Health trends for the 21st
“Early to bed, early to rise, makes a man healthy, wealthy andwise.”[1]
อมตะวาจาของ เบนจามิน แฟรงคลิน (Benjamin Franklin, ค.ศ. 1706 - 1705) นักปรัชญาบุคคลสำคัญของโลก[2] ถึงแม้ว่าตอนนี้จะผ่านพ้นไปกว่า 3 ศตวรรษ แต่ความจริงก็คือ มวลมนุษยชาติล้วนยังคงโหยหา “สุขภาพ ความมั่นคง และปัญญา” พร้อมๆกับการย้ำเตือนถึงความสัมพันธ์กันอย่างแยกไม่ออกของความจริงแห่งความต้องการทั้งสามประการ ซึ่งอาจสรุปและนำมาใช้เป็นฉากทัศน์ (scenario) แห่งศตวรรษของการพัฒนาระบบสุขภาพแนวใหม่ ที่ต้องให้ความสำคัญกับระบบความสัมพันธ์ทั้งมวลที่เกี่ยวเนื่องกับ “สุขภาวะ” (well-being) โดยมีระบบการบริการสาธารณสุขเป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบสุขภาพ[3]
โลกในศตวรรษที่ 21 “ระบบสุขภาพแนวใหม่” จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในระบบฐานรากของสังคม ที่หมายมั่นให้ “สุขภาพ” เป็นศูนย์กลางของการพัฒนาทั้งมวล[4]พร้อมๆไปกับการเป็นความหวังสากล เพื่อให้ได้มาซึ่งสุขภาพที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน โดยมีแนวคิดพื้นฐาน อยู่บนความเท่าเทียมกัน อย่างมีเอกภาพ และเน้นการมีส่วนร่วมในความรับผิดชอบของปัจเจกบุคคล ครอบครัว และชุมชน และมีเป้าหมายปลายทางร่วมกัน คือ การมี “สุขภาพดีถ้วนหน้าภายในศตวรรษที่ 21” (Health for All in the 21st century) [5]
แนวคิด : Health Challenges in the 21st century: ความท้าทายในโลกศตวรรษที่ 21
ลักษณะทางสังคมเศรษฐกิจในศตวรรษที่ 21 ศตวรรษที่สังคมโลกต่างปรับตัวอย่างรีบเร่ง เพื่อการดำรงคงอยู่ในกระแสการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกผัน เช่น จากมีสายเป็นไร้สาย จากเฉพาะท้องถิ่นไปเป็นครอบคลุมมีเครือข่ายทั่วทั้งโลกเหล่านี้ เป็นต้น กระแสการเปลี่ยนแปลงนี้มีความเชี่ยวกราก และกำลังทำลายขนบธรรมเนียม ค่านิยม ความเชื่อดั้งเดิม สังคมโลกกำลังเผชิญหน้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ที่กำลังเป็นไปอย่างต่อเนื่องสู่อนาคตหลายๆ ด้านด้วยกันพร้อมๆ กัน[1] รวมทั้งโฉมหน้าของระบบสุขภาพที่ถูกเชื่อมโยงเข้ากับปัจจัยลักษณะทางสังคมเศรษฐกิจนี้ สะท้อนออกมาสู่การปรับตัวภายใต้เงื่อนไขการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ท้าทาย 3 ประการ[2] ได้แก่
1) ความท้าทาย:.ในการสร้างความเท่าเทียมทางสุขภาพ (reduce health inequities within our population.)
การพัฒนานโยบายสุขภาพของโลกแนวใหม่เกิดจากฐานความคิดในเรื่อง ความไม่เท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจและสังคมที่เพิ่มมากขึ้น โดยส่งผลให้ชุมชนยากจนจำนวนมากถูกทอดทิ้งปล่อยปละละเลย [3] ปัญหาความเหลื่อมล้ำในบริบทของสังคมมักมีด้วยกัน 5 ประการ[4] ได้แก่ ความไม่เท่าเทียมในการได้รับบริการจากรัฐ ความไม่เท่าเทียมกันในการได้รับทรัพยากรที่จำกัดตามความจำเป็น ความไม่เท่าเทียมกันในการใช้ประโยชน์ ความไม่เท่าเทียมกันในโอกาสที่สมควรได้รับ และการได้รับการจัดสรรผลประโยชน์ที่ไม่เท่าเทียมกัน ซึ่งตัวอย่างของความไม่เท่าเทียมกัน คือ ปรากฏการณ์ “Two Faces of Asia” ที่พบได้ในหลายๆเมืองของทวีปเอเชีย เช่น ความเจริญของเมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย ที่มีความ แตกต่างอย่างสิ้นเชิงระหว่างความเป็นอยู่ของคนรวยกับชาวสลัมในแหล่งที่อาจนับได้ว่าเสื่อมโทรมที่สุดในโลก ซึ่งหลายคนแทบจะไม่สามารถเลี้ยงชีพตัวเองได้ โดยคาดการณ์ว่าสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรมและสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้สถานการณ์ความยากจนเลวร้ายลง [5]
ดังนั้น เพื่อลดปัญหาความไม่เท่าเทียมกันดังกล่าว ทุกส่วนของสังคมโลก ทั้งระดับ
ประเทศ ภูมิภาค หรือแม้กระทั่งระดับโลก ต้องร่วมมือกันและช่วยเหลือโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวิกฤตการณ์ทางการเงินของโลกที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ [6]
2) ความท้าทาย: .ในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการจัดการสุขภาวะ(Using new discoveries, techniques, pharmaceuticals and devices to improve health.)
