จบมาแล้วหางานทำไม่ได้ จบมาแล้วไม่ตรงตามสาขาที่บริษัทต้องการ ศักยภาพของนักศึกษาที่จบมาแล้วไม่ดีพอ ฯลฯ หลากหลายปัญหาร้อยแปดพันเก้า นักศึกษาต้องทำอย่างไรให้เกิดความพร้อม เพื่อรองรับต่อการแข่งขันในตลาดแรงงาน ไม่ใช้เพียงการสัมภาษณ์เพื่อให้ได้งานทำอย่งเดียวเท่านั้น สำคัญกว่านั้นคือ เราจะสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างไรจากการที่เราได้ศึกษาเล่าเรียนมา แล้วนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในรั้ว และชีวิตการทำงาน


"อาจารย์ค่ะ
ในฐานะที่อาจารย์
มีความชำนาญ
ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
มีวิธีการใด
ที่จะช่วยให้นักศึกษา
ที่จบปริญญาตรี
ไม่ตกงานหรืออัตรค่าจ้างตามวุฒิ
เพราะภาวะเศรษฐกิจ
เช่นนี้น่าเห็นใจนักศึกษานะคะ"
เป็นคำถามจากคุณPrapaipis Kusoom ที่รู้จักใน facebook ตั้งคำถามที่น่าสนใจ เป็นอย่างยิ่ง
จึงคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมแห่งการเรียนรู้ของพวกเรา อย่างน้อยเพื่อจะได้เตรียมความพร้อม รองรับก่อนการแข่งขันอีก 5ปีข้างหน้าเพื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)ในเรื่องการพัฒนาทุนมนุษย์ โดยเฉพาะการพัฒนาแรงงานมีฝีมือ ประเทศไทยต้องเตรียมตัวอย่างไร
จากข้อมูลสถิติการว่างงานในระบบล่าสุดเดือน ส.ค. 53 ประมาณ 3.5 แสนคน ยังไม่รวมแรงงานที่อยู่นอกระบบ และแรงงานต่างด้าวนะครับ(สถิติจากกระทรวงแรงงาน) ประเด็นที่ถามมีความสำคัญมากครับ ปัญหาของประเทศเราได้มีการแสดงเจตจำนงมามากกว่า 20 ปี ที่เราอยากเป็นเสือเศรษฐกิจในภูมิภาค ก็เลยพลิกโฉมประเทศจากเมืองเกษตรกรรม มาเป็นเมืองอุตสาหกรรม(บางจังหวัด)
ผลคือ
ประเทศต้องปรับปรุงขนานใหญ่
ระบบการศึกษา
ก็ต้องรองรับ
ในการผลิตบุคลากรออกมาแล้ว
ให้ตรงตามความต้องการ
ของสถานประกอบการ
รัฐก็มุ่งเน้นเรื่องการส่งเสริมการลงทุน
แต่ขาดการลงทุน
ด้านทุนมนุษย์ในระยะยาว
ขาดการสำรวจความต้องการ
ของสถานประกอบการอย่างจริงจัง
ขาดแผนแม่บท
ภาคปฏิบัติด้านการเสริมสร้างศักยภาพ
ทุนมนุษย์
ไม่มีการวิจัยอย่างเห็นผลที่จัดเจน
หลายภาคส่วนทั้ง กระทรวงศึกษา อุตสาหกรรม พาณิชย์ แรงงาน พัฒนาสังคมความมั่นคงของมนุษย์ ต้องร่วมกันทำภารกิจนี้อย่างจริงจัง และต้องให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นผลระยะยาว คือสร้างชาติด้วยการสร้างทุนมนุษย์ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญของสังคมไทย
จะเห็นได้ว่าขณะนี้ เรากำลังจะเข้าสู่แผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติฉบับใหม่ในเร็วๆนี้แล้ว หรือในอีก 5 ปีข้างหน้าเราต้องมุ่งเน้นการสร้างประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน AECที่มุ่งเน้นด้านทุนมนุษย์การไหลเวียนแรงงาน การผลิต การลงทุนที่เปิดกว้าง สร้างมาตรฐานการสินค้า การบริการให้เกิดความทัดเที่ยมเพื่อการแข่งขันสู่สากลการสร้างทรัพยากรมนุษย์เพื่อให้เกิดการรองรับ เป็นบริบทแห่งการพัฒนาในระยะยาว การศึกษาจึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง
