ความสำคัญของการอธิษฐาน

การอธิษฐาน จำเป็นด้วยหรือ

       ในพระพุทธศาสนา การสร้างบุญสร้างบารมีก็เช่นกัน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนชาวพุทธให้อธิษฐาน           คำอธิษฐาน ก็เหมือนกับโครงการหรือแผนงาน ในการสร้างบุญสร้างบารมีสร้างความดีของเรานั่นเอง ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ระยะสั้นเฉพาะหน้าก็เพื่อความชัดเจนในความดีที่จะทำ ระยะยาวก็เพื่อว่าเมื่อนานวันเข้า มันต้องการความต่อเนื่อง ในระหว่างนั้นจะได้ไม่เกิดความผิดพลาด เราจะเห็นว่า รัฐบาลของแต่ละประเทศ จะมีโครงการระยะยาว สิบปี ยี่สิบปี เขาก็ถือว่ายาวแล้ว ห้าสิบปี นานๆจะมีสักครั้งหนึ่ง ถ้าห้าสิบปีนี่ต้องเป็นโครงการใหญ่มากๆ ต้องระดมนักปราชญ์ราชบัณฑิตทั้งประเทศมาช่วยกันคิด แล้วก็กำหนดโครงการลงไป แต่ว่าในพระพุทธศาสนา โครงการสร้างบารมีสร้างความดีของคนเรา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนไว้ ทั้งระยะสั้น และระยะยาว   ระยะสั้น - แม้แต่วันพรุ่งนี้ก็ต้องมีโครงการ มีแผนงาน   ระยะยาว - ชาตินี้ชาติหน้าก็ต้องมีโครงการ มีแผนงาน ไม่ใช่ว่าแค่ห้าสิบปีหกสิบปี ข้ามชาติยังต้องมี ไม่ใช่แค่ชาติเดียว อย่างหมู่คณะเรานี้จะไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรม กี่ชาติก็นับกันไม่ไหว แม้นับไม่ไหวแต่ก็ต้องนับ ต้องนับว่ากี่ชาติกี่ชาติก็ต้องสร้างอย่างนี้ ก็ต้องทำกันอย่างนั้น           กล่าวโดยสรุป คำอธิษฐาน คือ โครงการในการสร้างบุญสร้างบารมี หรือแผนการในการสร้างบุญสร้างบารมี ทั้งระยะสั้น และระยะยาว เพื่อความรอบคอบความชัดเจนและความต่อเนื่องของเรา ในระหว่างที่ยังต้องเวียนว่ายอยู่ในวัฏสงสาร และไปสิ้นสุดอยู่ที่...พระนิพพาน

