การสัมมนาในหัวข้อ “การปฏิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณค่าความเป็นมนุษย์” ในวันเสาร์ที่ 28 สิงหาคม 2553 โดย รศ.วิทยากร เชียงกูล ได้ให้แนวคิด เกี่ยวกับการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ มาใช้ในการแก้ไขปัญหาการศึกษาของไทย
สามารถสรุปภาพรวมสิ่งที่ได้รับจากการอบรมสัมมนาในครั้งนี้ คือ
1. การเป็นนักบริหาร เป็นได้ 4 อย่าง คือ
- การเป็นนักบริหารแบบเป็นคนขับรถไฟ
- การเป็นนักบริหารแบบชาวนา
- การเป็นนักบริหารแบบชาวประมง
- การเป็นนักบริหารแบบแพทย์
ดังนั้นการบริหารเราควรบริหารตน บริหารคน บริหารงาน เพื่อความสำเร็จของงานทุกอย่าง และคำสอนที่นำมาใช้ และหยิบมาใช้ คือ หลักการเศรษฐกิจพอเพียงเข้ามาใช้ในการศึกษา เพราะปัญญาเศรษฐกิจพอเพียงมีความสอดคล้องกับแนวคิดของการพัฒนาคน เน้นพัฒนาความเป็นมนุษย์ เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเรื่องการพัฒนาคน ไม่ใช่เรื่องการสร้างตึก ไม่ใช่เรื่องการพัฒนาถนน เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเรื่องการพัฒนาคนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีสุขภาพแข็งแรง มีความรู้และความคิดสร้างสรรค์ ดังนั้นการพัฒนาคนเป็นการปลูกฝังคุณค่าของความเป็นคน การคิดให้ถูก พูดให้ถูก ปฏิบัติให้ถูก อย่างมีสติและใช้ปัญญาไปในทางที่ถูกต้องเพื่อเพิ่มทางเลือกและพัฒนาศักยภาพของแต่ละคนให้สามารถอยู่อย่างพออยู่พอกิน อุ้มชูตัวเองและครอบครัวได้โดยไม่เบียดเบียนตัวเองและผู้อื่น และอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างสงบสุข โดยมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมพอเพียง และอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างสมดุลและยั่งยืน
2. การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิตสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการแก้ไขปัญหาการศึกษานั้นถือว่ามีความสำคัญยิ่ง คำว่า นวัตกรรม (Innovation) และเทคโนโลยี (Technology) มักใช้ควบคู่กันไปเสมอเพราะเทคโนโลยีเป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยวิธีการ ส่วนนวัตกรรมเป็นวิธีการใหม่ที่มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพของงานที่กำลังดำเนินอยู่ ปัจจุบันมีการพัฒนานวัตกรรมเพื่อใช้งานด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะในด้านการศึกษาซึ่งส่วนมากจะนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาการเรียนให้กับผู้เรียน นวัตกรรมการศึกษา (Education Innovation) เป็นการพัฒนาความคิดหรือวิธีการปฏิบัติใหม่ ๆ ที่นำมาใช้ในงานด้านการศึกษาเพื่อแก้ปัญหาการศึกษาและเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ได้ผลดีที่สุด ในท่ามกลางยุคโลกาภิวัฒน์อย่างในปัจจุบันการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการปฏิรูปการศึกษามีความสำคัญยิ่ง โดยนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาการศึกษา หรือปรับปรุงแก้ไขปัญหาการจัดการเรียนการสอนของครู ซึ่งการเรียนรู้ในยุคเทคโนโลยีสารสนเทศจะไม่จำกัดอยู่เฉพาะในห้องเรียนและครู เพราะสามารถเรียนได้ทุกที่ (Anywhere) ทุกคน (Anyone) และ ทุกเวลา (Anytime) การเรียนการสอนแบบดั่งเดิมจะลดน้อยลง ความสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนจะเปลี่ยนแปลงไปเกิดกระบวนการเรียนรู้แบบใหม่ เทคโนโลยีสารสนเทศที่เข้ามามีบทบาทต่อการศึกษา คือเทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์ และการสื่อสารโทรคมนาคมมีบทบาทที่สำคัญต่อการพัฒนาการศึกษา เพราะเทคโนโลยีที่เข้ามามีส่วนช่วยในเรื่องการเรียนรู้ปัจจุบันมีเครื่องมือเครื่องใช้ที่ช่วยสนับสนุนการเรียนรู้หลายอย่าง มีระบบคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) มีระบบมัลติมีเดีย (Multimedia) ระบบวิดีโอออนดีมานด์ (Video on Demand) วิดีโอเทเลคอนเฟอเรนซ์ (Video Teleconference) และอินเตอร์เน็ต (Internet) เป็นต้น ระบบเหล่านี้จะเป็นระบบที่สนับสนุนการรับรู้ข่าวสารและการค้นหาข้อมูลข่าวสารเพื่อการเรียนรู้ เทคโนโลยีที่เข้ามาสนับสนุนการจัดการศึกษาในการจัดการศึกษาสมัยใหม่จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลข่าวสารเพื่อการวางแผนการดำเนินการ การติดตามและประเมินผล คอมพิวเตอร์และระบบสื่อสารโทรคมนาคมเข้ามามีบทบาทที่สำคัญในเรื่องนี้ เทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยให้การสื่อสารระหว่างบุคคลเกือบทุกวงการ ทั้งทางด้านการศึกษาจำเป็นต้องอาศัยการสื่อสารระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน ผู้เรียนกับผู้เรียน เป็นต้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการเรียนการสอน และการดำเนินงานในหลายด้านโดยอาศัยเทคโนโลยีการสื่อสาร และการดำเนินงานในหลายด้านโดยอาศัยเทคโนโลยีการสื่อสารระหว่างบุคคล เช่น การใช้โทรศัพท์ โทรสาร เทเลคอนเฟอเรนส์ และไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น
ดังนั้นในการจัดการศึกษายุคของการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศได้เปลี่ยนแปลงกระบวนการเรียนรู้ใหม่ และเปลี่ยนแปลงความต้องการในการศึกษาในอนาคต สื่อ และเทคโนโลยีสารสนเทศแบบใหม่เข้ามาแทนที่สื่อแบบเก่า แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้จะเป็นสิ่งที่ช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ในสภาพแวดล้อมทางการศึกษาแบบใหม่ ซึ่งก่อให้เกิดการปฏิรูปการศึกษาขึ้นปรับปรุงโครงสร้างทั้งระบบใหม่โดยเฉพาะการบริหาร การบริการ การพัฒนาการเรียนการสอน และการจัดการศึกษา ซึ่งจากเดิมสถาบันการศึกษาเป็นผู้รับผิดชอบมาเป็นสังคมและชุมชนร่วมกันรับผิดชอบต่อการจัดการศึกษามากยิ่งขึ้น และที่สำคัญหากเรานำเอานวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ได้อย่างทั่วถึงเชื่อว่าบุคลากรของชาติอาจได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคต