อาจารย์เจริญศักดิ์ ท่านได้มาบรรยายเรื่องพืชพลังงาน ท่านได้เคยเป็นที่ปรึกษาทางด้านพลังงานมาก่อน

เป็นเรื่องพลังงาน ความต้องการพลังงานมากขึ้นกับ 2 ประเทศใหญ่คือ อินเดีย และจีน รวมทั้งอาหารด้วย เนื่องจากประชากรที่มากขึ้น เช่นถ้าทานสเต็ก หนึ่งชิ้นจะหมดพลังงานไปอย่างมากเพราะต้องพลังอาหารจากพืชต่าง รวมทั้งอื่นๆ ด้วย นอกจากนี้ในเรื่องของน้ำด้วยประเทศไทยใช้น้ำมากเมื่อเทียบกับประเทศเอธิโอปียที่เขาต้องจำกัดการใช้ ดังนั้นควรต้องคำนีงถึงเรื่องเหล่านี้ด้วยอย่างมาก และตอนนี้รถก็ต้องผลิตในการใช้พลังงานทดแทนมากขึ้น เช่นแถบยุโรปจะผลิตออกมาเป็น E 20 มากขึ้นจะเห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากติกโดยเฉพาะเรื่องรถติด

พลังงานที่ใช้มีเพิ่มขึ้นอย่างเช่น ทั้งไฟฟ้า น้ำมัน และ แก็สหุงต้ม heater ตามบ้านเรือน ก็ต้องมีการใช้ฟืนที่จะมาช่วยเพื่อไม่ให้สินเปลือง เพราะถ้าใช้ไฟฟ้ามากก็เปลืองมาก  พลังงานก็แบ่งเป็นพลังงานที่สร้างมาใหม่ได้ เช่น พลังงานลม แสง โซล่า น้ำก็มีจำกัด ต่างๆที่สามารถใช้มากขึ้น เช่น เหล้าหมู โรงงานน้ำตาลที่ใช้จาก    ส่วนพลังงานที่เดิมที่ไม่สามารถมาใหม่ได้เช่น พลังงานจากน้ำมันคือฟอสซิล ถ่านหิน แก็สธรรมชาติ รวมทั้งพลังงานนิวเคลียร์ ที่กำลังตื่นตัวกันอย่างมากเพราะไม่เกิดpollution แต่กลัวการระเบิด

ส่วน bioenergy ซึ่งจะมีแยกเป็น biomass, biogas, ethanol และ biodiesel ซึ่งจะได้จากพลังงานพืชและสัตว์ เช่นเหล้าหมู และโรงงานน้ำตาลที่ขายไฟฟ้าได้มากโดยใช้ชานอ้อยมาปั่นไฟ เป็น biomass ได้ คาร์บอนเครดิต โรงงานมันสำประหลังที่ผลิตethanol ได้ แทนเบนซิล   มูลหมูมาทำbiogas หรือใช้น้ำเสียหรือของเสียมาหมักเป็นแก็สเพื่อใช้เป็นพลังงาน ใช้มันไกทำ biodiesel ใช้แทนน้ำมันดีเซล เพื่อลดการใช้พลังงาน กะลาปาล์มเหลือก็เอาไปเผาปั่นไฟได้

การใช้พลังงานมีมากขึ้นใช้น้ำมันนำเข้า 42 % น้ำ 2% แก็สธรรมชาติ 30% ถ่านหิน 15% และอื่น ๆ 3%   ส่วนการใช้พลังงานไฟฟ้าก็ได้ปริมาณมากรวมทั้งมีการนำเข้าพลังงานไฟฟ้าด้วย ปริมาณการใช้ขึ้นกับเศรฐกิจ น้ำมันดิบบ้านเราจะสามารถใช้ได้อีกประมาณ 7 ปี ส่วนแก็สก็สามารถใช้ได้อีก 20 ปี หลายๆตัว ทั้งมีเทน และอื่นๆ  NGV เป็นแก็สธรรมชาติ และพลังงานก็แล้วแต่แหล่งต่างกัน

