Basic Boot Camp

       กับคำถามที่มักได้ยินบ่อยๆว่า บุคลากรของศูนย์อนามัยที่ 10 ที่มีน้ำหนักและรอบเอวเกินเกณฑ์  ทีมคลินิกส่งเสริมสุขภาพ    ซี่งมีหน้าที่ตรวจสุขภาพ และรายงานผลการตรวจทุกปี ได้ทำอะไรบ้าง  เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและการออกกำลังกาย ???

      บันทึกนี้จึงขอ(บ่น)เน้นว่าเรื่องสุขภาพนี้  ผู้เขียนเคยได้ย้ำไปหลายครั้งแล้วในหลายๆบันทึก  ว่าไม่มีใครที่จะสามารถไปจัดการให้ได้ดีเท่ากับตัวเองที่ต้องหันมาใส่ใจและรักตัวเอง   เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเป็นได้เพียงผู้ที่คอยให้การสนับสนุนและชี้แนะให้เท่านั้น 

       การที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่ใครก็สามารถเข้าไปจัดการ   ไปเปลี่ยนวิถีชีวิตที่บุคคลคุ้นชินมาตลอดชีวิตของเขา     แต่...ก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้  เพียงแต่ต้องอาศัยองค์ประกอบหลายอย่าง  เช่น การสร้างความเข้าใจ  การปรับทัศนคติที่ถูกต้องให้ตรงกันระหว่างผู้ให้และผู้รับ  เช่นเดียวกับการที่เราสอนให้เขาว่ายน้ำ  ถ้าเขาไม่คิดที่จะช่วยตัวเองเลย  รอแต่จะให้ครูฝึกจับมือกวักน้ำ  จับขาตีน้ำให้ตลอดเวลาคงเป็นไม่ได้  เป็นเรื่องยากและสุดท้ายคงจมน้ำไปเอง  แต่ถ้าเมื่อใดเขามองว่าครูฝึกเป็นเหมือนแผ่นโฟมยางที่ถูกโยนมาให้เกาะและหัดลอยตัว  และเมื่อสามารถหัดจนว่ายน้ำได้แล้ว  ก็ไม่จำเป็นต้องใช้  เขาก็จะว่ายน้ำได้เก่ง  เหมือนการดูแลตัวเองถ้ารอแต่จะพึ่งพิงคนอื่นอยู่ตลอดก็คงไม่ถูกต้อง  ก็อย่างที่เคยเขียนไว้บ่อยๆว่า  "..เรื่องสุขภาพ ถึงเป็นแฟนก็ทำแทนให้ไม่ได้.."

 

      จึงมีคนบางกลุ่มที่เห็นความสำคัญและมาร่วมกิจกรรมออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ  ในขณะที่

บางคนก็ไม่...แต่จะคิดมาร่วมเลย

       ผู้เขียนได้รับมอบหมายให้มารับผิดชอบงานคลินิกส่งเสริมสุขภาพ  จึงจำเป็นที่จะต้องพยายามหารูปแบบต่างๆในการที่จะเข้าไปดูแลและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเขาเหล่านั้น  เริ่มจาก  การพยายามสร้างแกนนำสุขภาพ ( แกนนำไร้พุง)  เพื่อทำหน้าที่เหมือน อสม. เพื่อเป็นพี่เลี้ยงในการกลับไปดูแล   กระตุ้น  และให้กำลังกันเองในเรื่องสุขภาพของแต่ละงาน 

        หรือแม้แต่การจัดให้มีการอบรม  เรื่อง “การส่งเสริมสุขภาพคนวัยทำงานตามแนวจิตวิถี”   ซึ่งเป็นการเน้น  เรื่อง อ.อารมณ์  คือ การทำให้คนรู้สึกรักตัวเอง  ใส่ใจสุขภาพตัวเอง  เห็นคุณค่าในตัวเอง  มองโลกในแง่ดี  คิดบวก  

       แม้บางครั้ง...จะรู้สึกอ่อนล้าบ้างที่ต้องจัดการ กับเรื่อง (คนอื่น)   ซึ่งเจ้าตัวเองบางคนไม่เห็นว่าจะน่ากลัว  จึงไม่ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมใดๆเพราะเขาคิด (เอาเอง) ว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญ

       แต่โดยหน้าที่ความรับผิดชอบแล้ว   ผู้เขียนและทีมงานก็ต้องพยายามทำทุกอย่างที่คิดว่าสามารถจะเปลี่ยนแนวคิด  ทัศนคติของคนอ้วนให้หันมาใส่ใจและดูแลตัวเองมากขึ้น

      จึงเป็นที่มาของการจัด "โครงการ Basic Boot Camp" ครั้งนี้   โดยทีมงานได้วางเป้าหมายไว้ว่า 

  • คนที่น้ำหนักและรอบเอวเกิน  สามารถลดน้ำหนักได้ 5 % ของน้ำหนักตั้งต้น

  • คนที่รูปร่างปกติ  ขอให้คงไว้เช่นเดิม

         คงไม่ได้ขอมากเกินไปใช่ไหมคะ ??

