นักเรียนที่ฉันไปเยี่ยมบ้านคนนี้เรียนหนังสือเก่ง

เธอไม่มีแม่ อาศัยอยู่กับพ่อ และเธอมีหน้าที่ต้องดูแลย่าที่ป่วยด้วยโรคชรา

เพราะพ่อต้องออกไปทำงานแต่เช้า และกลับมืด

เธอร่าเริงในบางครั้งและค่อนข้างจะใจร้อน

ถ่ายภาพโดยkrutoiting

สถานที่..บ้านริมคลองหลวง แก้มลิง

หน้าที่และภาระการรับผิดชอบหลังเลิกโรงเรียนในแต่ละวันยังคงเป็นของครูประจำชั้น

ที่จะต้องติดตามดูแลชีวิตหลังเลิกเรียนของผู้เรียนตัวน้อยๆของครู 

  โดยครูประจำชั้นผู้ทำหน้าที่เสมือนครูแนะแนวของนักเรียน

จะทำควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมการเรียนในชั้นเรียน

เพียงแต่การทำงานตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนนั้น

ได้กำหนดตารางการทำงานเป็นอย่างน้อย  ครั้ง / 1 ภาคเรียน

ซึ่งการทำงานนี้เราเรียกว่าระบบการดูแลนักเรียน

หัวใจของการดำเนินงานมีดังต่อไปนี้

1.การรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล

2.การคัดกรองนักเรียน

3.การส่งเสริมและพัฒนา

4.การป้องกันช่วยเหลือและแก้ไข

5.การส่งต่อ

หลายวันมานี้ เพื่อนครูพากันออกไปเยี่ยมบ้านนักเรียนของเรา

ครูพากันออกเยี่ยมบ้านเป็นคู่ๆ อิอิ คู่ชีวิตครูส่วนใหญ่สอนโรงเรียนเดียวกัน

แต่สำหรับฉันพิเศษกว่าคู่อื่นเพราะคู่ฉันอยู่ไกลกันคนละตำบลคนละโรงเรียน

เขาจึงต้องมาช่วยฉันทำงานได้กำไรประสบการณ์ที่หลากหลายมากขึ้นค่ะ

การเยี่ยมบ้านครั้งนี้ก็เพื่อทำความรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล

ฉันได้จัดเตรียมแบบบันทึกการเยี่ยมบ้าน แบบรายงานการเยี่ยมบ้าน

แบบสรุปผลการเยี่ยมบ้านสำหรับการเยี่ยมบ้านของครูในครั้งนี้ด้วย

ก่อนครูจะออกไปเยี่ยมบ้านครูควรมีกระบวนการ 2 อย่าง

ที่นอกเหนือจากสื่อที่จัดทำขึ้นคือ

กระบวนการแรกคือ การเตรียมตัวก่อนเยี่ยมบ้านคือ

การเตรียมความพร้อมของครูเอง

ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลนักเรียน แฟ้มประวัตินักเรียน สมุดบันทึกการเยี่ยมบ้าน

หมายเลขโทรศัพท์ผู้ปกครองนักเรียน กล้องถ่ายรูปถ้ามีเอาติดตัวไปด้วยค่ะ

  แล้วก็แผนผังการเดินทาง รวมทั้งพาหนะเดินทาง

ในการจัดทำโครงการครั้งนี้ฉันได้เสนอของบประมาณค่าเดินทางสำหรับครูไว้ด้วย

เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับครูที่บ้านอยู่ห่างไกลโรงเรียนและไม่มีรถส่วนตัว

เพราะค่ารถมอเตอร์ไซด์รับจ้างที่โรงเรียนของฉันมันแพงจริงๆ

กระบวนการที่สองคือ  

การเยี่ยมบ้าน ครูควรนำทักษะในการสื่อสาร มาสร้างสัมพันธภาพที่ดีเพื่อค้นหาปัญหา 

ที่แท้จริง รู้จักเอาใจเขามาใส่ใสเรา เห็นอกเห็นใจนักเรียนและ ครอบครัว 

โดยใช้ทักษะแนะแนว เช่น ทักษะการให้บริการด้านจิตวิทยา    

และมีความพร้อม ที่จะนำข้อมูลจาก ประวัตินักเรียน แผนผังญาติพี่น้อง  ผู้ใกล้ชิด

ภาพนี้ถ่ายโดยเด็กหญิงกี้ คนที่ยืนอยู่ในภาพแรกข้างบนค่ะ

 

เมื่อมีข้อมูลที่สามารถบันทึกลงบนแบบเยี่ยมบ้านแล้ว

ครูยังสามารถใช้แบบบันทึกเป็นกุญแจไขปัญหาได้ในเวลาเดียวกัน

เพราะได้ออกแบบโดยคำนึงถึงความสะดวกในการทำงาน

เอื้อให้ครูได้ง่ายต่อการบันทึกข้อมูลที่ครูสัมผัส

ขณะเดียวกันครูยังสามารถทำการคัดกรองผู้เรียนได้

ด้วยการใช้แบบคัดกรองสอบถามนักเรียน

บ้านหลังสุดท้ายที่ฉันไปเยี่ยม

เล็กและแคบมากไม่มีที่นั่งสนทนาเลย

เด็กน้อยอาศัยอยู่กับพ่อสองคน

บางวันเธอต้องไปอาศัยบ้านญาติที่มีหลังคาติดกัน

เพื่อนอนหลบฝนที่ตกลงมา

ฉํนเพิ่งรู้วันนี้เองว่าทำไมเธอจึงขาดเรียนเมื่อวันที่ฝนมาเยือน

เราเลยขยับออกมาสนทนากันริมถนนค่ะ

เพื่อนบ้านช่วยกันปูเสื่อให้ได้นั่งคุยกัน

วันนี้จึงเป็นวันที่ฉันได้สรุปข้อมูลการเยี่ยมบ้านได้รวดเร็วกว่าที่คิด

ด้วยความร่วมมือของเพื่อนร่วมงานที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

ขอบคุณค่ะ