7.

Pดอกรัก ดอนตรอ
เมื่อ พ. 18 ส.ค. 2553 @ 21:00
#2139754 [ ลบ ]

สวัสดีครูอิง...ขอเพลง"บัวหลวง" ของชาตรี ศรีชล หน่อยครับ ....

         ************************************

(หากไม่มีเสียงเพลง ให้คลิ๊กปุ่ม play ที่ เครื่อง mp 3 นะคะ) 

(ภาพจาก http://www.oknation.net/blog/countryman/2009/03/24/entry-1)

      ชาตรี  ศรีชล   ชื่อจริง  สมบุญ  ลีเส็ง  เกิดเมื่อ ๑๗ ก.พ.๒๔๙๒  ที่บ้านเลขที่ ๑๔ หมู่ ๑๐  ตำบลทุ่งขวาง  อำเภอพนัสนิคม  จังหวัดชลบุรี  คุณพ่อชื่อ เผือก  คุณแม่ ชื่อ สอน  ลีเส็ง  เป็นบุตรคนที่  ๕  ในจำนวนพี่น้อง  ๘  คน  จบการศึกษาชั้นมัธยมปีที่  ๓ ที่โรงเรียนชลราษฎร์อำรุง  จังหวัดชลบุรี
      ชีวิตในวัยเด็ก    ต้องต่อสู้กับปัญหาชีวิตมาตั้งแต่อายุ  ๗ ขวบ  เนื่องจากพ่อแม่ต้องแยกทางกัน  ตัวเขาเองต้องอาศัยหลวงพ่ออยู่ที่วัดใหม่ท่าโพธิ์  เข้าสู่วงการเพลง  จากการชักนำของ พนม  นพพร เนื่องจากเป็นคนบ้านเดียวกัน  พนม นพพร พาไปฝากไว้กับ  ครูสำเนียง  ม่วงทอง  แห่งวงดนตรี “รวมดาวกระจาย”  เขาฝึกแต่งเพลงเป็นเมื่ออยู่กับครูสำเนียงนี้เอง  เพลงแรกที่แต่งชื่อเพลง “วอนรัก”  ต่อมาได้ย้ายไปอยู่ร่วมวงกับ คุณปรีชา  จิตตะรัตน์   ในนามวง  “๑๘๑ ขวัญใจประชาชน” และ คุณปรีชา  จิตตะรัตน์ นี้เองเป็นผู้ตั้งชื่อให้ว่า  “ชาตรี  ศรีชล”  อยู่กับวงนี้ได้ไม่นานก็ลาออกมาตั้งวงใหม่กับเพื่อน  ชื่อวงว่า  “ศิษย์ปู่วิง”   แต่ตั้งอยู่ได้ไม่นานก็ล้มเลิกวงกลับไปอยู่บ้านที่ชลบุรี  เมื่อกลับไปอยู่บ้าน ขณะนั้นอายุ ๑๗ ปีได้พบรักครั้งแรกกับลูกสาวชาวประมง  แต่งงานอยู่กินกันมีลูก ๒ คน ชื่อ สมศักดิ์ และ จิตรี  ศรีชล  แต่หลังจากนั้นก็แยกทางกับครอบครัว
      กลับเข้าวงการอีกครั้งเมื่ออายุ  ๑๙ ปี  ด้วยการสมัครเข้าอยู่กับวงดนตรี  ศรีนวล สมบัติเจริญ  เมื่อราวปลายปี พ.ศ. ๒๕๑๑  และที่นี้เองเขาได้ร้องเพลงบันทึกเสียงเพลงครั้งแรกในชีวิตการเป็นนักร้องมี ๔ เพลงด้วยกัน เพลงแรกคือ “บัวหลวง”  เพลงต่อมา “สมัครรักสมัครแฟน”  “ช้ำรักจากเมืองชล”  และ “รอไม่ไหว”  ทั้ง ๔ เพลง เขาเป็นผู้แต่งเอง เพลงแรกไม่คอยดัง แต่เพลงที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ ดังระเบิด  ขณะอยู่กับวงดนตรีศรีนวล   เขาแต่งเพลงไว้มากมาย   ทั้งร้องเอง และให้ศรีนวล  ตลอดถึงนักร้องในวงร้อง ทุกเพลงล้วนแต่เป็นเพลงดังเกือบทั้งนั้น  ไม่ว่าจะเป็นเพลง  แฟนมีแฟนใหม่  รักเก่าเขาลืม  เมาเหล้าเมารัก   ที่เขาร้องเอง,  รักหน่อย, บูชายันต์ ให้ศรีนวล ร้อง, อยากกินรัก, หมดลมหมดเรื่อง,ใจจะขาด ให้กังวานไพร  ลูกเพชร ร้อง ริมโขงหนองคาย, อุตรดิตถ์ ให้ ศรีไพร  ลูกราชบุรี  ร้อง  และอีกมากมาย  อยู่กับวงศรีนวลได้ประมาณ  ๒ ปี  ก็ลาออกมาตั้งวงเองร่วมกับแฟนสาว  คือคุณปรานี  ศรีชล   
