today say "NO" ...tomorrow say "YES"

บันทึกวันศุกร์ที่ 3 กันยายน 2553
ในช่วงปลายปีงบประมาณ...
เป็นช่วงที่ผมเดินสายบ่อยมาก เพราะ...
หมออนามัยต้องไปประชุมต่าง ๆ เพราะผู้จัดโครงการต้องสะสางงานให้เสร็จ
เพื่อเริ่มงานใหม่ ๆ ในปีงบประมาณ 2554 หรือ เดือนหน้า... เดือนตุลาคม
งานหลายอย่างที่อนามัยก็ยังไม่เสร็จ
ต้องเตรียมรับการนิเทศ หรือประมาณตัวชี้วัด (บ้า ๆ บอ ๆ)
จึงเกิดอาการล้า...เหนื่อย...สับสน...และแสนเซ็ง
กับการประชุมจังเลย
วันที่ 1 กันยายน ประชุม เรื่อง การซ้อมแผนรับอุบัติภัยจากสารเคมี
วันนี้ วันที่ 3 กันยายน ประชุม เรื่อง CPR หรือ การช่วยฟื้นคืนชีพขั้นสูง
เมื่อประชุมเสร็จ จึงเป็นที่มาของบันทึกนี้
อาการผิดปกติข้างต้นของผม กลับหายไป และได้คำใหม่
ที่ฉุกให้คิด...
...today say "NO" ...tomorrow say "YES"...
เป็นคำกล่าวของท่านสาธารณสุขอำเภอภูเขียว
ช่างสอดคล้องกับ 2 การประชุมนี้จังเลย
เหตุการณ์อะไรที่เกิดกับคนอื่น เราอาจจะรู้สึกบ้าง หรือไม่รู้สึกบ้าง
แต่เมื่อเหตุการณ์เหล่านั้น เกิดกับตัวเราเอง...
ความรู้สึกมันจะไหลบ่าประดังประเด มากกว่าคนอื่นหลายพันหมื่นแสนเท่า
เหตุการณ์ไฟไหม้...เกิดกับคนอื่น เรารู้สึกเห็นใจ... แต่เกิดกับเราต้องรู้สึกสูญเสีย
เหตการณ์อุบัติเหตุแล้วพิการ เกิดกับคนอื่น เรารู้สึกเห็นใจ...แต่คงไม่นาน
แต่ถ้าเกิดกับเรา... เราต้องพิการ...หมดหวัง..หมดทางเดิน...ชีวิตช่างมืดมน
เหตุการณ์ลูกคนอื่น...จมน้ำตาย...เรารู้สึกเห็นใจ...แต่ไม่ช้าก็ลืม
แต่ถ้าเหตุการณ์เกิดกับลูกเรา...เราคงอยากจมน้ำตายหายไปพร้อมกับลูก
today say "NO" ...tomorrow say "YES"
จึงเป็นข้อคิดให้ทุกคนว่า... ต้องพร้อมรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมีสติและปัญญา
วันนี้ อาจจะพูดว่า ...ไม่ ....พรุ่งนี้อาจจะแปรเปลี่ยนพูดว่า ...ใช่
--ก็ได้--
อย่าลืมด้วยว่า ...เราจัดการกับสิ่งเลวร้ายที่เกิดขึ้น...
เมื่อเหตุการณ์นั้น...ได้ผ่านไปแล้ว (ได้อย่างไร ???)
" when disaster strike, the time to prepare has passed. "
***********
บันทึกนี้ทำให้หนูคิอถึงคำว่า "เอาใจเขามาใส่ใจเรา"
มันง่ายกว่าที่จะเพียงเลยผ่านไป
มันยากแต่ซึ้งใจหากเราเรียนรู้ที่จะเข้าใจอย่างแท้จริง
ขอบพระคุณบันทึกดี ๆ ค่ะ
ขอบคุณครับ พี่อุ้ม ที่เข้ามาทักทาย
ขอบคุณ คุณใบไม้ร้องเพลง ครับ
ชีวิตเราคงต้องเรียนรู้ไปเรื่อย ๆ
น่าจะไม่มีวันจบครับ