เร็วๆนี้พึ่งจบวิจัยโครงการ Creative Economy ได้มีโอกาสลงพื้นที่ในภาคอิสาน หนึ่งในโครงการเป้าหมายของเราคือ "ฮูปแต้ม" ครับ...ฮูปแต้มคือ..ภาพจิตรกรรมฝาผนังโบราณในแบบอิสานนั่นเองครับ..ดูรายละเอียดที่นี่ click ผมได้สัมผัสความงดงาม สนุกสนาน กับสีโทนเย็น เห็นกับตาครับ...น่าทึ่ง...ครับ..แต่ถ้าถามคนอิสานมีใครรู้จัก ก็ต้องบอกว่าตอนนี้คนอิสานรอบตัวของผม แทบไม่มีใครเคนเห็นครับ...ไปดูพื้นที่จริงก็ต้องสงสารครับ..ขาดคนเอาใจใส่ ฮูปแต้มเป็นศิลปะควบคู่กับ "สิมอิสาน" โบสถ์แบบอิสานโบราณ หลังเล็กๆ แต่ปัจจุบันโบสถ์ในอิสาน เป็นศิลปะนำเข้าจากภาคกลางครับ...ช่างทำสิมหายไปนานแล้ว..เำพราะวัดรุ่นใหม่ไม่นิยมสร้าง สิมอีกต่อไป.
.........................
......แล้วเราก็มาถึงโครงการว่าจะวางแผนกลยุทธ์อย่างไรให้ฮูปแต้มกลับมาเป็นที่รู้จัก...มีคนดูแล..ได้อย่างไร....
ก็ได้ฟังเรื่องราวจากนักวิ ชาการท่านหนึึ่ง ท่านเป็นอาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์...ท่านเล่าว่า...ที่เมืองสาวัตถี..มีสิม และฮูปแต้มที่สวยมากๆ สิบกว่าปีก่อนท่านกับลูกศิษย์ไปศึกษาไว้...ตอนนั้นชาวบ้านไม่มีความรู้เลยว่าภาพที่เขียนในฮูปแต้ม คืออะไร (การอ่านเรื่องราวในฮูปแต้ม ต้องรู้ตำนานก่อน ไม่งั้นงง เพราะรูปบางทีไม่เรียงกันครับ...) พูดง่ายๆ การจะอ่าน จะบรรยายภาพได้คุณต้องรู้ตำนานพระลักษณ์ พระราม (ฉบับอิสาน-ไม่เหมือนภาคกลาง) คุณต้องรู้เรื่องสินไซ..อาจารย์ก็ไม่รู้ทำยังไงศึกษาเสร็จก็ทิ้งหนังสือเรื่องตำนานดังกล่าวไว้สิบเล่ม...
.........
สิบปีผ่านไป ท่านกลับไปอีกครั้ง ปรากฏว่า ต้องแปลกใจครับ..มีชาวบ้านหลายคนกลายเป็นไกด์นำทัวร์ เล่าเรื่องในฮูปแต้มได้เป็นเรื่องเป็นราว แล้วมีหลายคนด้วย...ถามว่าทำไมรู้เรื่องราวดีขนาดนี้...ชาวบ้านบอกอาจารย์ว่า เขาเห็นหนังสือวางไว้สิบเล่ม ไม่มีอะไรทำ เวลามาวัดก็เอามาอ่านกัน...อ่านจนจำได้ พูดได้อย่างที่เห็นนี่แหละ...
...แถมไปเจอคณะลิเกสินไซ...ครับ...เพราะ...หลังจากที่ท่านทิ้งหนังสือไว้ไม่นานอาจารย์ก็มีโอกาสนำเอาคณะลิเกจากมหาสารคาม มาแสดงเรื่องสินไซ ให้ชาวบ้านดู...ไม่นานอีกสองสามปีต่อมา ครูและชาวบ้านก็เกิด "ฮึด" ตั้งคำถามว่า...เรามีสิม มีฮูปแต้มอยู่กับที่บ้านเราเหมือนกัน ทำไมเราไม่ส่งเสริมให้มีลิเกแสดงเรื่องสินไซบ้างล่ะ...ในที่สุดก็เกิดลิเกนักเรียนคณะสินไซ ขึ้นมา...
...........
