Couple Counseling
เรื่องเล่าครั้งนี้เป็นการต่อยอดมาจาก บันทึกนี้ และเป็นเรื่องเล่าที่ผู้เขียนตั้งใจให้ “มุ่ย” เพื่อนผู้น่ารักมาเล่า เพราะเป็นเรื่องใหม่และคิดว่าน่าที่จะนำมาบอกต่อ เพื่อให้คนอื่นๆที่ทำงานเหมือนมุ่ยได้นำไปพัฒนาต่อยอดในงานที่ทำ
พรรณฤมิตร ชาติตระกูล (ฟ้ามุ่ย)
กับงานวิจัย เรื่อง ความสำเร็จของการให้คำปรึกษาแบบคู่ในสามีภรรยาที่ผลการติดเชื้อเอชไอวีต่างกัน
มุ่ยทำงานเป็นผู้ให้การปรึกษาฝีปากเอกของ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพมานาน ซึ่งคอยให้คำปรึกษาผู้ป่วย /ผู้ติดเชื้อเอดส์ เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่า คนที่มาทำงานด้านนี้ ไม่ได้ทำเพราะคิดว่าหน้าที่ แต่ในส่วนลึกๆนั้นทำมาจากจิตอาสา ที่ต้องการให้คนอื่น ลดทุกข์ ลดความวิตกกังวล และสร้างเสริมกำลังใจให้ลุกขึ้นมาสู้ชีวิตต่อ โดยการรู้จักวางแผนหาแนวทางแก้ไขปัญหาตัวเอง และครอบครัว ในขณะเดียวกันก็ยังต้องสร้างความมั่นใจ และความเข้าใจอันดีเกี่ยวกับโรคเอดส์ให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ติดเชื้อเอดส์ จนมั่นใจว่าโรคนี้ไม่ได้ติดต่อกันง่ายๆอย่างที่เข้าใจ ซึ่งจะเป็นผลให้ผู้ติดเชื้อสามารถอยู่ร่วมกับครอบครัว และสังคมได้อย่างมีความสุข
คลินิกให้การปรึกษาของ รพ. มีผู้รับผิดชอบ 2 คน คือ มุ่ยและพี่แหม่ม ต้องทำงานกันหนักมาก เพราะต้องหมุนเวียนกันรับบทบาทเป็นทั้งผู้ให้คำปรึกษา และเป็นวิทยากรที่ต้องไปให้ความรู้ในที่ต่างๆจนแทบไม่มีเวลาว่าง
แล้ววันดี คืนดี มุ่ยลุกขึ้นมาทำวิจัยเรื่องที่น่าสนใจนี้ โดยบอกว่าถูก พี่ติ๊ก (คุณวิภาพร เตชะสรพัศ) หลอกให้ทำ จนเผลอก้าวเข้ามาหลายก้าวแล้ว จะถอนตัวก็กลัวเสียฟอร์ม จึงจำเป็นต้องเร่งเครื่องเดินหน้าต่อไป แต่ผู้เขียนอยากก็บอกมุ่ยว่า พี่ติ๊ก ลุ้นทั้งตัวและหัวใจ เพราะพี่ติ๊กมักหอบเอาเรื่องนี้ไปทำเป็นการบ้านให้มุ่ยเสมอๆเช่นกัน
กับคำถามที่ว่า...
"ทำไมเลือกทำวิจัยเรื่องนี้"
มุ่ยบอกว่า การให้การปรึกษาแบบรายบุคคล(เดี่ยว) ในหญิงตั้งครรภ์ที่เคยทำมานั้น พบว่า
* เป็นการประเมินพฤติกรรมเสี่ยงโดยฝ่ายหญิง ไม่ได้ ประเมินพฤติกรรมเสี่ยงของฝ่ายชาย ซึ่งโดยทั่วไป อาจมีภาวะเสี่ยงมากกว่าฝ่ายหญิง
* การประเมินพฤติกรรมเสี่ยงฝ่ายเดียว จะไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อผลการตรวจเป็นลบหรือไม่ติดเชื้อ
* ในกรณีมีผลเลือดเป็นลบในฝ่ายหญิง ผลเลือดของฝ่ายชายอาจเป็นบวกได้ซึ่งทำให้เสียโอกาส ในการป้องกันการติดเชื้อของฝ่ายหญิง
* สามีจะมีความคิดว่า ผลเลือดของตน ย่อมเหมือนกับของภรรยา ทำให้ไม่ตัดสินใจตรวจเลือด
* มีปัญหาในการเปิดเผยผลเลือด ซึ่งนำไปสู่ปัญหา การร่วมมือในการดูแลรักษา เช่น การกินยาต้านไวรัส การดูแลป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก(PMTCT)
* จากประสบการณ์ ผู้ให้การปรึกษามักจะวิตกกังวลว่า การให้การปรึกษาแบบคู่ มีความยุ่งยากและมีโอกาสเกิดความรุนแรงในครอบครัวโดยเฉพาะกรณี ฝ่ายหญิงมีผลบวกแต่ฝ่ายชายมีผลลบ
บรรยากาศในห้องที่เล่าเรื่อง
มุ่ยเล่าว่าที่ผ่านมาพบว่าจากรายงานสถิติโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ผู้รับบริการที่มีผลเลือดต่างกันมีมาก ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญที่ทำให้อยากวิจัยเรื่องนี้
ในการทำวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลของการให้การปรึกษาแบบคู่ในคู่สามีภรรยาที่มีผลการติดเชื้อเอชไอวีต่างกัน ในด้าน...
