การศึกษาที่ผ่านมาสิ่งที่ควรจะแก้ปัญหาก่อนเป็นเรื่องแรก
กลับไม่ได้จัดการ กลับไปมองสิ่งที่เรียกว่าเทคนิคการสอน
เป็นจุดใหญ่ ก็เน้นสิ่งภายนอกเช่นเดิม
สิ่งที่ควรจะแก้ปัญหาก่อนเป็นอันดับแรกคือศักยภาพของความจำ
ต้องยอมรับว่าการศึกษาของเราเป็นการศึกษาแบบฝากธนาคาร
(Bankking) ที่ปล่อยให้ข้อมูลต่าง ๆ ส่งผ่านท่อคือผู้สอนให้ไหล
ข้อมูลผ่านเป็นชั่วโมง ๆ โดยไม่ได้พัฒนาศักยภาพความจำให้
มีความสามารถในการจดจำข้อมูลที่ผ่านไปแต่ละชั่วโมงไปได้
ถึงแม้จะจดจำได้ดี แต่สมองก็มีระยะเวลาในการจำเหมือนกัน
จะว่าไปแล้วความจำเมื่อเปรียบเทียบกับคอมพิวเตอร์ก็เหมือนกับ
ความจำระยะสั้นที่เก็บไว้ใน RAM และความจำระยะยาวที่จัดเป็น
หมวดหมู่ใน Harddisk แต่ความจำในระดับแรกที่ใช้ในการเรียน
การสอนก็คือ ความจำชั่วคราว แต่เมื่อนานไปไม่มีการทบทวน
ความจำชนิดนี้ก็จะหายไป
บางท่านก็บอกว่าการศึกษาเราเป็นแบบท่องจำ แต่ถ้าไม่มีข้อมูล
ที่จะจำในสมองเลย การคิดวิเคราะห์ก็เป็นไปไม่ได้ ในความคิด
ของข้าพเจ้าเห็นว่าการละเลยเรื่องของความทรงจำอย่างเป็นระบบ
ในการศึกษาเรียนรู้แล้ว สิ่งที่เรียกว่าคุณภาพผู้เรียนที่ผ่านกระบวนการ
ที่เป็นพิธีกรรมสำคัญและศักดิ์สิทธิ์คือการสอบ การสอบหรือวัดผล
นั้นมีความสำคัญเกี่ยวข้องกับการจำข้อมูลเป็นอย่างมาก ถ้าจำไม่ได้
หรือเกิดอาการลืมข้อมูลขึ้นมา ตัวบ่งชี้ที่เกิดจากการสอบก็จะพบ
ความล้มเหลวตลอดกาล และตลอดไป
ปัจจุบันมีนักฝึกอบรมที่ได้มองเห็นความสำคัญของสมองและความจำ
เขาฝึกอบรมและจ่ายเงินกันในราคาที่แพงมาก ๆ เพื่อจะถ่ายทอดวิธีการ
ที่จะทรงจำข้อมูลอย่างเป็นระบบ ซึ่งผู้ที่เข้าถึงโอกาสเหล่านี้ก็ล้วนแต่
เป็นชนชั้นกลางในเมืองที่มีเงินเท่านั้น
ดังนั้นข้าพเจ้าจึงคิดว่าไม่ต้องปฏิรูปการศึกษาภายนอกอะไรให้มันเปลี่ยนแปลง
มากนัก เพียงแค่ฝึกฝนกระบวนการขั้นตอนการจำ และกระบวนการคิด โดย
ไม่ต้องยึดติดเนื้อหาข้อมูล ทำให้จริงจังเพียงปีเดียวก็เห็นผลคุ้มค่าไม่ต้อง
เสียเงินลงทุนแพง ๆ เพียงแค่ขยับสมองให้จำได้อย่างเป็นระบบ หนังสือก็
ไปอ่านที่บ้านได้ การฝึกฝนกระบวนการจำนี้จะทำให้คุณภาพทางการศึกษา
นั้นดีขึ้นอย่างแน่นอน สามารถเก็บเกี่ยวข้อมูล ไม่ว่าจะสอนแบบไหนก็ตาม
แต่ผู้เรียนก็สามารถเก็บเกี่ยวข้อมูล ดึงข้อมูลต่าง ๆ นั้นได้และหากฝึกให้ดี
ก็จะเป็นความทรงจำถาวร ซึ่งจะเป็นรากฐานที่จะเรียนรู้ไปสู่การคิดวิเคราะห์
ทุกวันนี้สังเกตว่าการปฏิรูปการเรียนรู้ไปเน้นที่แผนการจัดการเรียนรู้ การสอน
ของครู แต่ไม่เน้นการสร้างสมรรถนะของนักรียน(learning How to learn)
ซึ่งเป็นทักษะสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิต
นอกจากนั้นการสอนให้ช้าลง ลดเนื้อหาลงเน้นกระบวนการภายในให้มากขึ้นเช่น
สมาธิและวิธีเก็บข้อมูลเก็บไว้ในสมอง การใช้แผนที่ความคิืด ผังความคิดให้
มากขึ้น คุณภาพก็จะตามมาอย่างแน่นอน
การเข้าถึงความทรงจำที่ดีมีวิธีหลายวิธี นโปเลียน มีวิธีจำข้อมูลในลักษณะลิ้นชัก
ที่เก็บข้อมูลเอาไว้เป็นเรื่อง ๆ ถ้าต้องการใช้ข้อมูลก็ดึงลิ้นชักในสมองออกมา
ลักษณะการฝึกฝนความจำอย่างเป็นระบบเหล่านี้จะทำให้การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
เกิดคุณภาพโดยไม่ต้องทำอะไรมาก ไม่เกี่ยวกับโครงสร้าง ระบบ ภาวะผู้นำ เ้น้นไป
ที่ผู้เรียนทันที ฝึกฝนมากเกิดผลทันที ยกระดับการศึกษาได้ทันที แต่ถ้าคิดแค่
มโนทัศน์เดิม ๆ คือหลักสูตร แผนจัดการเรียนรู้ การวัดประเมินผล แบบเดิม ๆ โดยปราศจากวิธีการสร้างความจำ และความคิด โดยคำนึงถึงสมองผู้เรียนอย่างสำคัญละก้อ ปฏิรูปอาจจะเกิน 10 รอบอย่างแน่นอน