ในจังหวะชีวิตของคนเราทุกคนล้วนต้องเคยประสบกับสภาวะสองด้านคู่ขนานกันไปทั้ง สุข – ทุกข์ ดีใจ – เสียใจ สมหวัง – ผิดหวัง เป็นต้น ซึ่งถ้าหากเลือกได้ทุกคนก็คงเลือกที่จะเดินทางเฉพาะในด้านบวกของชีวิต และจริง ๆ แล้วเราสามารถเลือกได้จริงหรือเปล่า
โดยแท้จริงแล้วเราสามารถที่จะเลือกได้และไม่ได้ไปพร้อม ๆ กัน สิ่งที่เราสามารถที่จะเลือกได้นั้นก็เฉพาะปัจจัยเหตุที่เราสามารถควบคุมตัวแปรต่าง ๆ ได้ เช่น การเลือกที่สร้างความสุขโดยการท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนคลาย เป็นต้น ส่วนในกรณีที่เราไม่สามารถที่จะเลือกได้ก็เนื่องมาจากสภาวะที่เราไม่สามารถควบคุมและกำหนดตัวแปรได้ เช่น ความสูญเสียจากการเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ เป็นต้น
การเลือกได้และเลือกไม่ได้นั้นหลาย ๆ เหตุการณ์นำพามาซึ่งความปีติยินดีและความเสียใจ กับตัวของเราเองเป็นอย่างมาก เราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่คู่ขนานบนเส้นทางของชีวิตโดยการ สร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจ ที่เข้มแข็งเพียงพอเพื่อรองรับกับความผันผวนที่เกิดขึ้นในเส้นทางของการดำเนินชีวิตของเรา
จากข่าวคราวทั้งสื่อสิ่งพิมพ์และโทรทัศน์เราจะเห็นว่า ข่าวคราวการฆ่าตัวตายจากความผิดหวังทั้งเรื่องชีวิต – ความรัก – งาน – ครอบครัว เป็นต้น มีมากขึ้นและทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นในสังคม จากการฆ่าตัวตายเพียงลำพังตอนนี้กลับกลายพันธ์มาเป็นฆ่าตัวตายทั้งครอบครัว อะไรคือสาเหตุที่แท้จริงและสาเหตุปนเปื้อนในเหตุการณ์เหล่านั้น
สาเหตุที่แท้จริง ก็คือ ภูมิคุ้มกันทางจิตใจบกพร่อง
สาเหตุปนเปื้อน ก็คือ สภาวะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้น ๆ เช่น ผิดหวังเรื่องความรัก ผิดหวังเรื่องครอบครัว เป็นต้น
แท้ที่จริงแล้ว สภาวะปนเปื้อนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับจังหวะของชีวิตคนเราได้ทุกเวลาทั้งจากที่เราเลือกได้และไม่ได้เลือก (มาเยือนโดยไม่ได้นัดหมายล่วงหน้า) หากเมื่อใดที่ ภูมิคุ้มกันทางจิตใจของเราบกพร่อง ความรุนแรงของปัจจัยเหตุ (ปนเปื้อน) ก็จะเข้มข้นจนนำไปสู่จุดจบของชีวิต
หากเราเข้าใจและเรียนรู้ในบริบทของเหรียญทั้งสองด้านที่ผ่านเข้ามากระทบกับเส้นทางของการดำเนินชีวิตด้วย การสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจ ให้เข้มแข็ง เราก็จะสามารถขจัดสารปนเปื้อนที่ผ่านเข้ามาทดสอบจิตใจของเราออกไปได้หมดสิ้น “ภูมิคุ้มกันทางจิต ช่วยชีวิตของเราได้”
ในภาวะของสังคมในปัจจุบันที่เกิดวิกฤติซ้อนทับวิกฤติในหลายมิติทั้งทางด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง เป็นสังคมที่ศีลธรรมและคุณธรรมเสื่อมโทรมลงเฉกเช่นปัจจุบัน เราไม่สามารถคาดการณ์หรือเดาอนาคตข้างหน้าว่าจะเกิดวิกฤติทางด้านสังคมรุนแรงขึ้นมากอีกเท่าไหร่ แต่สิ่งที่สำคัญที่เรานั้นสามารถทำได้ในปัจจุบันและอนาคตข้างหน้า ก็คือ มอบความรักความอบอุ่นอันบริสุทธิ์เพื่อเป็นเกราะและภูมิคุ้มกันให้กับคนที่เรารัก ซึ่งความรักความอบอุ่น และความเอาใจใส่ในด้านดีงามที่เรามีให้กับคนที่เรารักจะสะสมและมีพลังต่อสู้กับเชื้อร้าย (วิกฤติทางสังคมที่เสื่อมโทรมลงทุกวัน หลากหลายมิติ ทั้งด้านความรุนแรง ความเห็นแก่ตัว ความมัวเมาในกิเลสทุกรูปแบบ เป็นต้น) ได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคตภายภาคหน้า เราไม่มีอะไรที่ยิ่งใหญ่มากไปกว่า “สายใยรัก ความอบอุ่นและความดีมีคุณธรรม”ที่จะมอบให้กับคนที่เรารัก เพราะสิ่งเหล่านี้หาซื้อไม่ได้ นอกจากต้องใช้ต้นทุนทางด้านจิตใจที่ดีงามปลูกฝังให้กับคนที่เรารัก ผู้เขียนเชื่อว่า ทุกคนสามารถผลิตสิ่งเหล่านี้เข้าสู่ระบบเพื่อเยียวยาอาการป่วยของสังคมที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะจริงใจ และร่วมมือร่วมใจกันหรือเปล่าเท่านั้นเอง
คุณธรรมไม่ต้องเสียต้นทุน (มูลค่าทางตัวเงิน) ในการผลิต ใช้แค่ปัจจัยการผลิต ที่ดีงามของจิตใจเข้าสู่กระบวนการผลิตโดยใช้ปัญญา และก็จะได้ผลผลิตออกมาทางการกระทำในสิ่งที่ดีมีคุณธรรมทั้งต่อตัวเองและสังคม