
"ความสุขมิได้อยู่ที่เป็นหรือมีฐานะอะไร"
ภาพคนยากจนที่มารับบริจาคทานที่วัดไทยในอินเดีย
วันนี้ 16 กันยายน 2553 ขอน้อมระลึกถึงบุคคลผู้มีพระคุณทุกท่านในชีวิต
บุคคลเหล่านี้มีมากมายในช่วงชีวิตของแต่ละคน ตั้งแต่บุพการี ผู้มีพระคุณสูงสุดเพราะเป็นผู้ให้กำเนิดเรามาในปัจจุบันนี้ พระคุณของญาติผู้ใหญ่ของเราทุกคนที่มีส่วนสำคัญในการเลี้ยงด หล่อหลอมเรามาจนเติบใหญ่ พระคุณที่ยิ่งใหญ่อยุ่ในกรอบกว้างคือพระคุณของแผ่นดินและของผู้ปกครองแผ่นดินโดยธรรม ที่ได้สร้างแผ่นดินจนเรามีชีวิตอยู่ได้อย่างสงบสุข
บุคคลผู้มีพระคุณที่อยู่ในวิถีชีวิตเรานอกบ้านได้แก่ครูบาอาจารย์และผู้มีพระคุณทั้งหลายในฐานะต่างๆ ตั้งแต่ผู้บังคับบัญชา จนถึงกัลยาณมิตร ล้วนประกอบเป้นส่วนหนึ่งของผู้มีพระคุณที่เราควรระลึกถึง
ผมชอบประโยคหลายประโยคที่ให้ข้อคิดดีๆ กับชีวิต เพื่อให้มีกำลังใจในการสู้ชีวิตต่อไป
"คนเรา ไม่ได้อยู่ที่ว่าเป็น(ตำแหน่งอะไร) แต่อยู่ที่ว่า ได้ทำอะไร......" ประโยคแบบนี้ชอบมาก เพราะทำให้เราได้สติว่า หากคิดอยากทำความดี ก็จงตั้งใจ มุ่งหน้าทำให้ได้ อย่าไปคิดเล็กคิดน้อยที่ทำให้เราห่างจากการทำความดีนั้น
"เป็นอะไรก็ไม่สำคัญ เท่ากับเป็นตัวของเราเอง ถือว่าซื่อตรงที่สุด"
"หัวโขน ก็คือหัวโขน วันหนึ่งก็ต้องถอด ถอดแล้วจะมีความสุขหรือไม่ ทำอย่างไรจึงจะมีความสุขในทุกวัน โดยไม่ยึดติดกับหัวโขน"
"เรารู้จักคนจากการกระทำของเขา ไม่ว่าคนนั้นจะบอกว่าเป็นใครก็ตาม"
"คนดี คือคนที่มีคุณธรรม มีเมตตา จริงใจและไม่ทำร้ายผู้อื่น(รวมทั้งตนเอง)"
"ถ้าเปลี่ยนคนและสิ่งอื่นๆ ไม่ได้ เราต้องเปลี่ยนตัวเอง(รวมทั้งใจ) เพื่อความอยู่รอดและไม่มีใครทำให้เรารอดได้ นอกจากตัวเอง"
สุดท้ายของอ้างคำของกัลยาณมิตรคนหนึ่งซึ่งพูดเอาไว้อย่างจริงใจและธรรมดามาก แต่เป้นข้อคิดที่ดีมาก
" ไปให้ไกลจนสุดขอบฟ้า..คิดหรือว่าจะมีความ สุข..เพราะเป็นคนรักงาน..เปลี่ยนจากทุกข์ใ ห้เป็นสุข..ด้วยความรักและสนุกกับงานที่ทำ ..รับรองค่ะว่าไม่มีความสุขใดจะมาเทียบเท่ า..ได้ทำงานที่ตนรักและได้ทำงานอย่างมีความสุขและสนุกกับงานที่ทำ..ครอบครัวพอเพียง..ไม่มีส่วนไหนสำคัญเท่าส่วนรวม"
ขอจบด้วยคำกล่าวข้างบนนี้นะครับ
เจริญสุขทุกท่านครับ
16 กันยายน 2553
สวัสดีค่ะ
ครูคิม ครับ
ต้องบอกว่าความดีของคนนั้น อยุ่ในตัวเราทุกคนครับ
เมื่อใดที่เราเป็นผู้ "ให้" กับคนอื่นได้ เราก็จะเป็นคนดีคนนั้น ที่ผมกล่าวถึง
แต่ถ้าเราได้พบคนดีๆ แบบนี้ในชีวิต ก็ถือว่าโชคดีครับ และควรระลึกถึงคุณงามความดีของคนเหล่านั้น เพราะเป็นผู้ที่มีค่าในสังคม
ประสบการณ์ ที่มีทั้งด้านดีและปัญหาอุปสรรค ทำให้เราได้รู้จัก "คน" ครับ
