นิทาน

สวัสดีคับวันนี้ผมมีโอกาสได้มาเขียนเรื่องราวอีกครั้งนึงคับ

                    เป็นเรื่องราวที่มีโอกาสได้รับฝังมา มีชื่อว่านิทานหินอ่อน

  เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อไม่นานมานี้ที่ประเทศอิตาลี มีการเปิดพิพิธภัณฑ์แห่งกรุงโรม

เป็นพิพิธภัณฑ์ที่สวยงามมาก ภายในกว้างขวางสูงใหญ่ เป็นที่น่าสนใจแก่ผู้พบเห้น

ภายในถูกประดับตกแต่งตระการตา พื้นภายในถูกปูด้วยหินอ่อนสวยงาม ทุกๆวันจะมี

เข้ามาเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก แต่สิ่งที่ดึงดูดผู้คนของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือหินอ่อนแกะสลัก

เป็นรูปนักรบนั่งอยู่บนหลังม้า ทุกๆวันจะมีคนมายืนมองหลายพันคน บ้างก็ถ่ายภาพ

บ้างก็พูดคุยชื่นชมในความงามของมัน เมื่อเวลาผ่านไปถึงตอนค่ำ พิพิธภัณฑ์ก็ปิดตัวลง

ผู้คนก็ต่างทยอยเดินทางกลับ เจ้าพื้นหินอ่อนที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์ก็พูดกับเจ้าหินอ่อนแกะ

สลัก ขึ้นมาว่า ทำไมผู้คนที่เดินทางมานี้ ถึงไม่มีใครสนใจเราเลย กลับมาสนใจแต่เจ้า

ทั้งๆที่เราก็เป็นหินอ่อนด้วยกัน   หินอ่อนแกะสลัก ก็เลยพูดขึ้นมาว่า ก็เรานะเมื่อก่อนก็เป็น

หินอ่อนเช่นเดียวกับเจ้า แต่ว่าเรายอมให้ช่างแกะสลัก ทุบ ตี เจะ ตัด เป็นเวลานาน

กว่าเราจะออกมาเป็นแบบนี้ ผิดกับเจ้าที่ไม่ยอมให้ช่างทำการแกะสลักเจ้าก็เลยต้องมา

เป็นหินอ่อนปูพื้นให้คนเหยียบย่ำไปมาไร้ค่าเช่นนี้

 

 

 

 

จบแล้วคับสำหรับนิทานหินอ่อน เมื่ออ่านแล้วรู้สึกเป็นอย่างไรบ้างคับ

เหอๆๆ คงไม่รู้สึกอะไรใช้ใหมคับ 

 

 

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าการเป็นคนที่ดีนั้นจะต้องอยู่ในกฎระเบียบวินัย ถ้าเป็นนักเรียน

ก็ต้องยอมรับในกฎระเบียบของโรงเรียนและกฎของสังคม ต้องยอมรับในตัวช่างแกะสลัก

ก็คือ ตัวครู ผู้ที่ยอมอดทนเหน็ดเหนือยแกะสลักหินอ่อนหลายๆก้อนให้ออกมาสวยงาม

เป็นที่ยอมรับ เมื่อเราเชื่อฟังและตั้งใจในการศึกษาเล่าเรียนเราจะมีค่ามีคุณค่าเป็นที่

ยอมรับของสังคม

 

ตอนนี้คนที่เป็นครูก็อย่าท้อไปนะคับ

ถ้าหากขาดพวกเราไปแล้ว อนาคตของเด็กๆ

อนาคตของชาติจะเป็นอย่างไร ผมเองก็ไม่ได้คิดเลยว่า

ชีวิตนี้ จะมาเป็นครู ตอนนี้ทำงานมาได้จะครบ 1 ปีแล้วคับ

ทั้งเหนื่อย ทั้งหนัก ท้อไปก็หลายครั้ง แต่ทุกครั้งก็พยายามทำให้ดีที่สุด

ได้กำลังใจ และแรงใจจากแววตาของเด็กๆที่ตั้งใจเรียน เมื่อเขาเข้าใจ และมีความสุข

จากการเรียน ตัวเราเองก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง ส่วนพวกเด็กๆที่เขายังหลงทางกลับ

บ้านไม่ถูก มัวหลงทางอยู่ ถ้าเราพูด ทำ และจูงใจให้เขากลับมาถูกทาง ก็ทำให้ใจเรา

มีความสุขในการสอนมากคับ ตอนนี้ผมกำลังเรียนวิชาชีพครูอยู่คับ สอนมาจะปีนึงแล้ว

เหลืออีกเทอมเดียวก็จะจบแล้วครับ ตอนนี้เพื่อนๆผมที่เรียนจบพร้อมกันไปทำงานตาม

สายที่จบมาเงินเดือนๆนึงก็ตกหลายหมืนต่อเดือน ขับรถเก๋งป้ายแดงกันทั้งนั้น ส่วนผมที่

ทำงานเป็นครูเหรอคับ ขับมอเตอร์ไซห้างคับ เหอๆ เงินเดือนพอสิ้นเดือนก็หมดคับ 

ค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำ ค้าไฟ ค่าอาหารประทังชีวิต แต่ชีวิตผมก็ไม่ได้ทุกคับ มีความสุขกับ

งานที่ทำ กับชีวิตที่เป็นอยู่ และสุดท้ายนี้ก็ขอเป็นกำลังใจให้กับเพื่อนครูที่ทำงานในสาม

จังหวัดชายแดนนะคับ ถึงจะเป็นแสงสว่างอันน้อยนิด เป็นเปลวเทียนที่โดนลมพัดโหม

แต่หากเปลวเทียนของเราไปจุดประกายให้กับเด็กๆในสังคม สักวันเด็กๆที่เราจุดไฟความ

รู้ให้กับเขาเหล่านั้นก็จะนำความรู้ไปพัฒนาสังคมได้สักวันหนึ่งข้างหน้า........