เด็กพิเศษกับคอมพิวเตอร์

เมื่อวันที่ 20-21 กันยายน 2553  และในวันที่ 27-28 กันยายน 2553 เป็นอีกครั้งที่ผมได้อบรมคอมพิวเตอร์ให้กับเด็กๆ ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยได้รับสนับสนุนงบประมาณจาก มูลนิธิศุภนิมิตรแห่งประเทศไทย

ในการอบรมครั้งนี้ก็เป็นดังเช่นในทุกๆ ครั้ง ที่การอบรมของผมมักจะมีสิ่งของมาจูงใจเด็กๆ โดยจะมีการถามปัญหาเด็กๆ เป็นระยะๆ เกี่ยวกับเนื้อหาที่เรียน หรือให้เด็กใช้ความรู้ที่ได้จากการเรียนเพื่อหาคำตอบ โดยใครตอบได้ก็จะให้ของรางวัลตอบแทน เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เด็กตื่นตัวและตั้งใจเรียน นอกจากนี้เพื่อเป็นการจัดบรรยากาศในการเรียนการสอนให้แตกต่างจากการเรียนโดยปกติ ที่เรียนในห้องเรียนที่โรงเรียน

ในการอบรมครั้งนี้แตกต่างจากครั้งที่ผ่านๆ มา ตรงที่การอบรมทั้ง 2 ครั้ง มีเด็กพิเศษเข้ามาร่วมเรียนด้วย โดยเมื่อวันที่ 20-21 กันยายน 2553 มีเด็กนักเรียนที่เคยประสบอุบัติเหตุเมื่อตอนสมัยยังเป็นทารก เนื่องจากบิดาเดินทางโดยรถจักรยานยนต์และประสบอุบัติเหตุ ทำให้เด็กคนนี้ร่วงลงและศรีษะกระแทกพื้น ซึ่งมีผลทำให้การรับรู้ช้ากว่าคนอื่น

ก่อนการอบรมนั้นอาจารย์ผู้พาเด็กมาได้มาบอกล่วงหน้าว่า เด็กคนนี้เป็นเด็กพิเศษ จะรับรู้ได้ช้ากว่าคนอื่น

เมื่อได้รู้ดังนั้น ทำให้ผมคอยสังเกตุเด็กคนนี้เป็นพิเศษ แต่ไม่ได้ดูแลแตกต่างจากเด็กคนอื่นๆ ซึ่งทำให้พบว่าเด็กคนนี้ไม่ได้แตกต่างจากเพื่อนเลย แต่ที่น่าตกใจก็คือ เด็กคนนี้สามารถปฏิบัติในเรื่องของคอมพิวเตอร์ได้ดีกว่าเพื่อนคนอื่นๆ ซึ่งแตกต่างไปจากที่อาจารย์ผู้พาเด็กมาได้มาบอกไว้ตั้งแต่ตอนแรก

นอกจากนี้ในการอบรมของผมจะให้นักเรียนอาสามาสาธิตการปฏิบัติให้เพื่อนๆ ได้ดู ซึ่งผมก็ลองเรียกให้เด็กคนดังกล่าวมาสาธิตให้เพื่อนดู ปรากฏว่าสามารถทำได้เช่นเดียวกัน

นั่นคือในส่วนของอาทิตย์แรก

พอมาถึงอาทิตย์ที่สอง

พบว่ามีเด็กพิเศษในลักษณะเดียวกันอีก 2 คน ซึ่งคนแรกในส่วนของคอมพิวเตอร์แล้วพบว่า เรียนรู้ได้ไม่ต่างจากเพื่อน  แต่เด็กนักเรียนอีกคนจะนั่งเฉยๆ ไม่ทำเหมือนที่เพื่อนๆ ทำ ซึ่งเด็กคนนี้จะทำก็ต่อเมื่อครูไปยืนสอน แต่ในลักษณะของการปฏิบัติก็ไม่แตกต่างจากเพื่อน เป็นใลกษณะไม่กล้าทำมากกว่าทำไม่ได้

-------------------------------------------------------------------------

จากการสังเกตุของผมจากหลายๆ ครั้งที่ได้ใกล้ชิดกับเด็กพิเศษ ผมคิดว่าปัญหาของเด็กพิเศษบางคนก็คือ ไม่กล้า มากกว่าปัญหาทางด้านร่างกาย

-------------------------------------------------------------------------

การที่เด็กไม่กล้าพูด ไม่กล้าทำ ไม่กล้าแสดงออก ถือเป็นอุปสรรคของการเรียนรู้ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ผมจะทำได้ก็คือการสนับสนุนให้เด็กๆ กล้าแสดงออก โดยในการจัดอบรมก็จะมีการให้เด็กได้มีโอกาสออกมายืนหน้าห้อง ถามตอบปัญหา มีการออกมาพูดแนะนำตัวเอง แนะนำชุมชน ภาษาท้องถิ่น มีการแข่งขันตอบปัญหาที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้

-------------------------------------------------------------------------

ดีใจที่วันนี้มีหลายๆ คนให้คนสนใจ และสนับสนุนกิจกรรมการอบรมให้เด็กๆ โดยมีการส่งอุปกรณ์การเรียน ตุ๊กตา เสื้อผ้า และสิ่งของต่างๆ ไว้แจกเด็ก 

อย่างไรก็ต้องขอขอบคุณแทนเด็กๆ ด้วยครับ