ปัญหาของการบริหารราชการไทยและแนวทางแก้ไข
ปัญหาด้านนโยบายและความสัมพันกับองค์การอื่น
ปัญหาด้านสมรรถนะของหน่วยงานที่นำนโยบายไปปฏิบัติ ปัญหาด้านการควบคุม ปัญหาด้านความร่วมมือและการต่อต้านการเปลี่ยนแปลง ปัญหาด้านอำนาจและความสัมพันธ์กับองค์การอื่นที่เกี่ยวข้อง ปัญหาด้านความสนับสนุนและความผูกพันขององค์การหรือบุคคลสำคัญในกระบวนการของการนำนโยบายไปปฏิบัติ ปัญหาด้านอำนาจและความสัมพันธ์กับองค์การอื่นที่เกี่ยวข้อง ปัญหาด้านความสนับสนุนและความผูกพันขององค์การหรือบุคคลสำคัญในกระบวนการของการนำนโยบายไปปฏิบัติ ข้อเสนอแนะทางยุทธศาสตร์เชิงนโยบายเพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดิน หน่วยงานภาครัฐควรให้ความสำคัญต่อการศึกษาถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการนำนโยบายไปปฏิบัติ ศึกษาความต้องการของประชาชน ปัญหาที่เกิดขึ้น และผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศแล้วมากำหนดเป็นนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหา ก่อนนำนโยบายไปปฏิบัติควรตรวจสอบก่อนว่านโยบายมีทฤษฎีรองรับหรือไม่
ปัญหาด้านโครงสร้างของระบบ
รวมอำนาจเข้าสู่ส่วนกลาง
กระทรวง กรม และกอง ไม่รู้หน้าที่หลักและรองของตน
มีระบบการประเมินผลแบบปิด
มีกฎหมายและกฎระเบียบที่ล้าหลัง
ระบบงบประมาณไม่ได้ผล
แนวทางแก้ไขปัญหาด้านโครงสร้างที่อาจเป็นไปได้
กระจายอำนาจทางการบริหาร
แปรสภาพกิจกรรมของรัฐเป็นกิจกรรมเอกชน
นำระบบการประเมินผลแบบเปิดไปใช้ในหน่วยงานของรัฐ
ปฏิรูปกฎหมายและกฎระเบียบที่ล้าหลัง
ปฏิรูประบบงบประมาณ
ทำลายการผูกขาดของรัฐ
ปัญหาด้านการบริหารงานบุคคลและบุคลากร
ระบบเล่นพรรคเล่นพวกเพื่อสร้างเครือข่ายเกื้อหนุนซึ่งกันและกันเกิดอย่างกว้างขวางในระบบราชการทำให้ไม่สามารถดำรงไว้ซึ่งหลักการของระบบคุณธรรมอย่างแท้จริง
ต่างคนต่างทำ ข้าราชการส่วนภูมิภาคดำเนินงานตามนโยบายของ กระทรวง ทบวง กรม เป็นหลักมากกว่าตอบสนองปัญหาและความต้องการของคนในพื้นที่
การแก้ไขปัญหา ขาดการประสานงานของเจ้าหน้าที่
ข้าราชการพึ่งพาการจัดสรรงบประมาณจากส่วนกลางเป็นหลัก ยากที่จะทำงานเชิงบูรณาการ
สายงานที่จำแนกไว้มีเป็นจำนวนมาก หลายสายงานมีลักษณะซับซ้อนใกล้เคียงกันมาก ยึดคุณวุฒิทางการศึกษาของข้าราชการจนทำให้ไม่คล่องตัวในการสรรหา โยกย้าย
มาตรฐานกำหนดตำแหน่งที่กำหนดไว้มีขอบเขตกว้างหรือคลุมเครือ
มีมาตรฐานกลางเพียงมาตรฐานเดียว ทำให้ไม่ยืดหยุ่นในการบริหารกำลังคนที่มีหลากหลาย
การกำหนดทางก้าวหน้าของแต่ละสายงานยังมีความเหลื่อมล้ำ ไม่เป็นธรรม
ขาดแคลนและสูญเสียบุคลากรในตำแหน่งทางวิชาการ
ค่าตอบแทนภาครัฐต่ำกว่าการจ้างงานในตลาด
การแต่งตั้ง โยกย้าย เลื่อนขั้นเงินเดือนยังคงอิงระบบอาวุโส
ผู้บริหารระดับต่างๆ ไม่สามารถบริหารกำลังคนและกำกับดูแลผลงานของบุคลากรเพื่อตอบสนองความต้องการในการทำงานขององค์กรในแต่ละระดับได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ระบบบริหารงานบุคคลไม่เอื้อต่อหลักประกันด้านคุณธรรม (Merit based system) ได้อย่างจริงจัง ข้าราชการที่มีความรู้ความสามารถจำนวนมากไม่ได้รับความเป็นธรรม
แนวทางการแก้ปัญหาด้านทรัพยากรบุคคลที่อาจเป็นไปได้ต่อการริหารงาน
