ดิฉันเรียนจิตวิทยา  ป. บัณฑิตวิชาชีพครู อาจารย์ได้นำบทความมาให้ศึกษากัน เป็นเรื่องราวของ น้องผึ้ง หรือ นางสาวปิยะนุช  เศรษฐวงศ์

อายุ 22 ปี มีคุณพ่อเป็นหมอ คุณแม่เป็นพยาบาล เธอเป็นโรคลูคีเมียหรือมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน อาการเริ่มแรกปวดไหล่สองข้างปวดกระดูกหน้าแข้ง และหน้าซีด เลยไปเจาะเลือด ก็ทราบว่าเป็นโรคลูคีเมีย

แต่มีคุณพ่อ คุณแม่ และพี่น้องคอยให้กำลังใจและช่วยเหลือทำให้เธอมีกำลังใจที่ต่อสู้กับโรคนี้และใช้ความสามารถเบนความสนใจเขียนการ์ตูนเชิงขำขันที่เล่าเรื่องราวอาการป่วยของเธอนำลงบล็อกในอินเทอร์เน็ต

(ลองค้นหาอ่านได้ในบล็อกของเธอนะคะ ลองพิมพ์ชื่อเธอ ใน google ขออภัยนะคะยังทำ link ไม่ค่อยเป็นคะ)

และได้รับการตีพิมพ์เป็นหนังสือ สาววัย 22 กับโรคนางเอก และเธอใช้ชีวิตต่อไปเพราะได้กำลังใจจากคนรอบข้างและเธอยังมีความคิดที่จะช่วยเหลือสังคมอีกด้วย

      น้องผึ้งมีวิธีคิดในการมองอะไรในแง่บวกสำหรับนำมาให้กำลังใจตัวเอง และได้มองว่าความสุขที่แท้จริงไม่จำเป็นต้องแลกด้วยอะไรบ้างอย่าง แค่ได้ตื่นมาช่วยเหลือตัวเองได้ และได้อยู่กับครอบครัวคนที่เธอรักและรักเธอ เธอก็มีความสุขแล้ว

        ถึงแม้น้องผึ้งจะเป็นโรคลูคีเมีย แต่เธอก็มีวิธีคิดที่มีประโยชน์ต่อสังคมและมีกำลังใจที่จะต่อสู้ต่อไป

การเรียนรู้ที่เกิดขึ้นจากการได้ศึกษาชีวิตของเธอ คือ ในขณะที่เรายังมีร่างกายแข็งแรง โชคดีกว่าเธออีก

เมื่อเจออุปสรรคต่างๆ ควรจะเข้มแข็ง และแก้ปัญหาเพราะยังมีคนที่รักเรานั้นคือครอบครัวเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด

ควรจะเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส คิดในแง่บวก อาจจะได้พบความสุขที่แท้จริง มากกว่าข้าวของเงินทองหรือบางสิ่งบางอย่าง การบริจาคเลือด หรือสิ่งต่างๆ เป็นการต่อชีวิตและเราควรทำประโยชน์ช่วยเหลือสังคม เมื่อยังเรามีโอกาส