“กองทัพของชุดความรู้และข้อมูลข่าวสาร มิอาจต้านทาน พลังแห่งปัญญาที่มีธรรมะศาสตราเป็นอาวุธ”

13

“การเรียนรู้โดยปราศจากการคิด คือ แรงงานที่สูญเปล่า

การคิดโดยปราศจากการเรียนรู้ คือ อันตราย !!!”

 ขงจื๊อ (Confucius : ๕๕๑ – ๔๗๙ ปี ก่อนคริสตกาล)

นักปราชญ์ชาวจีน

 

 

 

VIII : พันธนาการด้าน “การเสพชุดความรู้”

 

              วันนี้บรรดาสินค้าทางความรู้ มีอยู่มากมายหลากหลายดูจะมากกว่าสินค้าทั่วไปที่มีวางขายในห้างสรรพสินค้า ทั้งข้อมูล ข่าวสาร หลักการทางทฤษฎีต่าง ๆ ถูกจัดวางให้เลือกสรรพร้อมนำมันไปใช้ ใครชอบใจในอะไรก็สามารถเลือกเอาไปใช้ได้ตามใจชอบ

 

การเสพชุดความรู้ที่มีอยู่มากมาย หากหยิบยกนำมาใช้โดยบิดเบือนในข้อเท็จจริง เพื่อใช้แอบอิงผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ใช้ในการตีตราประทับรับรองเพื่อสร้างความชอบธรรม ย่อมนำไปสู่ความหายนะทางภูมิปัญญา

 

            โลกตะวันตกถูกยกให้เป็นศูนย์กลางโรงงานทางการผลิตความคิด ค่านิยม ความเชื่อ ทัศนะคติต่าง ๆ รวมทั้งวัฒนธรรม เกี่ยวเนื่องจาก การวัดค่าสัมพัทธ์จากศักยภาพของคนและเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้าทางการศึกษา พัฒนาสู่การวิจัยวิ่งไล่กวดค้นหาความจริงแห่งศาสตร์ โลกตะวันตกผงาดขึ้นอย่างโดดเด่นจนเป็นศูนย์กลาง นำทางให้ประเทศต่าง ๆ ต้องรีบเหยียบคันเร่งเพื่อไล่กวดให้ทัน ไม่อย่างนั้นก็จะตกกระแสแห่งความศิวิไลซ์

 

“การไล่กวดเพื่อไม่ให้ตกกระแสศิวิไลซ์ในความเจริญ โดยการมุ่งเดินหน้าบริโภคค่านิยมผสมความเชื่อ ทัศนคติต่าง ๆ รวมทั้งวัฒนธรรมอย่างบ้าคลั่ง เท่ากับ  กำลังเดินทางเข้าสู่ชายขอบเพื่อส่งมอบ การเป็นอาณานิคมทางภูมิปัญญา

 

             ารบริโภคไม่ได้สิ้นสุดลงตรงที่การได้รับความพึงพอใจสูงสุดแต่เพียงอย่างเดียว เกี่ยวเนื่องจากในสินค้าและบริการนั้น ยังมีสารปนเปื้อนทาง “วัฒนธรรม” ที่ครอบงำตามมาด้วย ซึ่งการบริโภคด้วยปัญญาช่วยเยียวยาและรักษาวัฒนธรรมที่ดีงามให้คงอยู่สืบไป รวมทั้งช่วยขับไล่วัฒนธรรมที่ไม่เหมาะสมและสร้างค่านิยมที่เสื่อมเสียหาย ให้ตายไปจากสังคม

         

             วิวัฒนาการในการส่งผ่านของทุน มีความยืดหยุ่นเป็นอย่างมาก หากเรารู้ไม่เท่าทัน เท่ากับ เป็นการสั่งสมสารปนเปื้อนเอาไว้ในสังคม

          

             ปฐมฐานของการเบ่งบานของทุนนั้นเริ่มต้นจากภายนอก มุ่งออกแบบแทรกซึมผ่านเทคโนโลยี เพื่อใช้เป็นยุทธวิธีในการครอบงำนำทางเข้าไปกอบโกยผลประโยชน์ในกลุ่มประเทศโลกที่สาม พยามคิดค้นประดิษฐ์ สร้างสรรค์ เมื่อเดินมาถึงทางตันแห่งความจำกัดทางทรัพยากร   ก็ย้อนศร  เข้ามารุกคืบครอบงำภายใน คือ จิตใจของคน โดยมุ่งเน้นเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม นำวัฒนธรรมมาปนเปื้อนในสินค้า สร้างราคาให้เกิดมูลค่าเพิ่ม ส่งเสริมเป็นค่านิยมในการบริโภค ที่ถูกอุปโลกน์ให้เป็นสิ่งศิวิไลซ์ สร้างความหลงใหลในกับดัก “ลัทธิบริโภคนิยม” ที่ปนเปื้อนผ่านเข้ามาทั้ง อาหาร การกิน แฟชั่น สันทนาการ บริการภาพยนตร์ บันเทิง สถานเริงรมย์ และบริการคมนาคม เป็นต้น ซึ่งถือเป็นผลิตผลแห่งยุคสมัย “ทุนวัฒนธรรม (Cultural Capital)” ที่ก้าวเข้ามาครอบงำโลก

