สองสามวันก่อนผ่านไปที่ Lotus สาขาสุราษฎร์ธานี เห็นผู้คนมากมายแย่งกันซื้อโทรศัพท์มือถือที่ลดครึ่งราคา ซึ่งส่วนมากเป็นเครื่องจีน และไม่ใช่ Brand ดังๆ แต่ Spec. นั้นมโหฬารเกือบทุกรุ่น เช่นใส่ 2 SIM ได้ ฟังวิทยุ FM ได้ ดู TV แบบ Analog ได้ เล่น MP-3,MP-4 ได้ ถ่ายรูปได้ .. ฯลฯ แต่ผมมาสะดุดหูเอาตอนที่ได้ยินประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงซ้ำๆหลายครั้งว่า รุ่นนี้เสียงดังดีเพราะมี 96 ลำโพง
ด้วยความสงสัยว่ามันจะเป็นไปได้อย่างไร ผมจึงเข้าไปหยิบตัวเครื่อง และกล่องใส่มาพิจารณาดู เพราะโดยทฤษฎีแล้วเป็นไปไม่ได้ด้วยเหตุผลดังนี้
- พื้นที่แคบๆในโทรศัพท์มือถือ ไม่สามารถบรรจุลำโพงเป็นสิบๆตัวได้ ไม่ว่าจะเป็นลำโพงขนาดเล็กเพียงใด
- การต่อลำโพงมากๆ หากต่อกันแบบขนาน ค่าโอห์มหรือความต้านทานจะต่ำลงเรื่อยๆ และจะทำให้ภาคขยายเสียงทำงานหนัก เครื่องจะร้อน และเปลือง Battery มาก
- การต่อลำโพงมากๆ หากต่อกันแบบอนุกรม ค่าโอห์มหรือความต้านทานจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ มากจนไม่สมดุลหรือเหมาะสมกับสัญญาณที่ส่งมาจากภาคขยายเสียง เสียงจะไม่ดัง และอาจเงียบไปเลยหากต่อหลายๆตัว เพราะโอห์มสูงเกิน
- ถ้าจะเป็นการต่อแบบทำแรงดันให้สูง แล้วค่อยปรับลดลงด้วย Matching Transformer ก็ยิ่งทำไม่ได้เลย เพราะจะเอาเนื้อที่ที่ไหนในเครื่องโทรศัพท์มาใส่หม้อแปลงเป็นสิบๆชุดได้
สรุปแล้วเป็นไปไม่ได้นั่นเองที่ภายในทรศัพท์มือถือ 1 เครื่องจะมีจำนวนลำโพงมากขนาดนั้น แล้วผมยิ่งงงหนักขึ้นไปอีกเมื่อพิจารณาข้อความบนกล่องบรรจุผลิตภัณฑ์ เพราะเขาพิมพ์เป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจนว่า 96 ลำโพง ตอนแรกเรานึกว่าเป็นการพูดโม้เกินจริงโดยพนักงานขาย ซึ่งอาจว่าไปด้วยความไม่รู้ก็ได้ แต่ว่าจะเอาตัวเลข 96 มาจากไหน ที่แท้ก็อ่านมาจากกล่องนั่นเอง
ด้วยความอยากรู้ผมเลยถามว่า “น้องๆ มันจะใส่เข้าไปได้ยังไงตั้ง 96 ลำโพง” แล้วผมก็ถึงบางอ้อ เมื่อน้องเขาบอกว่า ..
“มันคือจำนวนรูที่เขาเจาะเพื่อให้เสียงออกมาจากตัวเครื่อง”
ผมได้แต่ร้องอ๋อ และไม่ได้พูดอะไรต่อไปอีก แต่ในใจนั้นพูดกับตัวเองคนเดียวอีกหลายประโยค เช่น ..
