๒ ตุลาคม ๒๕๕๓
เรียน เพื่อนครู ผู้บริหารและผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน
วันจันทร์ที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๓ วันนี้ถึงสำนักงานเขต โผล่เข้าห้องสโมสรปรากฏว่าโต๊ะเก้าอี้ถูกปรับเปลี่ยนเป็นโต๊ะประชุมไปเรียบร้อยแล้ว เห็นเขียนป้ายว่าจะใช้เป็นที่ทำเรื่องขอรับเงินบำเหน็จบำนาญของผู้เกษียณอายุราชการ ถูกกระชับพื้นที่เข้ามาจนรู้สึกไม่สะดวกในการทำงาน ขึ้นไปห้องทำงานมีวาระประชุมอยู่ ๒ รายการที่ต่อเนื่องกัน แต่ห้องประชุมเล็กที่อยู่ฝั่งเขตมัธยมไม่ว่าง จึงให้เลขานุการปรับห้องทำงาน ผอ.เขต เป็นห้องประชุมเพื่อแก้ปัญหา คณะแรกเป็นคณะทำงานหาสถานที่สร้างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑ มีคณะกรรมการเขตซึ่งเป็นบุคคลภายนอกมาร่วมด้วยช่วยกัน ๓ ท่าน นอกนั้นเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนและรอง ผอ.เขต มีการเสนอข้อมูลที่น่าสนใจ ๒ –๓ จุด แต่ต้องไปตรวจสอบและขอใช้จากธนารักษ์จังหวัดและผู้ว่าราชการจังหวัด เมื่อได้ข้อยุติจึงปิดประชุม คณะต่อมาคือคณะกรรมการกลั่นกรองพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนครั้งที่ ๒ (๑ ตุลาคม ๒๕๕๓) ตรวจสอบโควตาและเม็ดเงินใหม่ เพราะต้องแยกประถมศึกษาและมัธยมศึกษาออกจากกัน ของผู้บริหารต้องลดจำนวนลงให้ไม่เกิน ๑๕ % ได้คนเกษียณอายุราชการ ๓ คนพอดีจึงไม่กระทบกระเทือน ผู้มีสิทธิเลื่อนขั้น สำหรับของครู และลูกจ้างประจำก็ใช้ข้อมูลที่โรงเรียนเสนอมา เที่ยงก็จบทุกบัญชี ให้ฝ่ายเลขานุการ ไปเตรียมข้อมูลเพื่อเสนอ อ.ก.ค.ศ. เขต พิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนในวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๕๓

บ่ายนั่งเซ็นแฟ้มเอกสารทางการเงินจนเย็น เดินทางไปภัตตาคารกุ้งเต้น สุดถนนปทุมสัมพันธ์เพื่อเป็นประธานงานเกษียณอายุราชการของครูในเขตอำเภอสามโคก เขาบอกว่าในอดีตภัตตาคารแห่งนี้มีชื่อที่สุดในปทุมธานี ห้องจัดงานอยู่ชั้น ๒ เปิดโล่ง มีพัดลมเพดานพัดสนั่น อากาศร้อนมาก จึงเป็นความทุกข์ทรมานของคนที่เคยชินกับห้องแอร์อย่างยิ่ง แต่พอนั่งไปสักพักร่างกายเริ่มปรับตัวได้ มีแขกภายนอกมาร่วมหลายท่าน เช่น คณะของนายก อบจ.ปทุมธานี นายชาญ พวงเพ็ชร พิธีการมีทั้งรดน้ำและมอบของที่ระลึก ประมาณ ๒ ทุ่มเดินทางกลับ