ในปัจจุบัน ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจะเป็นกำลังสำคัญที่จะขับเคลื่อนระบบสังคมเศรษฐกิจให้พัฒนา รวมถึงสร้างโอกาสใหม่ๆในการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของมนุษย์เทคโนโลยีในการสร้างสุขภาพในศตวรรษที่ 21 ที่น่าสนใจ เช่น การจัดระบบโครงข่ายสารสนเทศสากลด้านสุขภาพ เพื่อเชื่อมโยงและอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพแก่มนุษย์แบบไร้พรหมแดน การจัดศูนย์กลางฐานข้อมูลเพื่อให้ข้อมูลข่าวสาร โดยมีช่องทางที่หลากหลายสำหรับบริการแก่ผู้บริโภค การผลิตยาด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยไม่ใช่เพื่อการค้า สำหรับทุกคนอย่างเท่าเทียม การจัดผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพให้บริการในระบบโครงข่ายไร้สาย (remote Internet connections) การใช้เทคโนโลยี Medicalbots, nonhuman intelligence agents การใช้Advanced nano-biology and genetic technology ในการดูแลสุขภาพ และรักษาโรค เทคโนโลยีความรู้และการจัดการอาหารในการส่งเสริมสุขภาพ ชะลอความเสื่อมของร่างกายและช่วยยืดอายุให้ยาวนาน เป็นต้น[7]
3) ความท้าทาย: ในการเผชิญกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ (Addressing the unanticipated health threats which will certainly appear throughout the decades to come.)
3.1 การเปลี่ยนแปลงลักษณะประชากร (The New Demographics) พบแนวโน้มประชากรโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงทั้งในเชิงโครงสร้างและพฤติกรรม โดยประชากรสูงอายุจะมีสัดส่วน เพิ่มขึ้น ในขณะที่ประชากรวัยหนุ่มสาว (Young Generation) จะมีสัดส่วนลดลงก่อให้เกิดผลกระทบสำคัญ คือ ภาระงบประมาณรายจ่ายเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกับประเทศกำลังพัฒนาซึ่งโครงสร้างของประชากรวัยสูงอายุที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นมาก การเคลื่อนย้ายแรงงานจากประเทศกำลังพัฒนาไปสู่ประเทศพัฒนาแล้ว (Mobility of Labour) ก่อให้เกิดปัญหาเมืองใหญ่ (Mega City)[8] ดังกรณีตัวอย่าง ประชากรวัยสูงอายุของญี่ปุ่น มีสัดส่วนมากกว่าร้อยละสามสิบ ในปี ค.ศ.2020 ในขณะที่ประชากรวัยทำงานสัดส่วนลดลงอย่างมาก เมื่อเทียบกับที่เคยเป็นมาในศตวรรษที่ 20 [9]
3.2 สถานการณ์โรคเบาหวาน ปัจจุบันเบาหวาน เป็นหนึ่งในโรคเรื้อรังที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตและคร่าชีวิตมนุษย์ มากที่สุดโรคหนึ่ง และมีแนวโน้มอัตราการเกิดโรคเพิ่มมากขึ้นในอนาคต จากสถิติจำนวนผู้ป่วยเบาหวานทั่วโลก 50 ล้านคนในปีพ.ศ. 2528 เพิ่มเป็นกว่า 170 ล้านคนในขณะนี้ และมีการทำนายว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 300ล้านคนในปีพ.ศ. 2568จึงเป็นความท้าทายของงานสาธารณสุขยุคศตวรรษที่ 21 นี้เป็นอย่างยิ่ง ในการควบคุมป้องกันภาวะโรคนี้ [10] [11]
3.3 ผลกระทบจากสิ่งแวดล้อม ปัญหาความรุนแรงทางด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ภาวะโลกร้อน และภัยพิบัติทางธรรมชาติ จะเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับมนุษยชาติมากที่สุดในศตวรรษที่ 21[12] ซึ่งอาจก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาวะภูมิอากาศที่รุนแรงหรือบ่อยขึ้น เช่น คลื่นความร้อน อุทกภัย พายุ สภาวะแห้งแล้งจะเป็นภัยคุกคามและอาจก่อให้เกิดภัยถึงชีวิตและบาดเจ็บสภาวะขาดอาหาร การโยกย้ายถิ่นฐานของมนุษย์ การระบาดของโรคและปัญหาสุขภาพจิต[13]