”ทำไมไม่เจาะเพิ่มอีก 4 รู จะได้โฆษณาให้สุดมันส์ไปเลยว่า มี 100 ลำโพง”
หรือ
“อย่างนี้น่าจับไปประหารชีวิต ฐานโฆษณาเกินจริงอย่างรุนแรง และสร้างความเข้าใจผิดให้กับคนหมู่มาก รวมทั้งเยาวชนที่จะพกเอาความรู้ผิดๆติดตัวกันไป ทั้งคนที่ซื้อ และไม่ได้ซื้อโทรศัพท์รุ่นดังกล่าว”
โธ่ ! ไม่น่าเลย .. พับเผื่อย.
สวัสดีครับอาจารย์...
บ้านเราไม่เคยทำอะไรได้เลยกับโฆษณาเหล่านี้
ประชานส่วนใหญ่ก็หลงเชื่อ ระบบการศึกษาไม่ได้สร้างความเข้มแข็งด้านปัญญาให้เลย
เฮ้อ...พับเผื่อย...
อาจารย์คะ
การตลาดนี่ เน้นขายของจริงๆ เลยนะคะ อ่านแล้วก็ขำตามอาจารย์ค่ะว่า ทำไมไม่เจาะอีก 4 รู จะได้ครบ 100 แถมยังทำให้คนจดจำได้ง่ายกว่าเลข 96 อีกด้วย ไม่ก็เพิ่มอีก 3 รู เป็น 99 ก็ยังทำง่ายกว่านะคะ :)
สวัสดีคะอาจารย์
ปัจจุบันนี้การแข่งขันรุนแรงมาก จึงทำให้นักการตลาดหาข้อโดดเด่นของสินค้าและโฆษณาชวนเชื่อ เกินความเป็นจริงโดยไม่คำนึงถึงจิตใจของผู้บริโภค บางทีอาจเข้าข่ายหลอกลวงประชาชน เนื่องจากผู้บริโภคสมัยนี้ชอบของถูก แต่ไม่คำนึงถึงคุณภาพ บางทีอาจจะนำบุคคลที่น่าเชื่อถือมาโฆษณา เช่น ผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคเกิดความยากที่จะซื้อ และทำให้ผู้บริโภคเสียเปรียบแก่ผู้ผลิต ขอขอบคุณคะอาจารย์ที่นำมาฝากให้ได้ความรู้อีกเปราะหนึ่ง เพื่อวันหน้าจะได้ไม่เป็นเหยื่อของโฆษณาชวนเชื่อ
ด้วยความเคารพ
เรียนท่านพี่ แค่ ชวนให้เชื่อ ไงท่าน อิอิ
ชวนให้เชื่อเกินความจริง โอเวอร์เกินไป น่ะค่ะ
บทความนี้ช่วยเตือนสติในหารจะทำอะไรให้คิดก่อนทุกอย่าง ค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์ หนูว่าการฟังหรือการดูสื่อโฆษณาก็ขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์ของผู้ดูหรือผู้ฟังด้วยน่ะค่ะ
ใช้ครับ ผมก็เคยเจอกับตัวเองมาเหมือนกัน ถ้าไม่คิดให้รอบคอบก็คงจะโดนหลอกไปแล้วล่ะครับ อิอิ
สวัสดีครับอาจารย์
ยุค marketing รุนแรงก็แบบนี้แหละครับ (ยุค 2.0 คนละอันกันกับ Marketing 3.0 ของ Philip Kotler) และไม่เพียงแค่ตลาดคนขายของ เดี๋ยวนี้องค์กรใหญ่ๆ ที่อยากจะได้ TQA, Malcolm-Baldridge ฯลฯ จะต้องทำ corperate-customer หรือ social responsibility ถึงจะได้คะแนน ก็ยิ่งต้องโฆษณาความดีของตนเองมากๆขึ้น
เส้นบางๆที่แบ่งระหว่างความพอดีก็เลยเลือน เพราะตรงนี้เป็น emotional marketing ชื่อก็บอกแล้วว่าเป็นเรื่องอารมณ์ ความรู้สึก
อีกหน่อยเราก็อาจจะเห็น รพ.โฆษณาคุณภาพคนมาใช้บริการจะยิ้มแย้มแจ่มใสกลับบ้าน (พอมีปัญหา ชาวบ้านก็เลยฟ้อง เพราะได้แต่น้ำตากลับไป ไม่เหมือนโฆษณา) หรือโรงเรียนโฆษณาว่าเด็กจะเป็นเด็กดี ฉลาด ขยันขันแข็ง ทั้งๆที่เรื่องพวกนี้ก็เป็นหน้าที่ของผู้ปกครองด้วย ถ้า รร.ไปแย่ง (หรือเสนอหน้า) ว่าเป็นคนทำ ที่นี้พอมีปัญหา "ใคร" จะเป็นคนบอกว่าตนเองเป็น "คนทำ" ให้เกิดปัญหานั้นๆ?
