การแลก เปลี่ยน เรียน รู้ เทคนิคการให้คำปรึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพนักศึกษา(๑)
           ฝ่ายพัฒนานักศึกษา โดย รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา ผู้ช่วยศาสตรจารย์ ลิขิต อมาตยคง  ได้กล่าวถึงสถานการณ์ปัจจุบันของการลงโทษ ทางวินัยของนักศึกษา ซึ่งทำให้เกิดปัญหา และ ต้องการความร่วมมือ ช่วยเหลือจากบุคลากรทุกทุก ฝ่าย โดยเฉพาะอาจารย์ เพื่อร่วมกันเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อช่วยพัฒนานักศึกษา เพื่อให้เป็นนักศึกษาอันพึงประสงค์ สามารถดำรงตนอยู่ในสังคมได้อย่างภาคภูมิใจ


 

            ทีมที่มาร่วม ลปรร ผู้ให้ คือ รศ.สุนีย์ หรือ อาจารย์แม่ รศ.นสพ.ประจักษ์ คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ รศ.พญ.ขวัญชนก อดีตผู้ช่วยคณบดี คณะแพทยศาสตร์ นายเรืองชัย อดีตผู้นำนักศึกษา  ผู้รับ คือ รองคณบดี ผู้ช่วยคณบดี คณาจารย์ และ นักศึกษา ๓๑ กว่าท่าน


            ประเด็นที่ อาจารย์แม่ให้ คือ อาจารย์ที่ปรึกษา ต้องให้ ๑.ความคิด ๒.ความเข้าใจ ๓.วิถีดำรงตน ๔.ให้วิธีการพัฒนาสังคม
           ท่านอาจารย์ประจักษ์ ได้ให้แนวคิด ในการจัดกิจกรรมสี่ประสาน โดยจัดกิจกรรมนับตั้งวันแรกของนักศึกษาที่เข้ามาคณะฯ คือ จัดปฐมนิเทศ ที่จัดกิจกรรม แลก เปลี่ยน ความคิด ความคาดหวังระหว่าง ผู้ปกครอง นักศึกษาใหม่ นักศึกษารุ่นพี่ และ อาจารย์ที่ปรึกษา โดยใช้กระบวนการ AIC และ สร้างความสัมพันธ์ของคนทั้งสี่กลุ่ม ผลที่ตามมาทำให้เกิดเครือข่ายความเชื่อมโยงในการพัฒนานักศึกษาสัตวแพทย์ร่วมกัน ปัจจุบันนักศึกษาในคณะนี้มีผู้ประกอบการจองตัวให้ไปทำงาน ก่อนจบปีที่แล้วเกือบร้อยเปอร์เซนต์


            
            คุณหมอขวัญชนก ได้ ลปรร ขณะได้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาได้นำวิธีการที่ท่านอาจารย์ ประจักษ์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ไปใช้ และ ได้ต่อยอดมีการนำกิจกรรม Walk Rally มาใช้โดยที่ ผมเองได้เข้าช่วยเสริมกิจกรรมนี้ส่วนหนึ่ง  และ เกิดเครือข่ายเชื่อมโยงระหว่างอาจารย์ที่ปรึกษาและผู้ปกครอง สามารถเข้าถึงปัญหาของนักศึกษา  ทำให้ปัญหาบางเรื่องได้รับการแก้ก่อนเกิด
            คุณเรืองชัย อดีตผู้นำนักศึกษา ได้ ลปรร นักศึกษาส่วนหนึ่งไม่สนใจในการเข้าพบอาจารย์ที่ปรึกษา เนื่องจากยังติดอยู่กับการเรียน หรือ ติววิชาต่างๆ ซึ่งติดนิสัยมาตั้งแต่เรียนมัธยมปลาย ทำให้ไม่เห็นปัญหา และ ไม่มีเวลามาพบอาจารย์
            ในตอนสุดท้ายของการ ลปรร นักศึกษาที่เข้ามาร่วมด้วยได้ เล่าให้ฟังว่านักศึกษาบางส่วนเข้าเรียนบางคณะ ไม่สนใจอะไรนอกจากมาเตรียมตัวเพื่อที่จะรอไปเรียนต่อในคณะที่ตนเองจะไปสอบเข้าในปีการศึกษาต่อไป ดังนั้นอาจารย์ที่ปรึกษาต้องเข้าใจสิ่งเหล่านี้ด้วย
            นักศึกษาอีกท่าน ลปรร เล่าว่า เราไม่มีความเป็นหนึ่งเดียว คือ ไม่มีวัฒนธรรมองค์กร เนื่องจากการกีฬาระหว่างคณะฯของนักศึกษาน้องใหม่ ไม่ได้เชื่อมความสัมพันธ์ แต่เกิดการแข่งขันทำให้เกิดขัดแย้งกันบางครั้ง ดังนั้นก่อนที่จะให้นักศึกษาสัมพันธ์กัน คณาจารย์ หรือ คณะวิชาต้องมีความสัมพันธ์ระหว่างกันให้ดี

            เป็นอย่างไรบ้างครับลองช่วยกันครับ ทำอย่างไรคณาจารย์จะช่วยสร้างให้นักศึกษาของมหาวิทยาลัยเราเป็นผู้ที่มีความพร้อมทั้ง จริยา ปัญญา และ วิทยา
ด้วยความปรารถนาดีครับ
          JJ