จุดอ่อนของคนไทย 10 ประการ

วันนี้ (1 กันยายน 2553 ผมได้รับ Forward Mail จากเพื่อนส่งมาให้จากความคิดเห็นของคุณวิกรม กรมดิษฐ์ เห็นว่าเป็นข้อคิดและมุมมองที่สำคัญและน่าสนใจ และเป็นจริงตามข้อคิดและมุมมองดังกล่าวนี้ครับ เลยนำมาฝากกัน ....
จุดอ่อนของคนไทย 10 ประการ (จากวิกรม กรมดิษฐ์)
1. คนไทยรู้จักหน้าที่ของตัวเองต่ำมาก
โดยเฉพาะหน้าที่ต่อสังคม เป็นประเภทมือใครยาวสาวได้สาวเอา เกิดเป็นธุรกิจการเมือง ธุรกิจราชการ ธุรกิจการศึกษา ทำให้ประเทศชาติล้าหลังไปเรื่อย ๆ
2. การศึกษายังไม่ทันสมัย
คนไทยจะเก่งแต่ภาษาของตัวเอง ทำให้ขาดโอกาสการแข่งขันกับต่างชาติในเวทีต่าง ๆ ไม่กล้าแสดงออก ขี้อายไม่มั่นใจ ในตัวเอง เราจึงตามหลังชาติอื่น จะเห็นว่าคนมีฐานะจะส่งลูกไปเรียนเมืองนอกเพื่อโอกาสที่ดีกว่า
3. มองอนาคตไม่เป็น
คนไทยมากกว่า 70% ทำงานแบบไร้อนาคต ทำแบบวันต่อวันแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวัน ๆ น้อยคนนักที่จะทำงานแบบ เป็นระบบเป็นขั้นเป็นตอน มีเป้าหมายในอนาคตที่ชัดเจน
4. ไม่จริงจังในความรับผิดชอบต่อหน้าที่
ทำแบบผักชีโรยหน้าหรือทำด้วยความเกรงใจ ต่างกับญี่ปุ่นหรือยุโรปที่จะให้ความสำคัญกับสัญญาหรือข้อตกลง อย่างเคร่งครัด เพราะหมายถึงความเชื่อถือในระยะยาว ปัจจุบันคนไทยถูกลดเครดิตความเชื่อถือด้านนี้ลงเรื่อย ๆ
5. การกระจายความเจริญยังไม่เต็มที่
ประชากรประมาณ 60 – 70% ที่อยู่ห่างไกลจะขาดโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตัวเองและชุมชน ซึ่งเป็นหน้าที่ ของภาครัฐที่ต้องส่งเสริม
6. การบังคับกฎหมายไม่เข้มแข็งและการดำเนินการไม่ต่อเนื่อง
ทำแบบลูบหน้าปะจมูก ปราบปรามไม่จริงจัง การดำเนินการตามกฎหมายกับผู้มีอำนาจหรือบริวารจะทำแบบเอาตัวรอดไปก่อน ไม่มีมาตรฐาน ต่างกับประเทศที่เจริญแล้ว ข้อนี้กระบวนการยุติธรรมจะต้องปรับปรุง
7. อิจฉาตาร้อน
สังคมไทยไม่ค่อยเป็นสุภาพบุรุษ เลี่ยงเป็นศรีธนญชัย ยกย่องคนมีอำนาจมีเงินโดยไม่สนใจภูมิหลัง โดยเฉพาะคนที่ ล้มบนฟูกแล้วไปเกาะผู้มีอำนาจเอาตัวรอด คนพวกนี้ร้ายยิ่งกว่าผู้ก่อการร้าย ดีแต่พูดมือไม่พายเอาเท้าราน้ำ ทำให้คนดีไม่กล้าเข้ามาเพราะกลัวเปลืองตัว
8. เอ็นจีโอค้านลูกเดียว
เอ็นจีโอบางกลุ่มอิงอยู่กับผลประโยชน์ เอ็นจีโอดี ๆก็มี แต่บ้านเรามีน้อย บ่อยครั้งที่ประเทศเราเสียโอกาสอย่างมหาศาล เพราะการค้านหัวชนฝาเหตุผลจริง ๆ ไม่ได้พูดกัน
9. ยังไม่พร้อมในเวทีโลก
การสร้างความน่าเชื่อถือในเวทีการค้าระดับโลกของเรายังขาดทักษะและทีมเวิร์คที่ดี ทำให้สู้ประเทศเล็ก ๆ อย่างสิงคโปร์ไม่ได้
10. เลี้ยงลูกไม่เป็น
ปัจจุบันเด็กไทยขาดความอดทน ไม่มีภูมิคุ้มกันเป็นขี้โรคทางจิตใจ ไม่เข้มแข็ง เพราะเลี้ยงลูกแบบไข่ในหิน ไม่สอนลูก ให้ช่วยตนเอง ต่างกับต่างชาติที่เจริญแล้ว เขาจะกระตือรือร้นช่วยตนเองขนขวาย แสวงหาค้นหาตัวเอง และเขาจะสอนให้สำนึกรับผิดชอบต่อสังคม
สวัสดีค่ะ
เป็นเพราะเราไม่ค่อยได้เน้นกระบวนการคิดแก่เด็กๆหรือเปล่าคะ
ขอบคุณค่ะที่แวะไปเยี่ยมกัน
ขอบคุณมากครับ อ.ขจิต และคุณณัฐรดา ที่แวะมาแสดงความคิดเห็น ช่วงนี้งานยุ่งมากครับไม่ค่อยได้เขียนบันทึก แต่ก็คิดถึงสมาชิกทุกท่านครับ
สวัสดีค่ะ
จริงหลายข้อนะคะท่านผอ. เด็กต้องได้รับการปลูกฝังในสิ่งที่เน้นคุณธรรมมากกว่านี้
เราต้องช่วยกันครับครูอี๊ด ... ทุกคนทำตามบทบาทหน้าที่ของตนเองให้เต็มที่และดีที่สุด ก็เป็นการช่วยประเทศไทยแล้วครับ