ทั้งการศึกษาในระบบ นอกระบบ การเรียนโดยอัธยาศัย การฝึกฝีมือให้เกิดความชำนาญ เกิดความเชี่ยวชาญ สร้างเสริมภูมิความรู้ในหลายๆ มิติ สังคม เศรษฐกิจ การเมือง สิ่งแวดล้อม กฏหมาย ข้อตกลงระหว่างประเทศ ระบบเทคโนโลยี และภาษาสากล เป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
ผมมีความเห็นว่า
กระบวนการศึกษาควรมีส่วนสำคัญ
การออกแบบหลักสูตร
ในการศึกษาในระดับ
ปวช, ปวส , อนุปริญญา,
ปริญญาตรี ปริญญาโท
หรือปริญญาเอกส่วนใหญ่
ยังขาดอาจารย์ที่มาจากสายธุรกิจ
หรือผู้มีประสบการณ์
ตรงในงานภาคอุตสาหกรรม
ภาคการบริการ โลจิสติกส์
หรือควรมีอาจารย์ทีสอนบางรายวิชา
เป็นผู้ที่มีประสบการณ์ความรู้
ตรงในสายงาน
ในสาขาวิชาที่นักศึกษาเรียนเพื่อเป็น
ต้นแบบแห่งการเรียนรู้
ของจริงจากผู้รอบรู้ในองค์กรจริงๆ เช่นผู้จัดการโรงงาน ผู้บริหาร ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ คลังสินค้า คุณภาพ ซ่อมบำรุงฯลฯ ต้องให้ผู้บริหารที่มากประสบการณ์ไปเป็นวิทยากร หรือเป็นอาจารย์พิเศษ เพื่อสอน ทั้งก่อน และหลังก่อนจบการศึกษาเพื่อบอกให้นักศึกษา ทราบว่าทำไม่ต้องเลือกเรียนคณะนี้ หลักสูตรนี้จบมาเรียนแล้วได้อะไร เพื่อสิ่งใด คาดหวังอะไร ที่ต้องใช้ในการประกอบวิชาชีพในอนาคต เขาควรต้องรู้ และเราจะสอนเขาในสิ่งใดที่ตรงตามความต้องการของผู้ว่าจ้าง
สิ่งนี้สำคัญยิ่ง
ทั้งเรื่องทฤษฏีอย่างเดียวคงไม่พอ
ต้องสอนให้เขาคิด
สอนให้เขาเข้าสังคม
สอนในเรื่องมนุษยสัมพันธ์
ต่อเพื่อนร่วมงานบุคลิกภาพ
พฤติกรรมการอยู่ร่วมกัน
การบริหารความขัดแย้ง
สอนกระบวนการทางความคิด
คิดเชิงบวก การให้เกียรติซึ่งกันและกัน
สอนให้รู้จักจิตอาสา แบ่งปันช่วยเหลือ
ตอบแทนต่อสังคม
สอนในเรืองการบริหารเวลา
การมีวินัย การตรงต่อเวลาฯลฯ
และอย่าลืมความเป็นชาติไทย
ในความรักสมัคสมานสามัคคี
อย่างน้อยในบทเรียนก็ต้องสอน
จิตสำนึกของความเป็นคนไทย
ขนบธรรมเนียม
ประเพณีที่ดีงามของสังคมไทย
สำคัญคือเรามีสถาบัน
ชาติ
ศาสนา
พระมหากษัตริย์
พ่อหลวงและสถาบันอันเป็นที่รักยิ่ง
เชื่อว่าแนวทางเหล่านี้คงตอบโจทย์ได้นะครับ เราคงต้องช่วยกันสร้างครับ และสำคัญคือนักศึกษา และนักเรียนต้องใฝ่รู้ให้มาก จะได้ทันต่ออารยนานาประเทศ ต้องขอบพระคุณคำถามนี้มากนะครับ
หากช่วงนี้มีผู้ว่างงานประสงค์ต้องการทำงานติดต่อผมได้นะครับ มีบริษัทที่ประสงค์รับบุคลากรเข้าทำงานที่แจ้งความจำนงค์ผมมาแล้วมากกว่า 600 อัตราครับ ทุกระดับตำแหน่งงาน รวมทั้งมีโครงการ Bangkok Green Bike ส่งเสริมการท่องเที่ยวของกทม. และเสริมสร้างวัฒนธรรมไทย ทำงานที่บริเวณ ท้องสนามหลวง และบริเวณสถานที่ท่องเที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์ โครงการ 8 เดือนครับ ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิน โครงการเปิดต้นเดือนตุลาคม 53 รายได้ดีมากครับ เชื่อว่าคนจะไม่ว่างงานอีกแน่นอนครับ หากไม่เลือกงาน
สนใจติดต่อมาได้ที่
หรือที่ 085-647-9490 080-623-1680
ปัจจุบันการเรียนการสอนเป็นการเน้นให้ผู้เรียน
รู้สึกว่า เมื่อเรียนแล้วจะได้ "ค่าตัว" เพิ่ม
กล่าวง่ายๆ ว่าเรียนไปเป็น "ลูกจ้าง"
แม้จะเรียนบริหารธุรกิจ ก็เพียงเพื่อเป็นลูกน้องอีกระดับเท่านั้นกระมัง
การเรียนเพื่อส่งเสริมความสามารถเฉพาะบุคคล
อาจช่วยผลักดันให้เกิด การสร้างอาชีพ น่าจะเป็นทางเลือกหนึ่ง