วันอังคารที่ ๒๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๓ เช้านี้มีประชุมหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดที่ศาลากลาง เวลาเดียวกันเจ้าหน้าที่ในสำนักงานนัดหมายลงเรือเพื่อศึกษาดูงานสภาวะน้ำท่วมในแม่น้ำเจ้าพระยาและเลี้ยงส่งผู้เกษียณอายุราชการทั้งปกติและก่อนกำหนด เริ่มต้นจากท่าน้ำปทุมธานี ไปถึงพระราชวังบางปะอิน การประชุมวันนี้คนขาดกันมากเพราะใกล้สิ้นปีงบประมาณ นายปรีชา บุตรศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานการประชุม มีหัวหน้าส่วนราชการที่เกษียณอายุราชการมากล่าวอำลา ๓ ท่าน คือ ที่ดินจังหวัด บังคับคดีจังหวัด และนายช่างแขวงการทาง ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดปรารภให้ฟังว่า บ่ายนี้คงทราบผลว่าจะอยู่หรือจะไปสำหรับตัวท่านเอง เพราะเหลืออายุราชการเพียงปีเดียว ไม่อยากดิ้นรนให้เสียศักดิ์ศรีของข้าราชการไทย อยู่ร่วมประชุมถึง ๑๑ นาฬิกา จึงออกจากห้องประชุม ให้รถไปส่งที่ท่าเรือวัดโพธิ์แตงใต้ ในเขตอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อลงเรือสมทบกับคณะ น้ำมากจนล้นฝั่ง บ้านเรือน วัด โรงเรียน ล้วนถูกน้ำท่วมขังถ้วนหน้าหากแนวกั้นน้ำไม่แข็งแรง ในเรืออากาศค่อนข้างร้อนเพราะไม่มีเครื่องปรับอากาศ หากเรือวิ่งก็ดีหน่อยเพราะมีลม เป็นเรือ ๒ ชั้น ชั้นบนจัดพิธีแสดงมุทิตาจิตกับเพื่อนพ้องน้องพี่ที่เกษียณอายุราชการและออกจากราชการก่อนกำหนด เรือทวนน้ำขึ้นไปถึงพระราชวังบางปะอิน อากาศยามบ่ายยิ่งร้อนจนรู้สึกว่าตับจะแตกคิดถึงบทพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ ๕ ที่ทรงบรรยายถึงอากาศร้อนเมื่อเสด็จประพาสทางเรือว่า ที่ประทับอยู่ใกล้ปล่องควันร้อนเหมือนคนอยู่ไฟตอนออกลูก เรือจอดให้คณะลงไปเยี่ยมวัดนิเวศธรรมประวัติที่สร้างอาคารแบบฝรั่ง สวยงามมาก มีกระเช้าข้ามฟากไปยังฝั่งพราชวังบางปะอิน ใครจะบริจาคเท่าไรก็หยอดเหรียญเอา กว่าจะรู้ก็ข้ามฟากมาอีกฝั่งแล้ว ไว้โอกาสหน้าค่อยมาหยอดชดเชย การเข้าชมพระราชวังบางปะอินต้องซื้อตั๋ว ๓๐ บาท วันนี้ไม่ได้เข้าไปชมเพราะเคยแล้วเมื่อหลายปีก่อน ให้รถตู้มารับที่จุดนี้เพราะเย็นต้องไปเป็นประธานงานเกษียณอายุราชการครูอำเภอคลองหลวง ที่โรงเรียนชุมชนวัดบางขัน จากบางปะอินมาถึงปทุมธานีใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาทีก็ถึง แต่เวลานั่งเรือใช้เวลานาน เดินทางต่อไปที่โรงเรียนชุมชนวัดบางขัน อำเภอคลองหลวง เพราะสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษาเขาจัดงานแสดงมุทิตาจิตให้ผู้เกษียณอายุราชการทั้งก่อนกำหนดและเกษียณจริง จัดเลี้ยงแบบโต๊ะจีน ครูมากันมาก ผู้เกษียณมาร่วมงานประมาณ ๓๐ คน มีพิธีรดน้ำ ได้กล่าวแสดงความยินดีและมอบของที่ระลึก อยู่ร่วมงานไม่นานก็ลากลับ มานั่งลงชื่อในแฟ้มเอกสารที่เขตจนถึงสามทุ่มจึงกลับที่พัก ค้นหาข่าวมติการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นายปรีชา บุตรศรี ถูกย้ายเข้าไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง ตามคาดหมาย เหลืออายุราชการเพียงปีเดียวจะเกษียณอายุราชการ ผมเคยเห็นผู้ว่าราชการจังหวัดที่เหลืออายุราชการเพียง ๔ เดือนต้องย้ายมารับตำแหน่งรองอธิบดีกรมการปกครองมาหนหนึ่งแล้วที่ชุมพร ในวงการมหาดไทยเขาคิดกันอย่างไรอ่านไม่ค่อยออก รู้แต่ว่าคนที่รับราชการมาจนจะถึงเส้นชัยย่อมน้อยอกน้อยใจเป็นธรรมดา