3.4 การเกิดโรคระบาด องค์การอนามัยโลกรายงานว่า ในศตวรรษที่ 21 นี้ ทั่วโลกจะเผชิญกับโรคติดต่อเชื้อต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ทั้งโลกที่เกิดขึ้นใหม่และโรคติดต่อเชื้อเก่าที่หวนกลับมากำเริบอีก ซึ่งมีมากกว่า 180 โรค โดยเฉพาะโรคติดเชื้อที่มาจากสัตว์สู่คนจัดเป็นโรคที่มีอันตรายร้ายแรง ก่อให้เกิดความวิตกไปทั่วโลก กลายเป็นปัญหาท้าทายในศตวรรษนี้ ซึ่งต้องอาศัยยุทธศาสตร์และการวางแผนที่ดีและระบบราชการที่มีประสิทธิภาพ ตลอดจนการมีส่วนร่วมทุกภาค รวมทั้งการศึกษาวิจัยองค์ความรู้ใหม่ให้ทันโรค การประสานความร่วมมือกับนานาประเทศ เพื่อสร้างระบบเตือนภัยโรคร่วมกัน [14]
3.5 ความพิถีพิถันใส่ใจในเรื่องอาหารปลอดภัย ในหลายช่วงทศวรรษที่ผ่านมาระบบการผลิตสินค้าในอุตสาหกรรมอาหารล้วนได้รับอิทธิพลจากกระแสทุนนิยมและส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อวิถีชีวิตมนุษย์และสิ่งแวดล้อม จากเกษตรกร กระบวนการผลิต จนถึงการกระจายสินค้าถึงมือผู้บริโภคอย่างเราๆ ล้วนมีอันตรายจากสารปนเปื้อนในหลายๆ กระบวนการจนกลายเป็นเรื่องปกติและกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตไปแล้ว เมื่อก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ซึ่งเป็นยุคของข้อมูลข่าวสารผ่านเทคโนโลยีการสื่อสารที่ทันสมัย ทำให้ผู้คนในยุคนี้หันมาให้ความสนใจในรายละเอียดในคุณภาพอาหารและคุณภาพชีวิตมากขึ้น หลายคนหันมาตื่นตัวกับกระแสบริโภคอาหารอินทรีย์ ( Organic Food ) โดยเฉพาะผู้บริโภคในแถบประเทศที่พัฒนาแล้ว อาทิ กลุ่มประเทศยุโรป สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น เป็นต้น [15]
3.6 ปัญหาสุขภาพจิต และการแสวงหาอัตลักษณ์เฉพาะตัว ประเวศ วะสี ได้ให้คำจำกัดความ “มนุษย์วิกฤติ” โดยเกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพจิต ในศตวรรษที่ 21[16] สามารถสรุปได้ดังนี้ “มนุษย์ยุคศตวรรษที่ 21 นี้ ทำงานจนเหนื่อยไม่มีความสุข ความรู้ต่างๆ ก็มีมากเกินทำให้มีความเครียด ซึ่งโรคเครียดทำให้เกิดผลกระทบไปสู่โรคอื่นๆตามมา มนุษย์ขาดความสมบูรณ์ในตัวเองต้องหาสิ่งโน้นสิ่งนี้มาเติม เช่น ยาเสพติด ความรุนแรงหาความสะใจ ฆ่าตัวตาย ฆ่าลูก ครอบครัว หรือไม่ก็พึ่งวัตถุต่างๆ” นอกจากปัญหาสุขภาพจิตแล้ว การแสวงหา “เอกลักษณ์” เฉพาะตัวยังเป็นแนวโน้มใหม่ (Trend) ของผู้คนในศตวรรษที่ 21 ซึ่งอิ่มล้นกับการเสพรับความสะดวกสบายแบบเหมาโหลถูกกว่า (Mass Market) มาเป็นการแสวงหาสินค้าที่มีลักษณะเฉพาะตัว (Niche Market)อีกด้วย[17]
