
ภาพจาก http://learners.in.th/blog/lovetle2008/344358
เพลง : ช้ำรักจากเมืองชล
ศิลปิน : ชาตรี ศรีชล
(ถ้าไม่มีเสียงเพลง คลิ๊ก play ที่ mp 3 นะคะ)
พี่ ยาก จน จากชล-บุรี
ขอน้องปราณี สงสารพี่หน่อย
อย่าให้พี่ นี้เฝ้าหลงคอย
รับรักพี่หน่อยมาเกี่ยวก้อยกันเทอญ
ถึง พี่จนแสนจน
พี่จะขัดสน ทรัพย์สินอยู่เสมอ
พี่จะอุตส่าห์หาเลี้ยงตัวเธอ
ฟังเพลงพี่เพ้อขอเธอจงเห็นใจ
พี่ช้ำชอก ออกจากเมืองชล ฯ
พี่ต้องดั้นด้น ต้องทนหมองไหม้
พอสิ้นรัก ก็เหมือนสิ้นใจ
มาเจอเจ้าใหม่ไม่ทันไรก็รักเธอ
ใจ พี่มันบ้ารัก
รักผู้หญิงมามาก จนไม่อยากจะเจอ
พอมาเจอน้อง ก็มองตัวเธอ
จิตใจพร่ำเพ้อหลงรักเธอเต็มที
พี่ช้ำรัก จากเมืองน้ำเค็ม
จิตใจคมเข้มขอจงอย่าค้อนพี่
ขอรับรองด้วยเลือดชลบุรี
แม้นเจ้าปราณีพี่นี้ไม่ห่างไกล
แม้น ได้สุขสมสอง
พี่เป็นนักร้อง แต่งกลอนร้องไกล
จะหัด ให้น้อง ร้องเพลงเอาไหม
หากินกันไปคงสุขใจ นะเธอ
"แต่หนูได้ยินคุณชาตรีเขาบอกให้สามล้อคันนั้นไปส่งที่เรือนจำนะพี่"ผมพอจะนึกออกเลือนลาง ชาตรี ศรีชล เคยติดคุกอยู่ที่นั่นช่วงหนึ่ง คงจะมีอะไรผูกพันอยู่ที่นั่นบ้างกระมัง และตามข้อมูลที่ได้เพิ่มเติมมา ชาตรี ศรีชล ไม่ไปร.พ.แต่อยากมาหาเพื่อนที่นั่น เพื่อนคนนี้เป็นผู้คุมอยู่เรือนจำกลางชลบุรี ผมไม่แน่ใจว่าจะเป็นเพื่อนกันตอนติดคุกหรือเป็นเพื่อนกันมาก่อนหน้านั้นแล้ว เพราะเมื่อไปถึงผมไม่เจอกับผู้คุมคนที่ว่า แต่เจอกับภรรยาของผู้คุมแทน เธอแนะนำตัวเองว่าชื่อ "ปราณี"
พี่ปราณีหยิบถุงกร๊อบแกร๊บมาให้ผมดู บอกว่าเป็นของชาตรี ศรีชลที่ติดมาด้วยกับรถสามล้อ ในนั้นมีแปรงสีฟัน ยาสีฟัน รองเท้า 2 คู่ ผมไม่อยากจะแน่ใจว่านั่นคือสมบัติชิ้นสุดท้ายที่ติดตัว ชาตรี ศรีชล ราชาลูกทุ่งผู้โด่งดังในอดีต แต่ผมก็เห็นกับตาว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ....พี่ปราณีให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ชาตรี ศรีชล น่าจะเสียชีวิตระหว่างทาง เพราะเมื่อมาถึงเรือนจำก็ตัวแข็งหมดแล้ว สามีของเธอจึงรีบนำส่งโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์วินิจฉัย ผมตามไปที่โรงพยาบาลอีกรอบ เจ้าหน้าที่บอกว่าญาติมารับศพกลับบ้านไปแล้ว