จะลำเอียงหรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะเราทุกคนรู้สึกว่าบวบนี้หวานที่สุดเท่าที่เคยกินมา
เมื่อเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา ข้าพเจ้าได้มีโอกาสพากายและใจกลับไปยังสถานที่อันเป็นที่ซึ่งข้าพเจ้าได้เติบโตขึ้นมา เป็นเวลาประมาณ 3 เดือนกว่าแล้วที่ข้าพเจ้าไม่ได้กลับไปเยี่ยมบ้าน การกลับบ้านครั้งนี้ จึงเป็นสิ่งที่น่ายินดีและตื่นเต้นสำหรับข้าพเจ้าและน้องสาว พวกเรารอคอยวันเวลาที่จะได้กลับไปเยือนบ้านอย่างใจจดใจจ่อ

 

ข้าพเจ้าและน้องสาวนั่งรถทัวร์จาก กทม. โดยมีจุดหมายปลายทางยังเมืองดอกบัว-อุบลราชธานี นั่งรถเที่ยวกลางคืนกะว่าให้ไปถึงก็เช้าพอดี ตอนกลางคืนนอนบนรถทัวร์ ตื่นเช้ามามองออกไปยังนอกหน้าต่าง เห็นสายหมอกสีขาวระเรี่ยอยู่กับทุ่งนาสีเขียว บนท้องฟ้ามีเมฆสีเทาปกคลุมจางๆ แสงทองของพระอาทิตย์ค่อยๆสาดส่องเพิ่มความสว่างไสวและความอบอุ่นให้แก่สรรพสิ่งโดยรอบ พอพระอาทิตย์ขึ้นเต็มดวง สาดแสงสีทอง สายหมอกก็ค่อยๆ จางลง ข้าพเจ้าพลันนึกไปถึงคำพูดที่ว่า แสงสว่างแห่งปัญญา ขจัดเมฆหมอกแห่งความเขลาให้แก่ชีวิต...อืม ช่างเปรียบเทียบได้เห็นภาพพจน์ดีแท้ เมื่อตะวันสาดส่อง เมฆหมอกก็จางไป

 

ในที่สุดก็ถึงอุบล...ลงจากรถทัวร์ปุ๊บ ข้าพเจ้าหายใจเข้าเต็มปอด สูดอากาศบริสุทธิ์อย่างเต็มที่ เพิ่งจะรู้ว่าอากาศกรุงเทพฯกับต่างจังหวัดนั้นแตกต่างกันมากมายเพียงใด

 

พอกลับถึงบ้าน ข้าพเจ้าและน้องสาวรีบเดินดูรอบๆ สวน ก่อนที่พวกเราจะไป กทม. ได้ปลูกบวบเอาไว้ ตอนนั้นทันได้เห็นแต่ต้นกล้า แต่นี่แม่บอกว่าออกผลให้ได้รับประทานและแบ่งเพื่อนบ้านแล้ว ต้องรีบไปชื่นชมซักหน่อย อิอิ

 

ต้นบวบข้าพเจ้าและน้องสาวปลูกไว้ข้างรั้วโดยได้รับความอนุเคราะห์เมล็ดพันธุ์มาจากพี่แอ๊ด หรือ อ.ขจิต ท่านพี่ขาหญ่าย แห่ง G2K แห่งนี้ ตอนให้เมล็ดมา บอกว่าเป็นบวบยักษ์ แต่พอมาปลูก ลูกเค้าไม่ค่อยยาวเท่าไหร่...ข้าพเจ้าว่าเพราะคุณแม่ต้องไม่ใส่ปุ๋ยแน่ๆ ส่วนคุณแม่นั้นบอกว่า มันสั้นๆ เหมือนคนปลูก ฮึ่มม...(ข้าพเจ้าได้แต่ฮึดฮัดในใจ จะเถียงบุพการีรึ มันก็ไม่ดีเดี๋ยวบาป) ตอนที่ต้นบวบเริ่มเลื้อย คุณแม่ไปตัดไม้มาทำร้านให้ให้ไต่ แต่เค้าคงจะไม่ชอบล่ะมั้ง เลยพยายามไต่ไปยังต้นมังคุดที่อยู่ข้างๆ ดูไกลๆ แล้วตลกดี เหมือนมังคุดออกลูกเป็นบวบ 555

 

 

