วันนั้นรีบขับรถเข้าดงหลวง ไปรับเจ้าหน้าที่มาประเมินผลโครงการ ระหว่างทางเราพบชาวบ้านขับมอเตอร์ไซด์ (เดี๋ยวนี้เกือบทุกครัวเรือนต้องมีมอเตอร์ไซด์) สะพายปืนยาว ด้านหน้ามีน้องหมาเพื่อนร่วมชีวิตติดตัวไปด้วย น้องหมากับชาวบ้านลูกทุ่ง นั้นเป็นของคู่กัน ยิ่งยามที่จะไปไร่นา น้องหมาเหมือนรู้ จะรีบกุลีกุจอวิ่งนำหน้าเจ้านายก่อนเลย หากเคยขึ้นมอเตอร์ไซด์แบบนี้ก็จะเตรียมกระโดดขึ้นทันที เมื่อเจ้านายเรียกก็กระโดดอย่างเคยชิน

บางรายก็เอารถอีแต๊กไป น้องหมาก็กระโดดขึ้นไปนั่งบนรถอีแต๊กก่อนเลย บางทีไปมากกว่า 1 ตัว เคยเห็น 4-5 ตัว

ชาวบ้านรักมันเพราะมันช่วยยามที่ไปไร่นามาก เขาจะสำรวจหนทางว่ามีสัตว์ร้ายอะไรอยู่บ้าง หากพบก่อนก็จะส่งเสียงเห่า เจ้านายก็จะรู้ทันทีว่ามีสิ่งมีชีวิตผิดปกติ  เขาก็จะระมัีดระวังในการเดิน หลายครั้งเขาเห็นงูร้ายก็จะกระโดดกัดแล้วสะบัดอย่างแรงทันที งูจะไปไหนไม่ได้แล้วเพราะกระดูกเคลื่อนหมดเพราะความแรงที่หมาเขาสะบัด

น้อมหมาชาวบ้านกินง่าย แค่โยนข้าวเหนียวให้ก้อนหนึ่งก็อยู่ได้ทั้งวัน น้องหมาชาวบ้านจึงไม่อ้วน

การที่ชาวบ้านสะพายปืนไปเช่นนี้แสดงว่าจะไปไร่ หรือเข้าป่า หมาช่วยมากที่สุดในการสำรวจสัตว์ป่าที่อยู่ตามผิวดิน เพราะขมูกเขารับกลิ่นได้ไวกว่าคนเรา

หมากับชาวบ้านเป็นของคู่กัน พึ่งพาอาศัยกัน และหมานั้นซื่อสัตว์ที่สุด ไม่เคยคดโกงเจ้านาย มีแต่รับใช้และเพียงขอข้าวกินวันละมื้อเท่านั้น  คนเราบางกลุ่มยังดัดไปกินเนื้อหมาเข้าอีก..

หนุ่มๆในดงหลวงก็เคยถามว่ากินเนื้อหมาบ้างหรือเปล่า ก็บอกว่าเคย หากช่วงไหนมีเหล้าขาวมีเพื่อนคุยถูกคอละก็ ควักกระเป๋าไปซื้อหมามาทำกินแล้ว หรือไม่ก็ขโมยหมาใครต่อใครมาทำกินแกล้มเหล้า.. ที่ดงหลวงผมไม่เคยเห็นต่อหน้า แต่เขายอมรับว่าเคยกินหมากันทั้งนั้น..

โถ..กินไปได้..

นี่หากชาวบ้านสรวมหมวกคลุมหน้าละก็ เป็นกองกำลังไม่ทราบฝ่ายที่ตำรวจกำลังตามหาเลยเชียว

หากเป็นเช่นนั้น ที่ดงหลวงมีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายเป็นกองพันเลยหละ อิอิ