ไปเป็นองค์กปาฐก  ยาเสพติด

        เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ (ปปส) ได้เชิญผมไปเป็นองค์ปาฐก ในงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง "ทางออกการป้องกันยาเสพติดที่มีประสิทธิภาพ"

        ผมได้นำเสนอไว้หลายประเด็น แต่สรุปได้โดยสังเขป ดังนี้

        1.สังคมไทยผ่านการฉีดยาแรง ด้วยการยิงทิ้งผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ตายไป 2,500 คน ในจำนวนนี้เป็นการฆ่าตัดตอน 1,400 คน วิธีนี้ถูกนานาประเทศประณามและกำลังถูกสอบสวนอยู่ในปัจจุบัน ถือเป็นวิธีหนึ่งที่เน้นการปราบปราม ได้ผลชั่วคราว

         2.กฎหมายไทย เปลี่ยนบริบทให้ผู้เสพยาไม่ใช่ผู้กระทำผิดตามกฎหมาย แต่ให้ถือว่าเป็นผู้ป่วย ทั้งทุ่มงบประมาณเข้าบำบัดรักษา ทั้งแบบสมัครใจและแบบบังคับบำบัดมานานหลายปี พบว่ามากกว่าร้อยละ 50 กลับไปเสพยาซ้ำ

         3.ปรับกฎหมายให้รุนแรงถึงขั้นยึดทรัพย์ผู้ค้ายาเสพติดและผู้เกี่ยวข้อง แต่ก็พบว่าขั้นตอนการเอาผิดยึดทรัพย์นั้นมีปัญหามาก ทำให้กฎหมายด้อยประสิทธิภาพกว่าเจตนารมณ์ที่ตั้งไว้ ผู้ค้ายาเสพติดและผู้เกี่ยวข้องจึงไม่ค่อยเกรงกลัว

         4.งบประมาณที่ใช้ในด้านนี้ ปี 2552 ใช้งบทั้งสิ้นกว่า 4,800 ล้านบาท กระจายลงที่ ปปส. ตำรวจ ทหาร มหาดไทย ก.ยุติธรรม เป็นหลัก  พิจารณาแล้วงบกว่าร้อยละ 80 ถูกใช้ไปเพื่อการสะกัดกั้นยาเสพติดจากชายแดน  ใช้เพื่อการปราบปราม เพื่อการบำบัด เหลือเพียงร้อยละ 20 เท่านั้นที่ใช้เพื่อการป้องกัน

         ข้อเสนอจึงต้องเริ่มที่

         1.ปรับเพิ่มงบประมาณ โดยไม่ตัดทอนงบสะกัดกั้น งบปราบปราม งบบำบัดลงแต่อย่างไร เพราะงานด้านต่างๆหล่านี้ยังจำเป็น  แต่ขอให้เพิ่มงบเพื่องานด้านการป้องกันเยาวชนรุ่นใหม่ที่กำลังกลายเป็นเหยื่อของกระบวนการค้ายาเสพติด (แต่ละปี จะมีเยาวชนตกเป็นทาสยาเสพติดประมาณร้อยละ 20 )

         2.ปรับงาน ปปส.ให้กลายเป็นงานสนับสนุนพื้นที่ ที่ขณะนี้มี  สภาองค์กรชุมชนกว่า 30,000 แห่ง มีสภาเด็กและเยาวชนทุกอำเภอและทุกจังหวัด  มีฐานกำนันผู้ใหญ่บ้านที่ถูกลดบทบาทลง  ให้ได้คิด ได้นำเสนอและดำเนินการจัดทำโครงการ มาตรการ กิจกรรมป้องกันเยาวชนให้พ้นจากยาเสพติด สังคมจะได้มีแนวร่วมทำงานป้องกันมากขึ้น

         3.กำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ อบต. เทศบาล อบจ. ได้กันงบประมาณส่วนหนึ่งเป็นงบประจำเพื่อสนับสนุนให้เยาวชนทำกิจกรรมให้มาก พร้อมสนับสนุนพื้นที่ที่ดีให้มีเพิ่มขึ้น  เยาวชนทำกิจกรรมมากเท่าไหร่ จะได้พัฒนาตนมากขึ้นเท่านั้น ยาเสพติดจะห่างไกลและเจาะเข้ามายังกลุ่มได้ยากขึ้น

          โดยสังเขปก็เป็นเช่นนี้ครับ