□ ความพึงพอใจในการรับการปรึกษาแบบคู่
1.ความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้ผลเลือดพร้อมกัน
2.ความเชื่อเรื่องผลเลือดเอชไอวีต่างกันก่อนมารับ
บริการตรวจเลือด
3.ความเชื่อขณะทราบว่าผลเลือดเอชไอวีต่างกัน
4.ความรู้สึกครั้งแรกที่ทราบผลเลือดของตนเอง
□ ผลกระทบต่อสัมพันธภาพในครอบครัวเมื่อมีผลเลือดแตกต่าง
1.บรรยากาศในครอบครัว
2.ภาวะการณ์ถูกทอดทิ้ง
3.ความรุนแรงในครอบครัว
□ การมีส่วนร่วมในการดูแลตนเองและครอบครัว
1.ด้านการปรับตัวและการวางแผน
2.ด้านการให้นมบุตร การคุมกำเนิด การรับประทานอาหาร และการออกกำลังกาย
ผลที่ได้จากการศึกษา
จากผลการศึกษาครั้งนี้พบว่าการให้การปรึกษา แบบคู่ (Couple Counseling) มีข้อดีหลายประการ ได้แก่
* ศักยภาพของความเป็นคู่ช่วยให้มีการยอมรับผลเลือด
* ช่วยลดปัญหาผลกระทบด้านสัมพันธภาพในครอบครัวเมื่อพบว่ามีผลเลือดต่างกัน
* มีการตัดสินใจวางแผนชีวิต ดูแลตนเองและครอบครัวร่วมกันได้ดีกว่าการตัดสินใจเพียงฝ่ายเดียว
* ทั้งคู่พึงพอใจต่อการรับการปรึกษาแบบคู่
* สิ่งที่ผู้ให้การปรึกษาวิตกกังวลในการให้การปรึกษาแบบคู่ เช่น ปฎิกริยาการยอมรับผลเลือดของแต่ละฝ่าย การทอดทิ้ง ความรุนแรงในครอบครัว พบว่ามีโอกาสเกิดขึ้นน้อย
ทพ.สมศักดิ์ เลิศจีระจรัส
เลขา กพว.ของศูนย์อนามัยที่ 10
ขอบคุณมุ่ยที่นำเรื่องดีๆมาบอกต่อ
ข้างล่างเป็นภาพแห่งความภูมิใจของเพื่อน
ที่ได้รับรางวัลในการนำเสนอในเวทีตลาดนัดตวามรู้
เมื่อวันที่ 28 กรกฏาคม 2553 ที่ผ่านมา





สิ่งที่พบคือ สามีที่พบว่าตัวเองติดเชื้อ ไม่ต้องการบอกให้ภรรยาและญาติคนอื่นๆ รับทราบ
และจะขอบอกเองเมื่อคิดว่าตนเองมีความพร้อม
เราต้องยอมรับในการตัดสินใจของเขา ใช่ไหมค่ะ
พอดีว่า case นี้ขอกลับไปรับยาและรักษาที่ ร.พ. ใกล้บ้าน (Firse Dx) เลยไม่ได้มีข้อมูลต่อเนื่อง
ยอมรับเลยว่า การเป็นผู้ให้คำปรึกษา ต้องใช้ความสามารถส่วนบุคคล
กระติกไม่มีความสามารถแบบนี้ค่ะ
ซูฮก พี่มุ่ย ด้วยคน
หวัดดีวันฝนตกค่ะ พี่เขี้ยว
คนที่ทำงานด้านนี้ต้องขอบอกเลยว่ายอดเยี่ยมเพราะต้องใช้ทั้งความอดทนและความตั้งใจจริง....ยกนิ้วโป้งให้ค่ะ
ครอบครัว เป็นอะไรที่พูดยากมาก คนในเท่านั้นที่จะรู้ดีกว่าใครเพื่อน ถ้าเขามีความเข้าใจกันและยอมที่จะไม่มีความลับ การทำงานของเจ้าหน้าที่ก็จะง่ายและราบรื่น พร้อมทั้งให้คำแนะนำและแก้ปัญหาได้ตรงจุด
เอาใจช่วยคนที่ทำงานทางนี้เน้อเจ้า....
สวัสดีเจ้าปี้เขี้ยวมาเยี่ยมทักทาย วันนี้บ่ายฝนตกมา ก็ยังดีที่ตกเอาสายๆ ทำให้ตากผ้าแห้งแล้วค่ะ มาเรียนรู้การทำวิจัยกับครอบครัวที่ติดเชื้อค่ะ ได้เห็นการทำแบบสอบถามที่นำไปปรับใช้ในการทำวิจัยด้านอื่นๆได้นะคะ ขอบคุณที่แบ่งปันค่ะ
เรียนท่านมนัญญาที่นับถือ
สวัสดีค่ะพี่เขี้ยว นานๆ มากมายที่ไม่ได้ทายทัก หากยังระลึกถึงเสมอ ขอบคุณเรื่องเล่าดีๆ ส่งกำลังใจคนทำงานจิตอาสาทุกท่านค่ะ
ขอบคุณน้องกระติกสำหรับความคิดเห็น
และขออภัยที่มาตอบช้า
เพราะไปเข้าค่ายไร้พุงมา
ยิ๋นดีจั๊ดนักเจ้า
ขอบคุณเจ้า
ช่วงนี้บ้านเราฝนตกนัก
ระวังจะเลี้ยงพุงเน้อ
ขอบคุณน้องยาย
ขออภัยที่มาทักทายช้า
ติดภารกิจค่ะ
ยิ๋นดีจั๊ดนักเจ้า
ขอบคุณจั๊ดนักอาจ๋านเจ้า
แฮ๋ม บ่เมิน เฮาได้ไปร่วมงานกับน้องโป่งเน้อเจ้า
ขอบคุณน้องปู
ดิดเติงหาอยู่เจ้า
แต่ช่วงนี้ไปเข้าค่ายไร้พุงมา
ยังบ่หายอิดเจ้า