ได้ไปวิ่งที่สวนลุมแล้ว ผมก็ยึดเอาถนนรอบสนามฟุตบอล ร.ร.อัสสัมชัญธนบุรีนี่แหละ เป็นที่วิ่ง

        ช่วงแรก ๆ ฟิตเปี๊ยะ และค่อนข้างมีเวลา วิ่งทั้งเช้าและเย็น เช้าตื่นตั้งแต่ไก่โห่ออกไปวิ่ง เพราะหากสายรถจะเยอะเพราะพ่อแม่เริ่มมาส่งลูกเข้าเรียน ตอนเย็นก็ออกไปหลังห้าโมงเย็น เลี่ยงการจราจรที่แน่นหนุบหนับ ทำอย่างนั้น หมายถึงวิ่งเช้าวิ่งเย็น อยู่เกือบสัปดาห์ก็สรุปบทเรียนกะตัวเองว่าหนักไป ก็เลยลดเหลือแค่ตอนเย็น  

        พฤติกรรมการวิ่งของผมก็เช่นเดียวกับที่วิ่งที่สวนลุม เริ่มต้นด้วยการวอมร่างกาย ยืดเส้นยืดสายเล้กน้อย แล้วก็วิ่งยาว คะเนให้ได้ราว ๔๐ นาที จากจำนวนเพลงที่ฟัง ราว ๑๐-๑๒ เพลง หลังจากนั้นก็จะหยุดวิ่งเปลี่ยนมาเป็นเดินอีก ๑ รอบสนาม และหากยังมีเวลาก็ปั่นจักรยานรอบสนามอีก ๓- ๕ รอบ

.....

 

        ผมวิ่งต่อเนื่องเกือบจะทุกวันราว ๑ เดือน ปรากฏว่ากลับไปใส่กางเกงได้สบายเหมือนตอนซื้อใหม่ ๆ เข็มขัดที่เคยขยับไปใช้รูที่เลื่อนออกไปก็กลับมาใช้รูเดิมได้ แถมยังหลวมนิด ๆ

        จาก ๖๕ ก.ก. เมื่อเดือนที่แล้ว ขยับลงมาเหลือ ๕๙ ก.ก. เป็นอันว่าประสบความสำเร็จแล้ว แต่ผมยังไม่หายมันกับการวิ่ง การวิ่งกลายเป็นกิจวัตรไปเสียแล้ว

        และเป็นเพราะต้องทำมาหากินเลี้ยงตัวและลูกเมีย จึงมีเหตุทำให้ต้องออกเดินทางไปทำงานต่างจังหวัด สิ่งแรกที่วางแผนคือ ในจังหวัดที่ไปพักจะไปวิ่งที่ไหน พร้อมกับคำนวนเวลาเดินทางให้มีเวลาวิ่งอย่างเพียงพอ

        ...เป็นถึงขนาดนั้นครับ...

 

.....