- อ่านเรื่องราวชีวิตของ ชาตรี ศรีชล แล้ว
- คิดถึงสัจจธรรมของชีวิต
"หนูเห็นอาการเขาไม่ดีค่ะ เลยเรียกสามล้อให้ไปส่งโรงพยาบาล"เจ้าหล่อนจีบปากจีบคอชี้แจง ผมรีบเดินออกจะไปที่โรงพยาบาล แต่เธอก็เรียกไว้
"แต่หนูได้ยินคุณชาตรีเขาบอกให้สามล้อคันนั้นไปส่งที่เรือนจำนะพี่"ผมพอจะนึกออกเลือนลาง ชาตรี ศรีชล เคยติดคุกอยู่ที่นั่นช่วงหนึ่ง คงจะมีอะไรผูกพันอยู่ที่นั่นบ้างกระมัง และตามข้อมูลที่ได้เพิ่มเติมมา ชาตรี ศรีชล ไม่ไปร.พ.แต่อยากมาหาเพื่อนที่นั่น เพื่อนคนนี้เป็นผู้คุมอยู่เรือนจำกลางชลบุรี ผมไม่แน่ใจว่าจะเป็นเพื่อนกันตอนติดคุกหรือเป็นเพื่อนกันมาก่อนหน้านั้นแล้ว เพราะเมื่อไปถึงผมไม่เจอกับผู้คุมคนที่ว่า แต่เจอกับภรรยาของผู้คุมแทน เธอแนะนำตัวเองว่าชื่อ "ปราณี"
"แต่หนูได้ยินคุณชาตรีเขาบอกให้สามล้อคันนั้นไปส่งที่เรือนจำนะพี่"ผมพอจะนึกออกเลือนลาง ชาตรี ศรีชล เคยติดคุกอยู่ที่นั่นช่วงหนึ่ง คงจะมีอะไรผูกพันอยู่ที่นั่นบ้างกระมัง และตามข้อมูลที่ได้เพิ่มเติมมา ชาตรี ศรีชล ไม่ไปร.พ.แต่อยากมาหาเพื่อนที่นั่น เพื่อนคนนี้เป็นผู้คุมอยู่เรือนจำกลางชลบุรี ผมไม่แน่ใจว่าจะเป็นเพื่อนกันตอนติดคุกหรือเป็นเพื่อนกันมาก่อนหน้านั้นแล้ว เพราะเมื่อไปถึงผมไม่เจอกับผู้คุมคนที่ว่า แต่เจอกับภรรยาของผู้คุมแทน เธอแนะนำตัวเองว่าชื่อ "ปราณี"
ผมยกมือสวัสดีและพูดคุยกัน...........ซมซาน...ทรมาน...มานานหลายปี ขาดคนเมตตาปราณี ขาดน้องพี่มานานแสนนาน.....พี่ถูกตัดรัก ตัดรักจนเซ่อซมซาน ไกลพี่ไกลจากบ้าน สงสารฉันบ้างเถอะสาว.....นั่นเป็นเนื้อเพลงท่อนหนึ่งของบทเพลงที่ชื่อ "ซมซาน" ชาตรี ศรีชลแต่งเอง ร้องเอง พี่ปราณีบอกว่าเป็นบทเพลงที่ชาตรีแต่งให้เป็นที่ระลึก
พี่ปราณีหยิบถุงกร๊อบแกร๊บมาให้ผมดู บอกว่าเป็นของชาตรี ศรีชลที่ติดมาด้วยกับรถสามล้อ ในนั้นมีแปรงสีฟัน ยาสีฟัน รองเท้า 2 คู่ ผมไม่อยากจะแน่ใจว่านั่นคือสมบัติชิ้นสุดท้ายที่ติดตัว ชาตรี ศรีชล ราชาลูกทุ่งผู้โด่งดังในอดีต แต่ผมก็เห็นกับตาว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ....พี่ปราณีให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ชาตรี ศรีชล น่าจะเสียชีวิตระหว่างทาง เพราะเมื่อมาถึงเรือนจำก็ตัวแข็งหมดแล้ว สามีของเธอจึงรีบนำส่งโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์วินิจฉัย ผมตามไปที่โรงพยาบาลอีกรอบ เจ้าหน้าที่บอกว่าญาติมารับศพกลับบ้านไปแล้ว ผมกลับมาถึงโรงพิมพ์ด้วยอาการเศร้าซึม เพราะชาตรี ศรีชลเป็นนักร้องที่ผมชื่นชอบมาตั้งแต่เด็กๆ เริ่มตั้งแต่เพลง ทหารห่วงเมีย สมัครรักสมัครแฟน ธรณีชีวิต ช้ำรักจากเมืองชล และอีกหลายๆเพลงเลยทีเดียว (หลายปีต่อมาผมยังมีโอกาสพูดคุยกับ "พี่วิไล"อยู่ที่บ้านโขด ชลบุรี พูดถึงเพลง สาวผักไห่ "โอกาสหน้าพี่จะมาหาใหม่ ไม่ลืมคนชื่อวิไลบ้านผักไห่อยุธยา....."