เมื่อถึงเดือนกันยายนและตุลาคมทุกปี หลายหน่วยงานคงมีการทำแผนกัน

เมื่อปีที่แล้วที่ทำงานของผู้เขียนเดินทางไปทำแผนกันที่พัทยา โดยที่มีผู้เขียนเป็นผู้ประสานงาน ผู้ประสานงานในที่นี้ ต้องรับผิดชอบเรื่องการใช้จ่ายเงินด้วย แล้วก็ฉุกคิดขึ้นได้ว่า เมื่อปีที่แล้วโอนเงินมัดจำไปแล้วลืมนำมาหักออก ไม่แน่ใจว่า น้องโอนกลับมาให้หรือยัง จึงคิดจะเอาสมุดบัญชีไปอัพเดท

สิ่งที่เจอให้สมุดบัญชี หลายรายการนึกออกว่าเอาไปทำอะไร แต่มีรายการหนึ่งที่ยอดเงินสูงมาก นึกอย่างไรก็นึกไม่ออก พยายามหาหลักฐานหรือบันทึกต่างๆ ที่พอจะมีก็หาไม่เจอ ทำเอานอนไม่หลับทั้งคืน

หัวใจเต้นแรงผิดปกติและไม่เป็นจังหวะ พยายามระงับให้ใจสงบด้วยการสวดมนต์ จนในที่สุดหลับไป แล้วก็รู้สึกตัวตื่นอีก..ที่..ยังเช้ามืด รู้สึกว่าตัวเองตัวแข็งไปหมด ปวดตาทั้งสองข้างมาก คลื่นไส้ อาเจียนและท้องเสีย รู้สึกผะอืดผะอมมาก นึกถึงเมื่อตอนที่สอบวิทยานิพนธ์ หลังสอบก็อาเจียน ตัวร้อน คงเครียดเอามากๆนั่นเอง

 

หัวใจยังคงเต้นแรง รู้สึกสับสน โทษตัวเองด้วยว่าทำไมนึกไม่ออก ต้องลดความวิตกกังวลตัวเองด้วยยาคลายเครียด ยาคลายกล้ามเนื้อ และยาไมเกรน นอนขดสงบใจบนโซฟา โทรหาพี่สาว พี่สาวก็ปลอบใจให้ค่อยๆคิด แล้วยังให้หมอแผนโบราณมานวดให้

 

กะงานว่าจะนอนพักไม่ไปทำงาน ลาป่วยดีกว่า ยังคลื่นไส้อยู่เลย และแล้วเสียงโทรศัพท์ก็ปลุกให้ตื่นเมื่อน้องโทรมาตามว่า มีคนมาประเมินที่ทำงาน

สมาธิจึงไปที่ประเด็นการประเมินโรงพยาบาล ลืมเรื่องเครียดไปได้ชั่วคราว

 

บนรถสี่ประตูมุ่งสู่จังหวัด ผู้เขียนและน้องเภสัชกร เดินทางเข้าประชุมเรื่องการประเมินมาตรฐานยา น้องเภสัชกร บอกว่า อยากระบายอะไรก็พูดออกมาเลย เมื่อบอกว่า ยอดเงินในบัญชีหายไป

รู้สึกว่า ตัวเองพูดเยอะมากจนคอแห้ง "พี่ยังหัวเราะได้ แม้จะซ่อนความขมขืนเอาไว้ภายใน พี่คงหลับสบายได้ในคืนนี้"  น้องเตือนสติก่อนที่เราจะแยกย้ายกลับบ้านพัก