ผมกลับมาถึงโรงพิมพ์ด้วยอาการเศร้าซึม เพราะชาตรี ศรีชลเป็นนักร้องที่ผมชื่นชอบมาตั้งแต่เด็กๆ เริ่มตั้งแต่เพลง ทหารห่วงเมีย สมัครรักสมัครแฟน ธรณีชีวิต ช้ำรักจากเมืองชล และอีกหลายๆเพลงเลยทีเดียว (หลายปีต่อมาผมยังมีโอกาสพูดคุยกับ "พี่วิไล"อยู่ที่บ้านโขด ชลบุรี พูดถึงเพลง สาวผักไห่ "โอกาสหน้าพี่จะมาหาใหม่ ไม่ลืมคนชื่อวิไลบ้านผักไห่อยุธยา....."อีกด้วย) ผมบรรจุข่าวชาตรี ศรีชล เสียชีวิตลงบนกรอบเล็กๆในหน้าในของหนังสือพิมพ์ในวันรุ่งขึ้น แต่อีก 2-3 วันต่อมาหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่หัวสีจากส่วนกลางเกือบทุกฉบับก็พาดหัวตัวเป้งบนหน้าหนึ่ง
"งานศพชาตรี เงียบเหงา" ซึ่งพิจารณาจากเนื้อข่าวแล้วก็ปรากฎว่ามีเฉพาะญาติสนิทและเพื่อนสนิทจริงๆแถวๆบ้านเท่านั้นที่ไปร่วมงาน ผมคิดถึงสัจจธรรมของชีวิต สมัยรุ่งเรืองชาตรี ศรีชล คงจะมีเพื่อนพ้องบริวารมากมาย แต่เมื่อเดินทางมาถึงจุดตกต่ำก็คงไม่มีใครอยากเหลียวแล ไม่ว่าจะเพราะโชคชะตาฟ้าลิขิต หรือเพราะการกระทำของตัวเอง ชาตรี ศรีชล ก็ยังคงเป็นนักร้องนักแต่งเพลงที่เก่งกาจชนิดหาตัวจับยากคนหนึ่ง แต่กับเรื่องการใช้ชีวิตนั้น.....ผู้ที่ใกล้ชิดกับชาตรี ศรีชลจริงๆน่าจะให้ข้อมูลได้ดีกว่าผม.
ข้อมูลจาก http://board.palungjit.com/
เพลงช้ำรักจากเมืองชล เป็นเพลงที่ผมชอบครับ ทั้งทำนองและเนื้อร้อง พยายามจะหัดร้องในคาราโอเกะ ปรากฏว่าเสียงสูงมากครับ ร้องไม่ไหว ไอ้ครั้นจะลดคีย์ให้ต่ำลงมา ก็ไม่เพราะอีก เลยไม่ต้องร้องกัน ฟังอย่างเดียว
เพลงช้ำรักจาเมืองชล...เพลงนี้คุณชาตรี แต่งเอง ร้องเอง....เพลงนี้ มีคำคม คำเสน่ห์มากมาย .....ความป็นอัจฉริยะของชาตรี....บรรยายหมดในเพลง..เป็นเพลงแต่งออกมาจากใจ ยากที่ใครจะทำได้....ทั้งจินตนาการทำนอง เนื้อร้อง ได้อย่างเพราะพริ้ง...
สวัสดีค่ะท่านรอง
small man
สวัสดีค่ะครู
ดอกรัก ดอนตรอ
"พี่ยากจนเป็นคนนคร มาพบบังอรสาวงามสงขลา
พอพี่เจอน้องศรรักปักอุรา โอ้สาวสงขลาโปรดจงได้ปรานี"
พี่ไม่ค่อยสบายแต่งเพลงไปทุกวัน ว่าง ๆ อยากชวนเจ้านั้นร้องเพลงกับพี่
จากคอนถึงสงขลาออกเดินสายคนดี มาร้องเพลงกับพี่คนดีเราสุขใจ....
ครูอิงว่า พอไปได้ไหมครับ....