    

 
ผลบวบแทรกตัวอยู่กับใบต้นมังคุด มองไกลๆ เหมือนงูเลยอ่ะ
 
 
เดินดูไปเรื่อยๆ...โอ้โห ต้นมะละกอออกลูกได้เว่อร์มาก ตั้งแต่ปลูกมะละกอที่บ้านมา มีต้นนี้แหล่ะ ออกผลเยอะที่สุด มัวแต่ตื่นตะลึงกับผลมะละกอ จนลืมนับไปเลยว่ามีทั้งหมดกี่ลูก เห็นแล้วน่าปลิดมาให้คุณแม่ตำส้มตำให้ทานที่สุด อิอิ

 

 

 

มะละกอสุดอะลังการที่บ้าน น่าจะมีสักสามสิบลูกได้มั้ง? 

 

 

เดินอ้อมบ้านไปยังอีกฟากหนึ่งของตัวบ้านซึ่งเป็นส่วนที่ปลูกไม้ประดับ มองไกลๆ เห็นพุ่มดอกไม้สีขาว เอ...ดอกอะไรหว่า? ไม่เคยปลูกนี่นา พอเดินไปดูใกล้ๆ ก็ถึงบางอ้อ...อ้อ ดอกผักบุ้งนี่เอง ก่อนจะไปเรียนที่ กทม. ข้าพเจ้าและน้องเคยนำรากผักบุ้งมาเสียบๆ ไว้ (ซื้อผักบุ้งที่ตลาดมาผัด เหลือส่วนที่เป็นรากเลยนำมาเสียบๆ ไว้เผื่อว่าจะติดกลายเป็นผักบุ้งต้นใหม่) คงจะเป็นเพราะฝนตกบ่อย น้ำท่าอุดมสมบูรณ์ทำให้ลำต้นผักบุ้งอวบมาก ใบสีเขียวจัด คุณแม่บอกว่าเก็บมาลวกจิ้มน้ำพริกบ่อยๆ เก็บมาทีละสามสี่ต้นก็อิ่มแล้วเพราะต้นโต (แต่ข้าพเจ้าว่าที่อิ่มเพราะคุณแม่กินน้อยตะหาก ถ้าให้น้องเดือนกับข้าพเจ้ากินคงไม่อิ่ม 555)

 

 

 

 

 กอดอกผักบุ้งที่นอกจากจะนำมารับประทานแล้ว ยังเป็นไม้ประดับได้ด้วย สวยน่ารักไม่แพ้ไม้ประดับอื่นๆ

 

 

สำรวจต้นไม้รอบๆ ก็พบกับดอกพุดที่ออกดอกขาวสะพรั่งเต็มต้น แหม อุตส่าห์ออกดอก...ข้าพเจ้าเลยเก็บไปบูชาพระซะเลย ต้นพุดต้นนี้ไม่ได้ปลูก แต่เค้าเกิดขึ้นเอง สงสัยเมล็ดอาจจะปลิวมา ไม่ก็นกตัวไหนคงมาอุจจาระทิ้งไว้กระมัง แต่ไหนๆ ก็อุตส่าห์เกิดมาแล้ว ถือซะว่าได้มาเป็นสมาชิกของต้นไม้ในบ้านข้าพเจ้าอีกต้นก็แล้วกัน...^v^

 

 

 
ดอกพุดออกดอกขาวพราวเต็มต้น 

 

 

เมื่อสิ้นสุดการเดินชมสวน....ก็ถึงเวลาของครอบครัว คุณแม่ทำต้มกระดูกหมูใส่ผักกาดดองกระป๋องและบวบ ตอนแรกคุณแม่กลัวว่าจะไม่เข้ากัน เดี๋ยวไม่อร่อย แต่พวกลูกๆ อยากจะกินบวบ เลยทดลองใส่รวมกัน ปรากฎว่ารสชาติอร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ บวบเพิ่มความหวานให้กับน้ำซุปซึ่งอมเปรี้ยวเล็กน้อยจากผักกาดดอง...น่าเสียดายที่ไม่ได้ถ่ายภาพมาด้วยเพราะแบ็ตกล้องถ่ายรูปหมด

 

 

 

จะลำเอียงหรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะเราทุกคนรู้สึกว่าบวบนี้หวานที่สุดเท่าที่เคยกินมา อิอิ