และการได้รู้จักคนนี้ มีค่ามากเหลือเกิน
ขอบคุณที่แวะมาทักทายกันครับ
คุณ บุษรา ครับ
ความดีของคนทำให้เราอิ่มอกอิ่มใจได้ เช่นพรของพ่อแม่ก็เช่นกัน
เวลาเรามีทุกข์ในใจ ไม่ต้องไปหาใครหรอกครับ ไปขอพรจากพ่อแม่ ซึ่งเป็นผู้ที่ไม่เคยคิดทำให้ลูกทุกข์ มีแต่ให้และอยากให้ลูกได้ดี
แต่นอกจากพ่อแม่แล้ว บุคคลที่ทำดีกับเรา ให้กำลังใจเรา ช่วยเหลือเราอย่างจริงใจ ถือว่าเป็นยิ่งกว่ากัลยาณมิตร
ลองมองดูคนรอบข้างดีๆ ครับ เราจะได้เห็นคุณค่าเหล่านี้ และจริงๆ แล้ว เราเองก็สามารถเป็นคนดีที่มีคุณค่านั้นได้เหมือนกัน
ต้องขอบคุณธรรมชาติครับ ที่สร้างความทุกข์ สร้างศัตรู ความโหดร้าย โหดเหี้ยมให้กับมนุษย์แล้ว ยังสร้างความสุข ความดีงาม ความมีคุณค่าและความเป้นกัลยาณมิตรให้มนุษย์ด้วย ทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นเยอะ
ขอบคุณที่แวะมาทักทายกันครับ
สวัสดีค่ะ
เรานึกถึงผู้มีพระคุณเราจะมีสติและความพร้อมที่ดีเสมอ หากได้ทำสิ่งที่ชอบ ก็จะทำได้ดี หากสำเร็จก็จะสุขใจมาก ยิ่งถ้าพอเพียงเราก็ไม่เหนื่อยด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ ได้เขียนบันทึกประสบกรณ์ผู้ใช้น้ำมันมะพร้าว
เชิญ...คลิกอ่านนะคะ http://gotoknow.org/blog/kanda01/394297
คุณกานดา น้ำมันมะพร้าว ครับ
ขอบคุณมากครับ
ผมชื่นชมการเผยแพร่เรื่องน้ำมันมะพร้าวเพื่อประโยชน์ของผู้คนมาก
แต่สำหรับตัวเอง ยังไม่ได้ทดลองครับ แต่คิดอยู่เสมอว่าจะต้องทดลองให้ได้
ขอบคุณครับที่แวะมาทักทาย เดี๋ยวจะไปอ่านประสบการณ์ของผู้ใช้ครับ
เป็นบทความที่ดีมากๆๆ อ่านแล้วได้แง่คิดดีๆ มากเลยครับท่าน ผอ.
คุณสินชัย ครับ
ขอบคุณที่แวะมาอ่านและทักทายกันนะครับ
สำหรับคนที่ยังไม่เคยได้สมหวังในสิ่งที่ปรารณา ขอให้อย่าหมดหวังครับ
คนดีๆ ยังคงมีอยู่ในโลกนี้แน่นอนครับและไม่มีที่สิ้นสุด
และวันหนึ่งเราจะต้องเจอครับ ขอให้อดทนให้มากครับ
และที่สำคัญ วันหนึ่งนั้น เราก็จะสามารถเป็นคนดี คนนั้นได้ด้วยครับ
หรือหากเราเป็นอยู่แล้ว ก็จงทำต่อไปครับ
ผลบุญ ย่อมมีแน่นอนครับ ผมขอยืนยัน
เจริญสุขครับ
"หัวโขน ก็คือหัวโขน วันหนึ่งก็ต้องถอด ถอดแล้วจะมีความสุขหรือไม่ ทำอย่างไรจึงจะมีความสุขในทุกวัน โดยไม่ยึดติดกับหัวโขน"
อ่านคำพูดของคุณพลเดชข้างต้น น้าจ้าอ่านไปคิดไป....ชอบคำว่า "หัวโขน"เพราะเพิ่งเตื่อนญาติคนสนิทที่เป็นพลเอก บอกต่อไปคุณก็เป็นพลออก...คุณเตรียมทำใจแล้วหรือยัง? ญาติคนสนิทหัวเราะ บอกชอบคำว่า "พลออก" มากกว่าพลเอก ก็แสดงว่าไม่ยึดติด..สำหรับตัวน้าจ้าเองมองสิ่งพวกนี้ด้วยสายตาที่เห็นว่าเป็นสิ่งสมมุติทั้งนั้น...เอ..ขวางโลกหรือป่าว?