อีกด้วย) ผมบรรจุข่าวชาตรี ศรีชล เสียชีวิตลงบนกรอบเล็กๆในหน้าในของหนังสือพิมพ์ในวันรุ่งขึ้น แต่อีก 2-3 วันต่อมาหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่หัวสีจากส่วนกลางเกือบทุกฉบับก็พาดหัวตัวเป้งบนหน้าหนึ่ง
พี่ปราณีหยิบถุงกร๊อบแกร๊บมาให้ผมดู บอกว่าเป็นของชาตรี ศรีชลที่ติดมาด้วยกับรถสามล้อ ในนั้นมีแปรงสีฟัน ยาสีฟัน รองเท้า 2 คู่ ผมไม่อยากจะแน่ใจว่านั่นคือสมบัติชิ้นสุดท้ายที่ติดตัว ชาตรี ศรีชล ราชาลูกทุ่งผู้โด่งดังในอดีต แต่ผมก็เห็นกับตาว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ....พี่ปราณีให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ชาตรี ศรีชล น่าจะเสียชีวิตระหว่างทาง เพราะเมื่อมาถึงเรือนจำก็ตัวแข็งหมดแล้ว สามีของเธอจึงรีบนำส่งโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์วินิจฉัย ผมตามไปที่โรงพยาบาลอีกรอบ เจ้าหน้าที่บอกว่าญาติมารับศพกลับบ้านไปแล้ว ผมกลับมาถึงโรงพิมพ์ด้วยอาการเศร้าซึม เพราะชาตรี ศรีชลเป็นนักร้องที่ผมชื่นชอบมาตั้งแต่เด็กๆ เริ่มตั้งแต่เพลง ทหารห่วงเมีย สมัครรักสมัครแฟน ธรณีชีวิต ช้ำรักจากเมืองชล และอีกหลายๆเพลงเลยทีเดียว (หลายปีต่อมาผมยังมีโอกาสพูดคุยกับ "พี่วิไล"อยู่ที่บ้านโขด ชลบุรี พูดถึงเพลง สาวผักไห่ "โอกาสหน้าพี่จะมาหาใหม่ ไม่ลืมคนชื่อวิไลบ้านผักไห่อยุธยา....."อีกด้วย) ผมบรรจุข่าวชาตรี ศรีชล เสียชีวิตลงบนกรอบเล็กๆในหน้าในของหนังสือพิมพ์ในวันรุ่งขึ้น แต่อีก 2-3 วันต่อมาหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่หัวสีจากส่วนกลางเกือบทุกฉบับก็พาดหัวตัวเป้งบนหน้าหนึ่ง
"งานศพชาตรี เงียบเหงา" ซึ่งพิจารณาจากเนื้อข่าวแล้วก็ปรากฎว่ามีเฉพาะญาติสนิทและเพื่อนสนิทจริงๆแถวๆบ้านเท่านั้นที่ไปร่วมงาน ผมคิดถึงสัจจธรรมของชีวิต สมัยรุ่งเรืองชาตรี ศรีชล คงจะมีเพื่อนพ้องบริวารมากมาย แต่เมื่อเดินทางมาถึงจุดตกต่ำก็คงไม่มีใครอยากเหลียวแล ไม่ว่าจะเพราะโชคชะตาฟ้าลิขิต หรือเพราะการกระทำของตัวเอง ชาตรี ศรีชล ก็ยังคงเป็นนักร้องนักแต่งเพลงที่เก่งกาจชนิดหาตัวจับยากคนหนึ่ง แต่กับเรื่องการใช้ชีวิตนั้น.....ผู้ที่ใกล้ชิดกับชาตรี ศรีชลจริงๆน่าจะให้ข้อมูลได้ดีกว่าผม.
ข้อมูลจาก http://board.palungjit.com/