เป้าหมายของการทดแทนพลังงานจากหลายแหล่ง เช่น แสงอาทิตย์ น้ำ ลม ชีวมวล กาซชีวภาพ และพลังงานจากขยะ รวมทั้ง เอทานอลและไบโอดีเซล สัดส่วนของการใช้พลังงานหมุนเวียนอยู่ที่ 8% ในปีหน้า

พลังงานนิวเคลียร์ค่อนข้างก็มีอยู่หลายประเทศ ประมาณ 300 กว่าโรง และจะสร้างอีกประมาณ 50 โรง ซึงจะมีขึ่นในสหรัฐ ญี่ปุ่น จีน เกาหลี แต่น้อยที่แถบยุโรป

พืชน้ำมันสามารถไปทำ biodiease และก็มีไบโอเอธานอลที่ได้จากพืชที่ให้แป้ง หรือน้ำตาล แต่ต้องใช้เอ็นไซด์ในการย่อยซึ่งเอ็นไซด์ก็ยังแพงอยู่

วัตถุดิบในการผลิตเอธานอลได้แก่ ข้าวโพด อ้อย มันสำปะหลัง ข้าว อ้อยผลิตไม่พอที่จะมาทำเอธานอล เพราะน้ำตาลก็ไม่พอ โมลาสในการทำเอธานอล กากน้ำตาลก็ไม่พอเพราะต้องไปแข่งกับผู้ผลิตซีอิ้ว อ้อย 1 ตันก็ได้ เอธานอลประมาณ 30 % ซึ่งก็ขึ้นกับราคาน้ำตาลทราย ถ้าราคาน้ำตาลดีก็ผลิตเธานอลน้อยที่เกิดที่บราซิล ของเราอ้อย 1 ตันได้น้ำตาล 100 กิโล

มันสำปะหลังก็ส่งออกมากไปทั้งยุโรปและจีนซึ่งจะไปทำเอธานอล แป้งก็ส่งออกมา และใช้มากในประเทศ ยังทำเป็นพลังไม่พอผลผลิตน้อยลง เพราะเรื่องโรคแมลงค่อนข้างมากอยู่มาก และพื้นที่ก็แย่งอยู่กับอ้อย ซึ่งไม่พอส่งออกด้วย เพราะเราส่งออกมากที่สุดในโลก ซึ่งก็พัฒนาพันธุ์ออกมาใหม่ๆให้ได้ผลผลิตมากขึ้น และใช้มากที่สุดในโลกขณะนี้ ชื่อ พันธุ์เกษตร 50 และแต่ละประเทศก็เอาไปเปลียนชื่อก็มีทั้ง เขมร อินโดนีเซีย แต่ก็มีปัญหาเรื่องเพลี่ยแป้งมากอยู่เช่นกัน

เหตุที่ยกเลิกน้ำมัน 91 เพราะมีสารตะกัวมากเป็น 95 เพื่อลดปัญหาสภาพแวดล้อม และก็ปรับมาใช้เอธานอลให้มากขึ้นต่อไปจะใช้มันสำปะหลังมากขึ้นในการทำเอธานอล ซึงก็มีปัญหามากมายเพราะเอธานอลใช้ในการผลิตเหล้า

ในการใช้พืชน้ำมันมาผลิตเอธานอลก็จะมีปาล์มน้ำมันที่มีศักยภาพมากที่สุดเมื่อเทียบกับพืชอื่น และมาเซียก็มีการพัฒนามาก และห้ามนำพันธุ์ออกมาสำหรับพันธุ์ดี ส่วนพันธุ์ที่ไม่ดีออกมา ของไทยพยายามที่จะขยายมากขึ้นในแนวนโยบาย แทนไม้ยืนต้น เช่นโค่นทุเรียนปลูกปาล์มแทน

นโยบายที่จะขยายการปลูกปาล์มก็เกิดขึ้นซึ่งความเป็นจริงไม่ได้ศึกษากันก่อนจะเปรียบเทียบการปลูกยางไม่ได้ เพราะยางทดลองมาแล้ว สรุปก็ให้ทดลองก่อนเพื่อดูผลที่ซึ่งไม่ควรเอาความเสี่ยงไปให้เกษตรกร