กำหนดวิสัยทัศน์การทำงานให้ชัดเจน ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การทำงานให้สอดคล้องเหมาะสม มองโครงสร้างทรัพยากรบุคคลเป็นรายกลุ่มเช่นโครงสร้างกลุ่มกระทรวงเศรษฐกิจ ด้านสังคม ฯลฯ เป็นองค์รวม เพื่อให้การทำงานเบ็ดเสร็จครบวงจร และเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว ปรับบทบาทของราชการให้สอดคล้องกับการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นโดยเป็นผู้ให้คำปรึกษาแนะนำ เอื้อต่อการทำงานให้กับองค์กรท้องถิ่นและชุมชน จัดสรรงบประมาณเพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในระยะยาว สนับสนุนบรรยากาศการเจรจาพาที การคิดใคร่ครวญ ในหน่วยงาน
ปัญหาด้านเทคโนโลยี
ตัวอย่างปัญหาและอุปสรรคในการใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ในการบริหารราชการ
ปัญหามาตรฐานและรูปแบบในการจัดสร้างและจัดเก็บข้อมูล ปัญหาการกระจายของข้อมูล ความซ้ำซ้อนและความเข้ากันได้ของข้อมูล ความเป็นปัจจุบันของข้อมูล ความถูกต้องและความแม่นยำของข้อมูล การเชื่อมโยงและการแลกเปลี่ยนข้อมูล ปัญหาการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมของบุคลากรภาครัฐ ข้อจำกัดอื่นๆ
แนวทางในการใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์-GIS-ใช้ในการบริหารราชการ ไทยในปัจจุบัน
แบ่งกลุ่มการประยุกต์ใช้ตามดัชนีคุณค่าหลักของการบริหารจัดการภาครัฐซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ด้านคือ
ประสิทธิภาพ
ความเสมอภาค
ความสามารถในการพัฒนาและการเจริญเติบโตของชุมชน
คุณภาพสิ่งแวดล้อม
การคอรัปชั่นภายใต้การบริหารราชการแผ่นดิน
ข้าราชการอิทธิพลกับธุรกิจเอกชน
เงินตามน้ำ
การบังหลวง
การเล่นเส้นสายเพื่อความก้าวหน้าของลูกน้อง
การแก้ไขปัญหาคอรัปชั่นภายในแผ่นดิน
แนวทางแก้ไขปัญหาการคอรัปชั่นภายในหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งแต่ละหน่วยงานควรทำเองได้ ควรประกอบด้วยวิธีการป้องกันต่าง ๆ เช่น
1. ปรับปรุงระเบียบกฎเกณฑ์ของการให้บริการประชาชนให้เรียบง่าย ลดโอกาสที่ข้าราชการจะใช้อำนาจเพื่อการคอรัปชั่น
2.- การจับตาดูเพื่อประเมินพฤติกรรมคอรัปชั่นอย่างเป็นระบบในหน่วยงานที่มีการร้องเรียนเรื่องการคอรัปชั่นหนาหู หรือมีเหตุการณ์เกิดขึ้น อาจใช้ทั้งระบบจัดตั้งกล้องถ่าย วีดีโอ และการใช้สายสืบภายในโดยมิบอกเล่าให้ข้าราชการทราบหัวหน้าสำนักงานจะต้องหูตาไวเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ แสวงหาทางกระจายกลุ่มคนที่อาจรวมหัวกันตั้ง “แก๊ง” ดังกล่าว
3.- ลดโอกาสการคอรัปชั่น โดยการสับเปลี่ยนบุคคล หรือการโยกย้ายหน่วยงานที่ทำบ่อยครั้ง เพื่อป้องกันการรวมกลุ่มจัดตั้ง “แก๊ง”หรือ syndicate ในการคอรัปชั่น
4. -จับตาดูพฤติกรรมของระดับหัวหน้างาน ซึ่งจากประสบการณ์ของประเทศต่าง ๆ พบว่า ข้าราชการระดับหัวหน้ามีแนวโน้มจะคอรัปชั่นสูง แล้วจึงหาวิธีการอันเดียวกัน จับตาดูพฤติกรรมของข้าราชการระดับรองลงมา
5.- ผู้ที่มีหน้าที่ดูแลเรื่องการเงินทุกระดับต้องได้รับการพิจารณาคัดเลือกเป็นพิเศษ และควรต้องแจงมูลค่าทรัพย์สินของตนเองและครอบครัวแก่ทางการพร้อมหลักฐานทุกปีเพื่อป้องกันมิให้ร่ำรวยผิดปรกติจากการคอรัปชั่น
6. -ทุกหน่วยงานที่มีปัญหาการคอรัปชั่นต้องมีหน่วยงานวิจัยลู่ทางการคอรัปชั่นในสำนักงาน รวมทั้งศึกษาลักษณะประเภทบุคคลที่มีแนวโน้มจะทำการคอรัปชั่นจากกรณีที่เกิดขึ้นแล้ว
7. -มีการทำ integrity test หรือการทดสอบเรื่องความซื่อตรงของข้าราชการในหน่วยงานเป็นครั้งเป็นคราว
8.-จัดตั้งศูนย์ทำการสำรวจทัศนคติของสาธารณชนเพื่อประเมินผลการทำงานและการคอรัปชั่นของข้าราชการในสำนักงาน
ข้อมูลเหมือนของข่อยเลย
เขียนได้ดี