วันพุธที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๓ เช้าเดินทางไปเป็นประธานพิธีแสดงมุทิตาจิตแก่ครูที่เกษียณอายุราชการที่โรงเรียนขจรทรัพย์อำรุง ในบริเวณศูนย์ซ่อมและสร้างยานพาหนะ กรมสรรพาวุธทหารบก ถนนทางเข้าน้ำท่วมสูงจนรถเล็กไม่สามารถวิ่งได้ ต้องอ้อมไปใช้เส้นทางในกรมทหาร ถึงโรงเรียนคณะครูยืนวิตกกังวลว่าแขกจะมากันน้อย เพราะไม่สะดวกในการเดินทาง เขาเล่าว่าเมื่อคืนฝนตกหนักมาก จนน้ำท่วมขังเต็มไปหมด เข้าไปนั่งรอคนจน ๑๐ นาฬิกา มีแขกมาสมทบมากขึ้น จึงได้ทำพิธีเปิดงานแสดงมุทิตาจิต ความจริงโรงเรียนนี้ไม่มีครูเกษียณ มีแต่ครูเกษม(ออกก่อนกำหนด) รวมทั้งสิ้น ๖ คน เขาสั่งโต๊ะจีนมาเลี้ยงแขก เห็นยังไม่เที่ยงจึงลาเจ้าภาพกลับ มาแวะทานก๋วยเตี๋ยวที่ร้านเจ๊วรรณ ถนนสายเก่า ก่อนกลับเข้าเขต บ่ายมีประชุม อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา มีเรื่องพิจารณาเร่งด่วน ๒ เรื่อง คือ การพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการผู้เกษียณอายุราชการและเกษียณก่อนกำหนด การกำหนดสัดส่วนการแต่งตั้งผู้บริหารโรงเรียนจากการรับย้ายต่างเขตและการแต่งตั้งจากบัญชีคัดเลือก เขต ๑ มีอัตราว่างเพียง ๗ ตำแหน่ง ที่ประชุมมีมติให้รับย้าย ๓ ตำแหน่งและแต่งตั้งจากผู้ได้รับคัดเลือก ๔ ตำแหน่ง เป็นอันปิดบัญชีเพราะเหลืออยู่ ๔ ราย เย็นเดินทางไปโรงเรียนวัดหงส์ประทุมาวาส เพื่อร่วมงานแสดงมุทิตาจิต ผอ.จุฑาพงศ์ เลี้ยงตน ที่ขอเกษียณก่อนกำหนด และคุณครูสมบูรณ์ ที่เกษียณอายุราชการ ฟ้ามืดไปด้วยเมฆฝน จนเจ้าภาพต้องกางเต้นท์ไว้เต็มสนามหน้าโรงเรียน แต่ก็มีผู้เจรจากับเทวดาให้หยุดฝนไว้ก่อนและได้ผลด้วย ไม่มีฝนเทลงมาให้เสียงานเสียการ มีครูโรงเรียนวัดหงส์ปทุมาวาส คนหนึ่งเก่งในเรื่องการประพันธ์เพลง เขานำมาร้องในเนื้อหาที่เกี่ยวกับครูเกษียณอายุได้ไพเราะและมีความหมาย อยู่จนเจ้าภาพกล่าวขอบคุณแขกจึงลากลับ มานั่งเซ็นแฟ้มที่สโมสรอีกหน่อยจึงกลับบ้านพักผ่อน

