ผมมีข้อสังเกตว่า ในที่ทำงานผู้คนจะคุยกันไม่มากก็น้อย แต่มักเป็นการคุยกันแบบที่ไม่เกิดการจัดการความรู้ ไม่ได้การ ลปรร. ในมิติที่ลึก ไม่ได้การสื่อสารแบบใจถึงใจ ความรู้ในมิติที่ลึกมากๆ ไม่มีโอกาสสื่อออกมา ซึ่งบางส่วนไม่สามารถสื่อสารได้ด้วยคำพูด (non-verbal) ยิ่งสื่อออกมาเป็นตัวหนังสือยิ่งสื่อไม่ได้
นี่คือสภาพขององค์กรหรือหน่วยงานโดยทั่วไป ที่มีข้อจำกัดด้านการเรียนรู้ เป็นข้อจำกัดด้านการสื่อสาร ขาดทักษะในการสื่อสารเชิงลึกจากใจถึงใจ ซึ่งก็คือขาดเครื่องมือสื่อสารที่ราคาถูกแต่ทรงพลัง
เครื่องมือที่ว่านั้นชื่อ dialogue (สุนทรียสนทนา, สานเสวนา) โดยมันถูกบดบังโดย discussion และ debate
องค์กรใดต้องการเป็น LO ต้องฝึกทักษะนี้ให้แก่คนในองค์กรอย่างทั่วถึง รวมทั้งคนระดับบริหารด้วย การฝึกทำได้ตั้งแต่ฝึกฝนตนเอง ฝึกฝนกันเอง ไปจนถึงส่งไปเข้า workshop ทั้งชนิดสั้น ๒ – ๓ วัน ไปจนถึงชนิดยาว ๗ – ๘ วัน เช่นของ สคส. ของเสมสิกขาลัย
นี่คือแนวทางเพิ่มพลังของการสื่อสารภายในองค์กรโดยไม่ต้องใช้ gadget ใดๆ เลย
วิจารณ์ พานิช
๓ ส.ค. ๕๓