เย็นวันนั้นชายหาดหัวหินเงียบสงบ นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติเดินบนหาดทรายขาวสะอาด บางตา ลมเย็นพัดเอื่อยรินท้องทะเลไล่คลื่นทยอยเข้าหาฝั่งละลอกแล้วละลอกเล่า

มีความถ่อมตน-1

โสภณ เปียสนิท

...........................    

            เย็นวันนั้นชายหาดหัวหินเงียบสงบ นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติเดินบนหาดทรายขาวสะอาด บางตา ลมเย็นพัดเอื่อยรินท้องทะเลไล่คลื่นทยอยเข้าหาฝั่งละลอกแล้วละลอกเล่า เราสองคนนั่งมองน้ำทะเลสะท้อนแสงแดดบ่ายเป็นประกายระยิบระยับ ดุจหัตถ์แห่งเทพมณีเมขลาโปรยปรายกากเพชรอันละเอียดประดับแผ่นผิวน้ำ สุทธินี ศีลวิสุทธิ์ เหม่อมองน้ำทะเลประดับเพชรอย่างไหลหลง ผมเองมองทะเลสวยด้วยความเคยชิน “เหมือนนกไม่เห็นฟ้า ปลาไม่เห็นน้ำ” เรานั่งบนเขื่อนปูนเคียงข้างกันและกันชมความงามยามเย็นด้วยจิตใจผาสุก นานๆครั้ง ที่เพื่อนสาวมาเยือนหัวหิน

 

                เธอถามผมโดยไม่หันมองหน้า “เธอมานั่งชมน้ำทะเลยามพระอาทิตย์อัศดงบ่อยไหม” “บอกตามตรง สิบกว่าปีที่ผ่านมาผมมาชมเพียงแค่สองครั้งมั้ง” ผมแอบชำเลืองมองใบหน้าด้านข้าง “ถ้าเป็นฉัน ฉันจะมาชมอย่างนี้ทุกวัน ประทับใจจริงๆ” “ชอบทะเลแบบไหน” ถามเพราะอยากฟังความเห็น “ทะเลมีความสวยงามเป็นสุนทรียภาพ ชมทะเลได้รับโอโซนอากาศบริสุทธิ์ และชมทะเลได้ข้อคิดมากมาย”

                  แปลกจัง ผู้หญิงคนนี้ หาข้อคิดจากทะเล “ข้อคิดอย่างไร” ผมถามเรื่อยๆ “แม่น้ำทุกสายไหลลงสู่ทะเล เพราะทะเลเป็นที่ต่ำ คุณงามความดี วิชาความรู้ก็เช่นกัน มักไหลไปรวมที่คนผู้มีความถ่อมตน” “เธอเห็นว่าคนเราควรถ่อมตน” “ใช่ ต้องถ่อมตนไม่ใช่แค่ควรนะ” “การถ่อมตนไม่ทำให้ตนเองต่ำลงไปอีกหรือ” “ไม่หรอก พระสอนว่า การถ่อมตัวย่อมทำให้เกิดในตระกูลสูง”

      

                “อ้าว...อย่างนั้นคนที่เกิดในตระกูลต่ำก็เพราะความเย่อหยิ่งนี่หรือ” “ใช่แล้ว พระสอนอย่างนั้น” “แต่คนหยิ่ง พองลม มีทิฐิมาก ทะนงตนมีจำนวนมาก” “ก็นั้นไง คนที่เกิดในตระกูลสูงจึงมีน้อย” “คนที่ดูถูก ดูหมิ่นผู้อื่นกำลังทำตัวให้เกิดในตระกูลต่ำในชาติต่อไป” “ใช่ เป็นอย่างนั้น แต่ว่าต้องไปตกนรกก่อนนะ” “เอ๊ะ ตกนรกด้วยหรือ” “ใช่ เพราะจิตที่ดูถูกคนอื่นเป็นจิตหยาบ” “อย่างการนินทาว่าร้ายผู้อื่นทั้งต่อหน้าและลับหลังเป็นการทำร้ายตัวเอง” “แน่นอน” “แล้วพวกเขาจะรู้ตัวหรือเปล่า” “อาจไม่รู้ตัวก็ได้” “ไม่รู้ตัวไม่น่าจะบาปนะครับ”