เพราะ ด้วยความเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็ว และมีอาชีพใหม่เกิดตลอดเวลา
การเรียนเพื่อ "เป็นลูกจ้าง" น่าจะเขยิบเปลี่ยนมาเป็น การเรียนเพื่อ "สร้างอาชีพ" (ไม่ใช่วิชาชีพ..บ้าบอนะครับ)
อย่างน้อย มุมมองที่การเรียนเพื่อ "รอรับการอุปถัมป์" ก็อาจเปลี่ยนเป็น "การร่วมสร้างสังคม" ได้... กระมัง
เรียน อ.แฟรงค์ ที่เคารพยิ่ง
ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับแนวคิดท่าน อ.แฟรงค์ นะครับ และก็มีคำถามมาตลอดว่า"ทำไม่จบมาแล้วต้องมาเป็นลูกจ้าง "อย่างเดียวหรือเปล่าเราอาจจะลอกเลียบแบบจากสิ่งที่เราพบเห็น ใกล้ชิด สัมผัสได้ เช่นเห็นคุณพ่อ คุณแม่ ทำสิ่งงดงามใดๆ ก็อยากจะเจริญรอยตาม(คิดดี คิดเป็น) แต่หลายคน หลายครอบครัว ก็คิดตรงกันข้ามนะครับ อาจจะเป็นเรื่องของการสอนสั่ง และการทำตามอย่างแบบอย่างที่ดี ๆ หรือไม่ดีก็ได้ สมัยผมยังอาจจะทัน แต่เด็กรุ่นใหม่ในปัจจุบัน เราเติมเต็มสิ่งใดให้เขาเข้าไป ก็ต้องดูพื้นฐานของคนทีเราจะอบรม แนะนำ หรือสอน ว่าอายุ ประสบการณ์ พื้นฐานทางสังคม เขารับได้หรือไม่ คล้ายกับตอนที่เราจะจัดสัมมนาอบรม ก็ต้องมีการสำรวจความต้องการในการฝึกอบรมพัฒนาบุคลากร ก่อนว่าเข้าต้องการสิ่งใดบ้าง เขามีอะไรบ้างที่ต้องการพัฒนา พัฒนาแล้วเขาจะได้อะไร ในการพัฒนาคน สู่ความยั่งยืน ต้องพัฒนาแล้วเขาสามารถอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข ด้วยคุณภาพชีวิตที่ดี ขณะนี้ในระบบการศึกษายังติดที่กรอบแนวคิด และการปฏิบัติจริง ผู้ถ่ายทอดจากคนสู่คนที่เป็นเยาวชน เด็ก หรือผู้รับการถ่ายทอด ว่าสามารถเข้าใจเนื้อหาอย่างถ่องแท้เพียงใด เพื่อให้คนที่รับได้ประโยชน์และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน หรือในภาระหน้าที่ของงาน รวมทั้งเรื่องการดำรงตน สำคัญอีกประเด็นคือ การพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับกับตลาดแรงงานที่มีความประสงค์ ว่าเขาต้องการคุณลักษณะผู้ร่วมงานประเภทใดมาทำงาน สิ่งเหล่านี้ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันอย่างเต็มที่เพื่อพัฒนารากฐานของสังคมชาติ คือเด็ก เยาวชน ประชาชนคนรุ่นหลังที่ต้องออกมาเผชิญกับภาวะ การแข่งขัน ทางเศรษฐกิจ ทางสังคม การเมืองที่ร้อนระอุ การแข่งขันเพื่อได้งานทำ การแข่งขันในการหางานดีๆ ทำ การสร้างอาชีพก็เป็นอีกหนทางที่เป็นทางออกที่เหมาะกับสังคมเราด้วย เพราะเราติดกรอบกับอาชีพการทำงานคือลูกจ้าง นายจ้าง มากเกินไป จนเกินขอบเขตของการสร้างอาชีพ หรือการเป็นนายจ้างตัวเอง แต่แน่นอนครับ คงไม่หนีจริยวัฒน์ ในเรือ่งของการพัฒนาตนเอง การอยู่กับสังคม ตามกระแสสังคม ไม่มาก และไม่น้อยเกินไป อย่างน้อยความดีงามของสังคมไทย ยังเป็นเบ้าหลอมให้เรายืนหยัดในเวทีสากลได้อย่างแน่นอน ขอขอบพระคุณมากนะครับที่มีข้อคิดดีๆ มาฝาก ผมมีโอกาสเข้าไปเยี่ยมบ้าน อ.แฟรงค์ แล้วนะครับ มีเนื้อหาดีๆ น่าสนใจมากมายเลยครับ จะขออนุญาต อ.แฟรงค์ นำมาเป็นบทเรียนพิเศษ เพื่อสอน แนะนำ และถ่ายทอดให้กับผู้สนใจต่อไปนะครับ และมีสิ่งใดที่ผมรับใช้ได้ด้วยความยินดียิ่ง
ภูชิสส์ ศรีเจริญ
ประธานสถาบันพัฒนาทุนมนุษย์เพื่อสังคม
ประธานสถาบันพัฒนาบุคลากรเชิงผลสัมฤทธิ์