สรุป ด้วยความหวังที่จะให้ระบบสุขภาพเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาทั้งมวล จึงนับว่าเป็นความท้าทายของระบบสุขภาพแนวใหม่ในศตวรรษที่ 21 (Health Trends in the 21st century) ที่มิใช่แค่แก้ไขปัญหาสุขภาพเท่านั้น หากแต่ต้องจัดการระบบทั้งมวลในสังคมเพื่อให้มนุษยชาติเกิด “สุขภาวะ” ดังนั้นแนวโน้มของสุขภาพในศตวรรษนี้ สุขภาพต้องเป็นส่วนหนึ่งในการพยายามลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในระบบสังคมเศรษฐกิจ และเน้นการสร้างศักยภาพให้ระบบโดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่รุดหน้าเพื่อการพัฒนาและแก้ไขปัญหา ตลอดจนต้องเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงเพื่อพร้อมรับกับภัยคุกคามในหลายรูปแบบ อันเป็นผลมาจาก การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและพฤติกรรมของประชากร สถานการณ์โรคเบาหวาน ปัญหาผลกระทบจากสิ่งแวดล้อม ปัญหาโรคระบาด การจัดการอาหารปลอดภัย และปัญหาสุขภาพจิต นอกจากนั้นอาจจำต้องรับมือกับและเยียวยาภาวะมนุษย์โหยหาความสุข และขาดแคลนอัตตลักษณ์ในยุคเทคโนโลยีที่เฟื่องฟู อีกด้วย
[1] ชมพู โกติรัมย์,ศตวรรษที่ 21 ศตวรรษแห่งความท้าทาย : dllibrary.spu.ac.th:8080/ dspace/bitstream/ 123456789/879/1/stand.pdf
[2] http://www.bibalex.org/supercourse/lecture/lec1361/origin.htm
[3] สถาบันวิจัยสุขภาพ, นโยบายสุขภาพใหม่ของโลกศตวรรษที่ 21:มุมมองขององค์กรเอกชน, กรุงเทพมหานคร : บริษัทดีไซร์จำกัด, 2541.
[4] ณรงค์ศักดิ์ หนูสอน, การส่งเสริมสุขภาพในชุมชน แนวคิดและการปฏิบัติ, กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553.
[5] Rajat M. Nag,(Asian Development Bank – ADB) บรรยายในงานเสวนา Asia Leadership Dialogues ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่สอง ณ โรงแรม คอนราด กรุงเทพฯ, 2009
[6] http://www.positioningmag.com/prnews/prnews.aspx?id=81672
[7] http://www.globalfuturist.com/about-igf/top-ten-trends/top-ten-health-care-trends-for-the-21st-century.html
[8] http://www.oknation.net/blog/print.php?id=318929
[9]ดำรงค์ วงษ์ยืน,วารสารการส่งเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อม ปีที่ 21 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2541
[10] วิชัย เอกพลากร, http://www.hiso.or.th/hiso/brochure/b8_1.php?color=4&title=2&lesson=8&lesson_id=12
[11] http://www.bibalex.org/supercourse/lecture/lec1361/origin.htm
[12] อนุสรณ์ ธรรมใจ, http://www.rsunews.net/Think%20Tank/TT15/PoliticalEconomy(2).htm
[13] http://beid.ddc.moph.go.th
[14] http://www.elib-online.com/doctors49/gen_virus001.html
[15] Asia Pacific Food Industry Thailand September – October 2006 หน้าที่ 36-39
[16] ประเวศ วะสี, วิถีมนุษย์ในศตวรรษที่ 21 สู่ภพภูมิใหม่แห่งการพัฒนา", กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิสดศรี, 2545.
[17] http://www.siamintelligence.com/liberal-mind/
[1] http://www.writework.com/essay/early-bed-early-rise-makes-man-healthy-wealthy-and-wise
[2] http://th.wikipedia.org/wiki
[3] www.pi.ac.th/includes/download4Dep.php?id=522
[4] Von Fernando S. Health for All in the 21st Century - Issues, Priorities, Implementation. Antezana, Bulletin von Medicus Mundi Schweiz Nr. 71, Dezember 1998
[5] สถาบันวิจัยสุขภาพ, นโยบายสุขภาพใหม่ของโลกศตวรรษที่ 21:มุมมองขององค์กรเอกชน, กรุงเทพมหานคร : บริษัทดีไซร์จำกัด, 2541.