ขอขอบคุณสำหรับข้อเขียนข้อคิดดีๆค่ะ.
น้าจ้าครับ
ใช่ครับ ตำแหน่งทางโลก ต้องถือว่าเป็นหัวโขนจริงๆ ครับ นึกถึงเวลาไปดูโขนนะครับ คนเล่นโขนก็ต้องใส่หัวโขนและต้องเล่นตามบทของเรื่องนั้น พอเรื่องจบ นอกเวทีการแสดง ทุกคนที่เล่นก็กลับมาสู่คนปรกติ ตามฐานะของแต่ละคน
คำว่าหัวโขนจึงเหมาะสมที่สุดครับ
พลเอก เป็นพลออก ก็เล่นคำดีครับ
ข้าราชการ ก็อาจจะเป็นข้าราชเกินคือข้าราชการที่เกษียณแล้ว
น้าจ้าบอกว่ามองสิ่งพวกนี้เป็นสิ่งสมมุติทั้งนั้น ไม่ขวางโลกหรอกครับ แต่มองได้ถูกต้องแล้วครับ
เอ หรือว่าจะขวางครับ เพราะคนส่วนใหญ่เขาต่างจริงจังกับหัวโขน จนเป็นกระแสใหญ่ของสังคม
ก็คงต้องอย่าไปขวางเขานะครับ ปล่อยให้เขาแย่งกันไป
ดูใจตัวเอง จัดการกับชีวิตตนเองให้มีความสุขรวมทั้งคนรอบข้างที่เกี่ยวข้องกับเราได้รับผลแห่งความสุขใจของเราด้วยนั้น ถือว่าดีกว่าครับ
ขอบคุณครับที่แวะมาทักทายกันเช่นเคย
ขอให้เจริญสุขนะครับ
สวัสดีค่ะท่านเอกฯ สุขอยู่ที่ใจ ใช่อยู่ที่พอเพียง อ่านแล้วอิ่มเอม มีความสุข สุขสันต์วันเสาร์ ขอบคุณค่ะ
คุณ poo ครับ
ดูใจตัวเอง จัดการและบริหารใจตัวเอง
ให้ใจได้มีความสุข สนุก อิ่มใจในทุกๆ วัน ทุกเรื่องที่ทำ
ถ้าทำด้วยความพอดี พอเพียง ทางสายกลาง ความสุขเป็นของเราแน่ครับ
ไม่ต้องไปแย่งชิงอะไรกับใคร ไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับใคร
เจริญสุขนะครับ
สวัดดีครับบ อ่านบันทึก แล้วอิ่มใจมากมาย
คุณแมงบ้งเมืองฉอด สังคม ครับ
ผมคิดว่า ในชีวิตของคนเรา มีทั้งสุขและทุกข์ ยามมีสุข เหมือนกับว่าสั้นนัก และไม่ค่อยจะอยู่นาน
ยามมีทุกข์ ชอบมาหาและไม่ค่อยจะอยากจากไป แต่ ทั้งสุขและทุกข์ก็มีความมหายกับชีวิตเรามากครับ
เพราะยิ่งทุกข์ พอทุกข์จากไป สุขที่เข้ามาจะยิ่งรู้สึกสุขมากจริงๆ
ความสุขนี้ละครับที่เป็นกำลังข้ามกาลเวลา แม้ต่อมาจะเจอทุกข์อีก ก็ดูเหมือนสุขที่ผ่านมาเป็นพลังสำรองให้เราเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง
ยืนยันว่า ขอให้อดทนกับปัญหาต่างๆ ในชีวิต แล้วเมื่อเวลาพอดีของเขา ความสมหวัง ความสุขก็จะเข้ามาทักทาย แม้เวลานั้นเราอาจไม่ได้ต้องการมากเหมือนในอดีต
เจิญสุขนะครับ