วันพฤหัสบดีที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๓ ภาคเช้าเดินทางไปโรงเรียนวัดท้ายเกาะ อำเภอสามโคก เพื่อร่วมงานวางศิลาฤกษ์อาคารเรียน ซึ่ง อบจ.ปทุมธานี สร้างให้ด้วยงบประมาณ ๕,๕๐๐,๐๐๐ บาท ถึงโรงเรียนเขาตั้งวงกลองยาวเพื่อเตรียมต้อนรับนายก อบจ.ปทุมธานีซึ่งเป็นประธานในพิธี ผมนั่งคุยกับหลวงพ่อซึ่งนิมนต์มาจากลพบุรีเพื่อทำพิธีพราหมณ์ให้ครบถ้วนตามประเพณีโบราณ มีผู้บริหารโรงเรียน นายก อบต. และประชาชนมาร่วมงานกันมาก พิธีพราหมณ์เริ่มประมาณ ๐๙.๐๐ น. หลวงพ่ออัญเชิญเทวดา เจ้าที่เจ้าทางและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งปวงให้ลงมากินเครื่องสังเวย พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ นายก อบจ. นายชาญ พวงเพ็ชรและผู้ที่ได้รับมอบหมายเลือกไม้มงคล ไปปักเป็นหมุดรองรับแผ่นศิลาฤกษ์ ใช้เวลาจนถึง ๑๑ นาฬิกา จึงเสร็จพิธี เขาเลี้ยงอาหารด้วย แต่ไม่ได้อยู่กินเพราะมีงานเลี้ยงของ สกสค.จังหวัด เลี้ยงส่งท่านรองฯครรชิต หิรัณยหาด ที่ภัตตาคารกุ้งเต้น เป็นการเลี้ยงในหมู่กรรมการด้วยกัน บ่ายทำงานแฟ้มเอกสารจนเย็น ไปกินข้าวที่ภัตตาคารประเสริฐโภชนา ซอยด้านข้างโรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” มีกุ้งแม่น้ำตัวโต ๆ เผากันสด ๆ มีน้ำจิ้มรสชาติดี มาแล้วไม่ผิดหวังสามารถรับแขกบ้านแขกเมืองได้ กลับบ้านนั่งอ่านหนังสือ “คำคมจีน” อ่านแล้วให้ข้อคิดควรคำนึงที่ดี “เรื่องยากต้องทำให้ง่าย เรื่องใหญ่และสำคัญต้องทำอย่างรอบคอบ” “ตาข่ายแห่งสวรรค์แผ่ไพศาล แม้ตาจะห่างแต่ไม่มีอะไรรอดหลุดไปได้” “ความสูงศักดิ์มีความต่ำต้อยเป็นที่ตั้ง ที่ต่ำเป็นฐานของที่สูง” “คนที่รู้ใจผู้อื่นคือผู้มีปัญญา คนที่รู้ใจตนเองคือผู้รู้แจ้ง คนที่ชนะผู้อื่นคือผู้มีกำลัง คนที่ชนะตนเองคือผู้เข้มแข็ง คนรู้จักพอเป็นคนร่ำรวย” “คำจริงไม่ไพเราะ คำไพเราะไม่จริง” “คนเราหากไม่มีเรื่องห่วงใยที่อยู่ไกลตัว ก็มักมีเรื่องกังวลใจที่อยู่ใกล้ตัว” “เรื่องเล็กไม่อดทน ย่อมจะเสียการใหญ่” “ไม่อยากให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อท่านเช่นไร จงอย่าปฏิบัติต่อผู้อื่นเช่นนั้น” “ผู้คนแม้เฉลียวฉลาดปานใด หากไม่สบโอกาส ย่อมไร้ผล” “ใจเมตตา จะสถาปนาตนเองต้องสถาปนาผู้อื่นด้วย จะให้ตนเองสำเร็จต้องช่วยผู้อื่นสำเร็จด้วย” “มิตรภาพของสุภาพชนบริสุทธิ์ใสดั่งน้ำ มิตรภาพของคนถ่อยหอมหวานดั่งเหล้า” “เมื่อใช้ทองแดงส่องแทนกระจก สามารถจัดเครื่องแต่งกายให้เรียบร้อยได้ เมื่อใช้อดีตส่องแทนกระจก ย่อมรู้ถึงความเจริญหรือตกต่ำ หากนำคนมาส่องเป็นกระจก ก็จะทราบถึงความสำเร็จและความผิดพลาด ข้ามักจะใช้กระจกสามบานนี้เพื่อป้องกันความผิดพลาดของข้า” “การชมดอกไม้ต้องไปกับคนบางคน การชมทิวทัศน์ต้องไปกับหญิงสาวบางคน การฟังเสียงฝนที่ดีที่สุดต้องนอนบนเตียงไม้ไผ่ในบ้านหลังเก่ากลางภูเขาในฤดูร้อน สรุปแล้วการจะชื่นชมอะไรสักอย่าง สำคัญอยู่ที่สภาพจิตใจ”