เห็นอะไรไหมครับ...เรื่องนี้ในทาง AI/OD เราเรียกว่า Institutionalization คือ..เวลาเราไปทำ AI/OD ทีไ่หน อย่าลืมนึกนะครับ...ว่าทำอย่างไรสิ่งที่เราริเริ่มไว้จะมีคนสานต่อ...คิดง่ายๆคือต้องหมั่นคิดครับ..ว่า "ถ้าเราไม่อยู่แล้ว สิ่งดีๆที่เรากับคนในองค์กรที่นั่นสร้างสรรค์ขึ้นมา จะยังคงเติบโตไปได้ (โดยไม่ต้องมีเรา-ผู้เชี่ยวชาญ) ได้อย่างไร" และเรื่องนี้ต้องคิดตั้งแต่เนิ่นๆ...กรณีนี้ หนังสือ 10 เล่มที่อาจารย์กลุ่มนี้ทิ้งไว้...ชาวบ้านก็มาอ่าน...อ่านเสร็จทำให้เกิดความรู้ มีความรู้ก็เกิดอุดมการณ์...ที่สุดกลายเป็นหมู่บ้านที่มีศักยภาพในการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมขึ้นมา...กลายเป็นต้นแบบการสร้าง Creative Economy ไปในที่สุด...ด้วยงบประมาณที่ต่ำสุดๆ...
........
ในกลุ่ม AI Thailand เราก็มีการทิ้ง Case Studies ไว้ครับ โดยเฉพาะ cases เด่นๆ ใน www.aithailand.org เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ
...ตอนนี้เราได้ชาวเครือข่ายคนหนึ่งที่เรียนจบปริญญาเอก ท่านนี้ศึกษาจาก case และอ่านเอง จนกระทั่งทำ AI ในระดับป.เอกจบ ผมไม่เคยสอนเขาตรงๆ...เขาก็อ่านเอง ศึกษาเอง.จาก web ของผม ดู case study ในไทยประกอบกับของเมืองนอก ครับ.ผมแทบไม่ได้ทำอะไรเลย...นี่ไงครับอำนาจของการทำ Institutionalization.. สร้างบุคลากรชั้นยอดได้เลยครับ...ด้วยงบประมาณที่ดูเหมือนจะแทบไม่ต้องใช้เลย (800 บาท ต่อปี-ค่าwebsite ครับ)..คุ้มสุดคุ้ม..ไม่ต้องสร้างตึก..ห้อง lab ห้องเรียน...คล้ายกับกรณีเมืองสาวัตถี..เลยครับ..
..........
คุณล่ะ คิดอย่างไร

เรียนท่านอาจารย์
ที่นับถือ
แสดงว่าคุณยายเดินถุกทางแล้วใช่มั๊ยคะ ที่ชอบอ่าน อ่านทุกอย่างที่ขวางหน้า และได้รู้สิ่งที่ไม่เคยรู้ สามารถคุยกับคนอื่นรู้เรื่อง และได้นำประโยชน์จากการอ่านไปใช้หลายเรื่องแล้ว อย่างน้อยๆก็คุยกับลูกรู้เรื่อง บางทีลูกก็ถาม "อ้าว นี่แม่เข้าใจมากกว่านุ้กเกอร์อีกนะเนี่ย" แต่ไม่ใช่หรอกค่ะ แค่งูๆปลาๆเอง แล้วนำมาปะติดปะต่อ พอดีตรงจุดที่เราเข้าใจเท่านั้นเอง
การอ่านสร้างโลกครับ คุณยาย..อ่านเยอะๆ ทำเยอะๆครับ ขอบคุณมากๆ ที่แวะมานะครับ...
ถ้าเราไม่อยู่แล้ว สิ่งดีๆที่เรากับคนในองค์กรที่นั่นสร้างสรรค์ขึ้นมา จะยังคงเติบโตไปได้ (โดยไม่ต้องมีเรา-ผู้เชี่ยวชาญ) ได้อย่างไร"
เป็นคำถามที่โดนใจครับอาจารย์
สำหรับผมเอง ในตอนนี้ ยังไม่มีคำตอบครับ แต่จะนำไปเป็นโจทย์ในการทำงานของผมต่อไปครับ
ขอบคุณคำถามดีๆที่มีมาฝากครับ
เรื่องนี้เรื่องใหญ่มากๆในทาง OD/AI ครับท่านอาจารย์ ผมจะเขียนต่ออีกนะครับ.
..ถึงแนวทาง และที่ทำอยู่จริงๆครับ..
ขอบพระคุณท่านอาจารย์สำหรับข้อคิดเห็นครับ