     ประการสำคัญ คือ บุญที่เราทำกันนั้น จะส่งผลถึงสามระยะ   1.ส่งผลในชาตินี้   2.ส่งผลในชาติหน้า   3.ส่งผลในชาติต่อๆไป จะอีกกี่ชาติก็ขึ้นอยู่กับว่าบุญมากหรือบุญน้อยขนาดไหน           ดังนั้น การอธิษฐาน จะช่วยให้เราไม่เอาผลแห่งบุญที่เราสร้างมาด้วยความยากลำบากนี้ ไปทำผิดทำพลาด มีแต่จะเอาบุญต่อบุญไปเรื่อยๆ ไม่เฉพาะชาตินี้ แม้ในชาติต่อๆไปจะอีกกี่ชาติก็ตาม เพราะฉะนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงได้ทรงสอนเอาไว้ว่า อธิษฐานบารมี เป็นหนึ่งในบารมีสิบทัศ           จากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ สำหรับคำถามในประเด็นที่ว่า “การอธิษฐาน จำเป็นด้วยหรือ”_เราก็จะได้คำตอบว่า “จำเป็น”   การอธิษฐาน มีฤทธิ์อย่างน้อยสองประการ   ประการที่หนึ่ง) เป็นเรื่องของความฉลาดและความรอบคอบ ที่จะทำให้เราสร้างบุญอย่างต่อเนื่องแม้ข้ามชาติ   ประการที่สอง) เมื่อบุญส่งผล คำอธิษฐานที่ดีงามนี้จะช่วยกำกับเอาไว้ ไม่ให้เราเผลอสติไปหลงลืมตัว เอาผลบุญที่ส่งให้เป็นความสุขความเจริญ ไปทำความเดือดร้อนเสียหายให้กับตนเองและผู้อื่น           สำหรับในกรณีที่มีผู้กล่าวว่า “อธิษฐานนั้นดี แต่ว่าทำบุญนิดๆหน่อยๆ ทำบุญแค่ตักบาตรไม่กี่ทัพพี จะเอานิพพานเชียวหรือ อย่างนี้...ค้ากำไรเกินควร”_ถ้าคิดอย่างนี้ต้องถือว่าดูถูกบุญ            ขอเปรียบเทียบให้เข้าใจง่ายๆดังนี้ เราคงรู้จักซีเมนต์คอนกรีต คอนกรีตประกอบด้วย ผงซีเมนต์ ผสมกับทราย กรวดหรือหิน มีน้ำเป็นตัวประสาน คอนกรีตจะมีคุณภาพดีหรือไม่ดี ก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของผงซีเมนต์ ถ้าผงซีเมนต์ไม่มีคุณภาพ ต่อให้ทราย ต่อให้หิน มีคุณภาพอย่างไร คอนกรีตนี้ก็ใช้ไม่ได้           พวกเราจะฆ่ากิเลส จะถางทางไปพระนิพพาน ทางไปพระนิพพานนั้น คุณภาพต้องดี ถ้าคุณภาพไม่ดี เดี๋ยวไปพังกลางทาง           ไม่ว่าอะไรทั้งในโลกและนอกโลก ทำลายกิเลสไม่ได้ ไฟก็เผากิเลสไม่ได้ น้ำก็ล้างกิเลสไม่ได้ กรดหรือด่างก็กัดกิเลสไม่ได้ ดวงอาทิตย์แม้ร้อนแรงแค่ไหนสว่างเพียงใดก็กำจัดกิเลสไม่ได้ กิเลสจะถูกกำจัดได้ด้วยสิ่งเดียวเท่านั้น สิ่งนั้นคือ บุญ และต้องเป็นบุญที่มีคุณภาพ มีคุณภาพทุกหยดทุกหยาด   การทำบุญที่ถูกหลักวิชชานั้น ต้องประกอบไปด้วย   1.วัตถุทานบริสุทธิ์   2.เจตนาบริสุทธิ์   3.ผู้รับบริสุทธิ์   4.ผู้ให้บริสุทธิ์           แม้ข้าวเพียงทัพพีเดียว แต่เป็นวัตถุทานที่บริสุทธิ์ เจตนาบริสุทธิ์ กล่าวคือ หวังจะให้เป็นเรี่ยวแรงของหลวงพ่อหลวงพี่ ในการศึกษาปฏิบัติธรรม แล้วจะได้เอาธรรมะมาสอนพวกเราด้วย อีกทั้งท่านก็มีเรี่ยวแรงไปปราบกิเลสของท่านด้วย ผู้รับก็บริสุทธิ์ กล่าวคือ หลวงพ่อหลวงพี่ที่ตั้งใจปฏิบัติธรรม ท่านบริสุทธิ์ และผู้ให้ก็บริสุทธิ์ เมื่อเป็นเช่นนี้ทรัพย์ที่ให้แม้จะมากจะน้อย แต่อย่างไรก็ต้องได้บุญมาก ข้าวแม้ทัพพีหนึ่ง ด้วยความบริสุทธิ์ทุกขั้นตอน...ดังนี้ มีสิทธิ์ได้บุญมหาศาล และมีสิทธิ์ได้บุญที่มีคุณภาพ แล้วจะเรียกว่าไปค้ากำไรเกินควร ตรงไหนกัน