วันศุกร์ที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ เป็นวันแรกของปีงบประมาณ ๒๕๕๔ บรรยากาศดูเงียบเหงา คนที่เกษียณอายุราชการหรือเออลี่รีไทม์ไปแล้วทิ้งโต๊ะว่าง ๆ ไว้ให้ คิดถึงพวกเขาเหมือนกัน ทำงานกันมา ๑ ปี ด้วยความขยันขันแข็ง แต่ด้วยเหตุส่วนตัวจึงต้องลาออกไป ขอให้โชคดีมีสุข คิดถึงก็มาหามาเยี่ยมกันได้ ขึ้นห้องทำงาน มีแฟ้มมาให้ลงชื่อเล็กน้อยมากหากเทียบกับวันที่ผ่านมา สาย ๆ นิติกรจาก สพฐ.มาถึง จึงตั้งโต๊ะประชุมเล็กในห้องทำงานเป็นโต๊ะสืบสวนพิจารณา มีผู้เกี่ยวข้องจาก สพป.แห่งหนึ่ง มาให้ปากคำ ๒ คน ใช้เวลาประมาณ ๒ ชั่วโมงก็เรียบร้อย แต่ยังไม่มีการสรุปในวันนี้ เพราะมีผู้ร้องเรียนเพิ่มเติมเข้ามา ชวนนิติกรกินข้าวกลางวันด้วยกัน เขาบอกว่ามีงานด่วนต้องรีบกลับ จึงชวนเลขานุการ ประชาสัมพันธ์ และนักการภารโรง ไปกินสุกี้ MK ที่ห้างโลตัส บ่ายกลับมาทำงานต่อเพราะกำลังจะปรับเปลี่ยนการมอบหมายงานในเขตใหม่เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทั้งหน่วยงานและตัวบุคคล เวลา ๑๕.๐๐ น. เดินทางไปศาลากลางจังหวัดเพื่อส่งท่านผู้ว่าราชการจังหวัด นายปรีชา บุตรศรี อำลาเมืองปทุมธานีไปรับตำแหน่งใหม่ มีข้าราชการมาส่งกันไม่มาก ส่วนใหญ่ไม่ทราบกำหนดการ ผมมอบไวท์แดงเป็นที่ระลึก ๑ ขวด เพราะด่วนจนหาอย่างอื่นให้ไม่ทัน ปลายเดือนกันยายนได้พบเห็นความเป็นไปของชีวิตราชการจำนวนมาก ทั้งเกษียณ ทั้งเกษม ทั้งย้าย มีทั้งหมดหวัง ผิดหวังและสมหวัง คิดถึงกลอนบทหนึ่งที่คนแต่งคงตั้งใจจะเตือนสติคนรับราชการ

อันยศศักดิ์ เปรียบไป ดั่งหัวโขน จะกระโจน ทะยานไป ในเวหา
แต่ท้ายสุด ก็ต้องลง พสุธา มิอาจพา ล่องลอย ตลอดไป
อันทุกสิ่ง แท้จริง ล้วนเกิดดับ ต้องลาลับ ดับแน่ มิต้องไข
อย่ามัวหลง ลาภยศ สรรเสริญไป ไม่เท่าไร ก็จากไกล ไม่อาวรณ์
ยามที่มี อำนาจ วาสนา คนก็พา เคารพประ จบสลอน
ยามสิ้นไร้ บริวาร ก็จากจร ที่ไหว้วอน ก็ล้วนหาย มลายสิ้น
หากเรามี หัวโขน ให้ต้องใส่ อย่าเอาใจ ไปยึดมั่น ถือเป็นสิน
สักวันหนึ่ง ก็จากไป เป็นอาจิณ ดั่งคำยิน สมบัติ ผลัดกันชม
กำจัด คงหนู
ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑

ถึงแยกไปอยู่สพม.แล้วก็ยังแวะมาเยี่ยมบล็อกของผอ.เสมอ ยังชื่นชมในผลงานและเคารพรักท่านมิเสื่อมคลาย
สวยแปลก
พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้ว่า
"สิ่งใดมีการเกิด สิ่งนั้นมีการดับไปเป็นธรรมดา โลกนี้อยู่ภายใต้กฎ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป" ซึ่งรวมถึงการมีบทบาท อำนาจ หน้าที่ ต่าง ๆ ในวัยทำงานด้วย เมื่อหมดเวลาก็ต้องยุติบทบาท ไม่ยึดติดก็ไม่ทุกข์
ขอให้ทุกท่านที่เกษียณและขอเกษียณก่อนกำหนดทุกท่าน ใช้ชีวิตที่เหลือช่วงสุดท้ายอย่างเกษม นะครับ
ขออนุญาตประชาสัมพันธ์เว็บโรงเรียนค่ะ http://www.thuatong.org/