   โครงการ Basic Boot camp

วันที่ 23-25 สิงหาคม 2553

ณ.สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี

         “โครงการ Basic  Boot Camp” นี้  ผู้เขียนได้ของบประมาณสนับสนุนจาก สปสช.   มาใช้ในกิจกรรม เพื่อสร้างความตระหนก  แล้วเกิดความตระหนักมากขึ้นเกี่ยวกับสุขภาพ    โดย เฉพาะเรื่องการลดน้ำหนัก   โดยในครั้งนี้ผู้เขียนอยากเปลี่ยนแนวคิดใหม่  โดยการจัดให้บุคลากรที่มีน้ำหนักและรอบเอวเกิน  จำนวน 60 คน  ไปเข้าค่ายด้วยกัน  2 คืน 3 วัน  โดยเน้นที่เรื่อง อ. ออกกำลังกายแต่เพียงอย่างเดียว  เพราะเรื่อง อ. อาหาร  และ อ.อารมณ์ เราถือว่าทุกคนรับรู้แล้ว  เพราะได้ให้ความรู้กันมาตลอด 

       ได้มีการพูดคุยกันเองในทีมงานว่า   ทีมวิทยากร ผู้ที่จะทำให้กิจกรรมได้ผลดีอย่างที่คาดหวัง  ควรจะเป็นผู้ที่มีความรู้เฉพาะด้านนี้  นั่นคือ นักวิทยาศาสตร์การกีฬา   จึงได้เชิญ  อาจารย์หมู  (ซึ่งเป็นเขยของชาวศูนย์อนามัย ) ซึ่งทำงานอยู่ที่ ศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทย ภาค 5 เชียงใหม่ (กกท.) มาวางแผนกิจกรรมด้วยกัน   หลายครั้ง

 

อาจารย์หมู  (นายสุวิทย์     แรกข้าว)

        เราคุยกันหลายครั้ง  หลายเรื่อง  โดยมากทางโทรศัพท์  เพราะทั้งผู้เขียนและอาจารย์หมู ต่างก็มีภารกิจ   แต่โชคดีเพราะเรามีน้องปูเป็นผู้ประสานที่ดี

 

น้องปู (นางบุศยา  แรกข้าว)

 

    เราวางแผนร่วมกัน  เกี่ยวกับ…

1. สถานที่ออกกำลังกาย  โดยทำหนังสือขอความอนุเคราะห์จาก ผอ.กกท.ภาค 5  ในภาพผู้เขียนและทีมงานได้ออกไปดูสถานที่จริง  

สถานที่จะทำกิจกรรมในวันเข้าค่าย

2. สถานที่พักของผู้ที่เข้าค่าย   เป็นที่นอนรวม   เพราะตั้งใจจะฝึกให้อยู่ง่ายๆเป็นการฝึกความอดทนพื้นฐาน 

สถานที่นอนรวม

         แต่สุดท้ายพวกเราไม่ได้ที่นอนตามในภาพ   เพราะท่าน ผอ. สงสารเนื่องจากผู้ที่เข้าค่ายอายุมากๆกันแล้ว   ลุกนั่งไม่สะดวก ( หรือว่า ท่านสงสารตัวเองด้วย  ก็ไม่สามารถคาดเดาได้  อิอิ )  ทางทีมงานต้องขอขอบพระคุณในความกรุณาของท่านมา ณ.ที่นี่ด้วย 

ห้องพักที่เราได้พักจริงเป็นห้องพักของ

โรงแรมสนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี

 

3. เรื่องอาหาร เน้นเรียบง่าย  สะดวกพกพา  เพราะเราตั้งใจจะเดินป่ากัน  ตามชื่อของโครงการ  ถึงมื้ออาหารที่ไหนกินที่นั่น  จึงเป็นข้าวกล่อง  และเน้นเป็นพวกแป้ง (คาร์โบไฮเดรต ) เยอะ  เพราะคาดว่า เราคงต้องใช้พลังงานมาก  ทำไมต้องเน้นแป้ง  ลองอ่านดูนะคะ อาหารของคนที่ใช้พลังงาน

4. กิจกรรมระหว่างเข้าค่าย     เราตกลงกันว่า...

  • ต้องมีชั่วโมงทดสอบสมรรถภาพทางกาย  เพื่อจะได้เป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับแต่ละคนก่อนเข้าค่าย

  • กิจกรรมเน้นการเดิน  เพราะเป็นการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับทุกวัย  โดยเฉพาะในผู้ที่มีน้ำหนักมาก

  • กิจกรรมเคลื่อนไหวออกแรง  โดยการนันทนาการ /เกมส์ เพื่อเพิ่มความสนุกสนาน  เพลิดเพลิน

  • กิจกรรมค่ายพักแรงในเวลากลางคืน  เน้นการเคลื่อนไหวที่เหนื่อยแต่สนุกสนาน  เพื่อจะได้หลับสบาย

  • มีการสรุปประเด็นสำคัญ   หลังการทำกิจกรรมนั้นๆ

5.  ทีมวิทยากร   ได้มอบหมายให้ อาจารย์หมูจัดการ  เพราะย่อมรู้ดีว่าท่านใดมีความสามารถตามที่ต้องการ  ส่วนจะใครบ้าง  และมีกิจกรรมอะไรนั้นจะนำมาเล่าในบันทึกตอนต่อไป   ลองดูภาพในวันเปิดโครงการ

นาย รุจิรา  เปรมานนท์

ผอ.กกท.ภาค 5 เชียงใหม่  ให้เกียรติกล่าวต้อนรับ

นพ.ภิศักดิ์  เลิศเรืองปัญญา  ผอ.โรงพยาบาล

ส่งเสริมสุขภาพเชียงใหม่กล่าวรายงาน

นพ.ชัยพร  พรหมสิงห์ ผอ.ศูนย์อนามัยที่ 10

กล่าวเปิดงาน

ภาพต่อไปเป็นผู้เข้าค่าย Basic Boot Camp

จำนวนทั้งสิ้น 60 คน

       รออ่านตอนต่อไปนะคะ

ขอบคุณค่ะ