 

“ทุนวัฒนธรรมได้รุกคืบครอบงำนำทาง มีขาหยั่งฝังรากลึกอยู่ในทุกภาคส่วนที่สำคัญ ทั้งทางด้านภาคอุตสาหกรรม ถลำลึกลงไปในภาคบริการ เราต้องเรียนรู้ให้เท่าทันในการบริโภค เพื่อไม่ให้ตกหลุมพรางทางวัฒนธรรมสีดำเหล่านั้น”

         

              กระแสของความเชี่ยวกรากแห่งสายธารทาง “ความรู้” ต่าง ๆ ได้พัดพานำเราเข้าสู่ในใจกลางของศูนย์กลางการผลิตชุดความรู้ ผ่านช่องทางของกระบวนการวิวัฒน์ทางเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงทั่วโลกเข้าด้วยกัน แต่ น่าเสียดายที่คนส่วนใหญ่ไม่ละเมียดใส่ใจโดยใช้เวลามาเป็นเงื่อนไขในการบริโภค (ความรู้) โดยชอบหยิบยกเรื่อง เสียเวลาในการคิดโดยใช้ปัญญา มาเป็นข้ออ้าง สุดท้ายกลับทำให้หลงทางและเสียเวลายิ่งกว่าเดิม

 

“การหยิบยกเอาชุดความรู้ที่สำเร็จรูปมาใช้ จะอันตราย

หากไม่เข้าใจในกระบวนการผลิตแห่งชุดความรู้นั้น

 

              หากว่าเราใส่ใจพินิจในกระบวนการผลิตแห่งชุดความรู้ที่เรานำมาบริโภค โดยไม่ตกลงปลงใจเชื่อโดยง่าย ใช้วิธีที่พิจารณาในใจโดยแยบคายด้วยหลัก “โยนิโสมนสิการ” มาช่วยบริหารจัดการในการบริโภคชุดความรู้ โดยตั้งต้นปฐมฐานจากการตั้งข้อสงสัยและคำถามในชุดความรู้นั้น

 

“พลังอำนาจแห่งการวิพากษ์ สงสัย หรือตั้งคำถาม น้อมนำเราให้เข้าสู่

ปฐมฐานของกระบวนการคิดที่มีเส้นทางแห่ง “ปัญญา”

 

             ปฐมฐานจากการตั้งข้อสงสัยและความถามในชุดความรู้ที่เรานำมาบริโภคนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งยวด เป็นการสกัดเอาหัวใจในการผลิตชุดความรู้นั้นออกมาดูว่า

                  -  ชุดความรู้นั้นมีรากฐานการคิดมาจากอะไร ?

                          -   ชุดความรู้นั้นมีประโยชน์สำคัญนำไปใช้อย่างไร ?

               -   ชุดความรู้นั้นมีข้อเสียที่สำคัญอย่างไร ?

                         -  ชุดความรู้นั้นมีข้อจำกัดทางสมมติฐานอย่างไร ?

                        เป็นต้น

 

 “หัวใจสำคัญของการนำชุดความรู้ไปใช้ ต้องใส่ใจในการสกัดเอาข้อสงสัย

และตั้งคำถาม เพื่อติดตามตรวจสอบกระบวนการผลิตชุดความรู้นั้น  

เพื่อให้รู้เท่าทันในประโยชน์และโทษที่แท้จริง

           

           สงครามของข้อมูลข่าวสาร ถือเป็นการทดสอบประสิทธิภาพของกระบวนการทางความคิด ว่าตัวของเราถูกจับเหวี่ยงให้เข้าไปติดในโมหะ หรือ จะสลัดให้หลุดออกมาเพื่อพัฒนาสู่อิสรภาพทางความคิดที่เสพติดในสัมมาทิฏฐิ

 

 

 

“กองทัพของชุดความรู้และข้อมูลข่าวสาร

มิอาจต้านทาน 

พลังแห่งปัญญาที่มีธรรมะศาสตราเป็นอาวุธ