ควรให้ความสำคัญกับระบบนิเวศน์ในแปลงนา

ควรให้ความสำคัญกับระบบนิเวศน์ในแปลงนา 

จากในฤดูการผลิตข้าวที่ผ่านมา เกษตรกรชาวนาจำนวนไม่น้อย ที่นาข้าวพบการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล  บางรายนาข้าวก็เสียหายเกือบทั้งแปลง ส่งผลกระทบให้เกิดภาระหนี้สินขึ้นมา แต่ในทางกลับกัน ก็จะพบว่ามีเกษตรกรหัวไวใจสู้ หรือที่เรียกว่าปราชญ์ชาวบ้านก็มีอยู่จำนวนไม่น้อยเช่นกัน ที่พยายามผลิตและใช้สารสกัดจากพืชสมุนไพร บางรายก็พยายามผลิตและใช้เชื้อราบิวเวอเรี่ย และเชื้อราเมตตาไรเซี่ยมและน้ำส้มควันไม้ บางรายก็พยายามสร้างและรักษาระบบนิเวศน์ให้เกิดขึ้นในแปลงนาของตนเอง มีความเข้าใจในการอนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติ มีความเข้าใจในธรรมชาติว่ามีศัตรูธรรมชาติที่เป็นสิ่งมีชีวิต ที่คอยกำจัดแมลงศัตรูพืชเพื่อควบคุมการระบาดของแมลงศัตรูข้าวในแปลงนาก็มีอยู่มากมาย เช่นตัวห้ำ ตัวเบียนและเชื้อโรคต่างๆ คอยช่วยควบคุมการระบาดของแมลงศัตรูข้าว 

 

         โดยทั่วไปก็จะมีเกษตรกรชาวนาจำนวนไม่น้อยเช่นกันที่นิยมใช้สารฆ่าแมลง โดยไม่คำนึงถึงศัตรูธรรมชาติ แมลงที่มีประโยชน์ เหตุผลประการหนึ่งก็อาจจะเพราะว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็อาจจะเป็นได้บางรายก็อาจจะยังไม่เข้าใจหรือขาดความรู้ไปก็ได้ การที่เกษตรกรชาวนาใช้สารฆ่าแมลงเกินความจำเป็น หรือใช้อย่างไม่ถูกต้อง ก็จะทำลายแมลงที่เป็นประโยชน์ไป จึงมีผลต่อการขาดสมดุลธรรมชาติและเกิดการระบาดของแมลงศัตรูข้าวตามมาเหมือนปัจจุบันนี้ก็ได้ 

 

       ในปัจจุบันนี้นักส่งเสริมการเกษตรรวมไปถึงผู้เกี่ยวข้องในการพัฒนา ที่ทำงานใกล้ชิดกับเกษตรกรชาวนา ควรจะต้องมุ่งเน้นสร้างความเข้าใจ และพร้อมที่จะแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับเกษตรกรกลุ่มผู้ปลูกข้าวที่มีอยู่ในชุมชนต่างๆ ได้รู้จักกับตัวห้ำ ตัวเบียน ที่อยู่ในธรรมชาติ โดยเฉพาะในแปลงนาที่มีระบบนิเวศน์เหมาะสมจะหาดูตัวอย่างได้ไม่ยากเลย

 

         ลองมาทำความรู้จักกับตัวห้ำที่ควรอนุรักษ์ไว้ในแปลงนาได้แก่ แมงมุมสุนัขป่า ซึ่งตัวเต็มวัยจะสามารถกินเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้ถึง 24-25 ตัวต่อวัน นอกจากนี้แมงมุมสุนัขป่ายังกินผีเสื้อหนอนกอข้าว ริ้นน้ำจืด แมลงวันเป็นต้น เราจะพบในนาข้าวตั้งแต่ระยะเริ่มหว่าน  แมงมุมชนิดนี้สามารถวิ่งบนผิวน้ำจากต้นข้าวต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่งได้

 

                                   แมงมุมสุนัขหมาป่า

                                       แมงมุมสุนัขหมาป่า

         ตัวห้ำอีกตัวหนึ่งที่มีความสำคัญคือด้วงก้นกระดก เป็นตัวห้ำที่กินตัวอ่อนและตัวเต็มวัยของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล มักจะพบทั่วไปในนาข้าว ตั้งแต่ระยะต้นข้าวเล็กถึงระยะข้าวออกรวง เป็นแมลงที่มีอายุอยู่ได้ยาวนาน มีความว่องไว ไต่ไปตามต้นข้าว และสามารถบินได้ด้วย

 

                                      ด้วงก้นกระดก

 

           มวนเขียวดูดไข่ เป็นตัวห้ำอีกตัวหนึ่งที่กินไข่เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลทำให้ไข่แฟบ ถ้าแปลงนามีจำนวนมวนเขียวดูดไข่มากว่าจำนวนเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล2-3 เท่าก็จะสามารถควบคุมไม่ให้เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลเพิ่มปริมาณจนถึงระดับที่ทำความเสียหายแก่ต้นข้าวได้ 

 

 

                                      มวนเขียวดูดไข่

  

                          การปลูกไม้ดอกในคันนาเพื่อให้ศัตรูธรรมชาติได้อาศัย

 

         สรุปท้ายจึงมีความจำเป็นที่นักส่งเสริมการเกษตรในปัจจุบันจะต้องลงไปปฏิบัติงานเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับเกษตรกร โดยมุ่งเน้นการให้ความตระหนักด้านการอนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติที่มีประโยชน์ดังกล่าว(ความจริงแล้วยังมีศัตรูธรรมชาติที่มีประโยชน์อีกหลายชนิด) ตลอดจนเร่งส่งเสริมในการสร้างและอนุรักษ์ระบบนิเวศน์ โดยปลูกไม้ดอกและพืชที่มีประโยชน์ที่สามารถดึงดูดศัตรูธรรมชาติได้มาอาศัยและดูดน้ำหวานเป็นต้น

 

เขียวมรกต

28กย.53