และก็มีการปลูกทดลองในหลายพื้ที่ที่หนองคาย กลางที่รังสิตปทุม แต่ปัญหาคือน้ำมากทำให้สูงมากก็อาจจะล้มได้และมีปัญหาการฝ่อด้วย ปาล์มถ้าไม่ได้ผลก็ทำอะไรไม่ได้เลย ภาคกลางก็ประกาศให้ส่งเสริมตามที่ปลูกส้มเก่าเพราะถ้าไม่มีนโยบายจะไม่ได้กู้ และก็ไม่มีอะไรปลูก แต่ผลก็ต่างจากภาคใต้

เรื่องพันธุ์เราก็ยังแพ้มาเลเซียอยู่ต้องมีการผสมพันธุ์เพื่อที่จะได้ปริมาณน้ำมันให้มากขึ้น

ในอนาคตก็คงต้องมีการใช้เอธานอลให้มากขึ้น มียุธศาศตร์เพื่อหาพลังงานทดแทนให้มากขึ้น และในการผลิตรถก็ออกมามากขึ้นที่ใช้เอธานอล เช่นรถ E 85 ออกมาก็จะนำมาถึงปัญหาในการแข่งขันกันระหว่างพืชที่จะใช้ประโยชน์ไปเป็นพืชพลังงานมากขึ้น และพยายามที่จะดูงดูดให้ใช้มากขึ้นโดยให้ราคาถูกลง

พืชอาหารและพืชพลังงานจะทำอย่างไรให้สมดุลก็ต้องดูเรื่องราคาเอาที่แพงกว่าเพื่อให้คุ้มค่าแกการผลิต ก็มีการแนะนำให้ใช้สบู่ดำเพราะไม่ใช่พืชอาหาร แต่ผลผลิตต่ำต้องเห็นใจเกษตรกรที่ต้องปลูกด้วย แต่ขณะนี้พม่าปลูกมากอยู่

ซึ่งจากการปฏิวัติเขียวก็มีพันธุ์ต่างๆออกมากมายเพื่อได้ผลผลิตมากขึ้นเพื่อที่จะได้เพียงพอกับการเพิ่มขึ้นของประชากรโลก ซึ่งอย่างจีนก็เป็นข้าวลูกผสมมากขึ้นและคุณภาพดีขึ้น เวียดนามก็มีการทำให้รวงใหญ่มากขึ้นเช่นที่ฟิลิปินส์เอาคนมาฝึกเพื่อที่จะให้เข้าถึงการทำงานในการพัฒนาต่อไป  ซึงในขณะนี้ควายเราไถนาไม่เป็นแล้วในปัจจุบันเนื่องจากมีการใช้เอธานอลมากขึ้น ก็จะทำให้พืชต่างๆปรับราคามากขึ้นซึ่งในปี 2008 เป็นช่วงวิกฤตอาหารมาก่อน ปัญหาที่กำลังตามมาขณะนี้คือโลกร้อน มีการกล่าวว่า การทำให้ใครสักคนเข้าอะไรบางอย่างเป็นเรื่องยากในเมื่อมีเงินยังค้ำคออยู่

จริงๆการที่อาหารแพงเป็นเหตุมาจากการไม่ได้เตรียมตัวของโลกมากกว่าเพราะ bioenergy นั่นเป็นการกล่าวที่สหรัฐ และที่นั่นรัฐที่มีการเกษตรมีการตกงานน้อยที่สุดเพราะมีการจ้างงาน ซึ่งจะไม่ดูจากGDP ไม่ได้ จริงๆแล้วในการพัฒนาอะไรก็ตามควรที่จะคิดถึงรากหญ้าให้มากด้วย

อาจารย์ก็สรุปว่าสวนปาล์ม ไร่ออ้ย ไร่มันจะเป็นบ่อน้ำมันที่ไม่มีวันแห้งผลิตพลังงานจากดวงอาทิตย์