รัฐที่จะโฆษณามากจนเกินไป จะกลายเป็น Nanny-state อะไรๆคนก็พึ่งรัฐ พอๆกับที่ลูกค้า MacDonald ที่ถือถ้วยกาแฟไม่ดี กาแฟหกรดมือ ฟ้องร้องชนะได้ว่า "ไม่ได้บอกเตือนว่ากาแฟมันร้อน อาจจะหกลวกมือได้" ปรากฏว่าชนะซะอีก ได้รางวัลไปหลายล้าน US dollars สันดานคนก็เลยเลิกรับผิดชอบตนเอง เพราะอะไรๆฉันก็หาคน blame ได้เสมอ (ยกเว้นตนเอง)
ปัญหาเรื่องการโฆษณา เป็นปัญหาการ exploit อารมณ์คน ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะเราจะขาดสติ ไม่ใช้ปัญญา ใช้แค่ความรู้สึก ความดีความงามความจริง เบลอไปหมด ขออย่าให้ลามเข้ามาสถาบันสำคัญๆเลย (อาจจะสายเกินไปแล้วก็ได้ ป่านนี้)
ขอบคุณมากครับอาจารย์
ขอบคุณครับ
ขอบคุณที่มาทักทาย ต่อเติมเสริมความคิดครับ
สวัสดีค่ะ อาจารย์ ^^
เดี๋ยวนี้โฆษณาชวนเชื่อมีเยอะมาก
ก่อนที่จะซื้อต้องคิดทวนและตัดสินใจดี ๆ ค่ะ
ไม่งั้นจะโดนหลอกได้
สวัสดีค่ะอาจารย์
ก็โฆษณาเดี่ยวนี้กฃหากินบนความคิดว่ารู้ของชาวบ้าน
เพราะเชื่อว่าชาวบ้านส่วนใหญ่คงคิดว่าไอ้รูๆ แล้วมีเหล็กเป็ยช่องๆคือลำโพง
ทางที่ดีที่สุดคือ การทำให้เค้ารู้ว่าอนไหรฃนคืดลำโพงที่แท้จริง
เป็นืงออกที่ดีที่สุด
สวัสดีค่ะอาจารย์
โฆษณาสมัยนี้ ถ้าไม่ดูดีๆ อาจโดนหลอกได้
เพราะเราๆ ที่ซื้อก็ชาวบ้านธรรมดาๆนี่แหละ
ไม่ได้มีความรู้ มากมายอะไร
สวัสดีค่ะอาจารย์
เห็นเยอะมากค่ะ สำหรับโฆษณาแบบนี้
ชวนเชื่อ.....จนไม่น่าเชื่อถือ!!
สวัดดีค๊ะอาจารย์
ก็มีตั้ง 96 ลำโพงนี้ค๊ะจะไม่ให้หลงไปซื้อได้ยังงัย เทคนิคการขายที่เห็นแก่ตัวค๊ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์
คำโฆษณาแบบนี้มีเยอะค่ะ ชอบทำให้คนฟังเข้าใจผิดแล้วหลงเชื่อ
ถ้าผู้ซื้อไม่มีความรู้พื้นฐานอาจหลงเชื้อเอาง่ายๆ