      นับตั้งแต่ปี ๒๕๑๒ จนถึงต้นปี ๒๕๑๔  เป็นช่วงที่เขาโด่งดังสุดขีด เพลงทุกเพลงที่เขาร้องฮิตติดอันดับ  ไม่ว่าจะเป็นเพลงสมัครรักสมัครแฟน, ช้ำรักจากเมืองชล, เมาเหล้าเมารัก, ทหารห่วงเมีย, แฟนมีแฟนใหม่ ฯลฯ และยิ่งได้เพลงชุดทำนองอินเดีย จากภาพยนต์เรื่อง   “มนต์เสียงเพลง”  ที่ครูพงษ์ศักดิ์  จันทรุกขา ประพันธ์ให้   เช่นเพลง โฉมนาง ,  มนต์เสียงเพลง, ธรณีชีวิต, และอีกหลายต่อหลายเพลง  ยิ่งทำให้ชื่อเสียงของเขาโด่งดังไปทั่วทุกหลังคาบ้าน ชื่อ “ชาตรี  ศรีชล”  จึงครองใจแฟนเพลงตั้งแต่บัดนั้นจนบัดนี้
       แต่จังหวะชีวิตของเขาต้องสะดุจลง  เมื่อปี ๒๕๑๓  อายุเขาครบเกณฑ์ทหารพอดี  เขาถูกเกณฑ์ทหาร  แต่ไม่ได้ไปรายงานตัวเข้ากองประจำการ  เนื่องจากเป็นช่วงที่เขากำลังมีชื่อเสียง  งานด้านดนตรีล้นมือ  ต้องเดินสายไปแสดงดนตรีทั่วทุกภาค  และอีกอย่างเขาตั้งใจไว้ว่า  อยากจะบันทึกเพลงตุนเอาไว้ให้มาก ๆ  เมื่อเข้าเป็นทหารแล้ว เพลงของเขาจะได้ออกสู่ท้องตลาดให้แฟนเพลงได้ฟังอย่างต่อเนื่อง  และเขาตั้งใจไว้ว่า  สิ้นสงกรานต์ปี ๒๕๑๔  เขาจะต้องกราบลาแฟนเพลงเพื่อไปรายงานตัวเข้ากรมเสียที
       แต่ในวันที่ ๓ เม.ย.๒๕๑๔    เขาได้นำวงดนตรีไปทำการแสดงที่จังหวัดระยอง ในขณะที่เขาออกร้องเพลงหน้าเวทีได้เพียง ๕ เพลง  มี หลังคาแดง, สมัครรักสมัครแฟน, ธรณีชีวิต, โฉมนาง, กล่อมหอ  เจ้าหน้าที่ตำรวจและสารวัตรทหาร  จำนวน ๔ นาย   ก็ได้ขึ้นไปบนเวที และจับกุมตัวเขาไปทันที  ในข้อหา “หนีทหาร”  ในขณะนั้นเกิดปฏิกิริยากับคนดูเป็นอย่างมาก  แฟนเพลงโห่ร้องไม่พอใจ ที่เจ้าหน้าที่กระทำอย่างไม่ให้เกียรติ  ทุกคนมีความเห็นว่า น่าจะให้ชาตรีทำการแสดงจบเสียก่อน แล้วค่อยจับกุม  เพราะคดีหนีทหาร ไม่ได้เป็นคดีอุกฉกรรจ์ร้ายแรง ไม่ได้เป็นนักโทษฆ่าคนตายถึงกับต้องจับกุมตัวกันบนเวที
       เจ้าหนาที่นำตัวชาตรี  ศรีชล ไปคุมขังไว้ที่  สน.สส.สัตหีบ ชลบุรี  ศาลตัดสินจำคุก ๒ ปี  แต่ได้รับการลดหย่อนลงมาเหลือปีเศษ ๆ และเมื่อพ้นโทษออกมาแล้ว จะต้องรับใช้ชาติโดยการเป็นทหารอีก ๒  ปี รวมชาตรีจะต้องจากแฟนเพลงไปร่วม ๓ ปี  แต่ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันรัชดาภิเษก  ในปี ๒๕๑๔   เขาจึงได้รับอภัยโทษ จึงติดคุกอยู่เพียง  ๓  เดือน  กับ ๑๒  วันเท่านั้น  เขาพ้นโทษเมื่อ ๑๖ ก.ค.๒๕๑๔  ซึ่งขณะนั้นอายุย่างเข้า ๒๓ ปี  และเขายังโชคดีไม่ต้องกลับไปรับใช้ชาติด้วยการเป็นทหารต่ออีก ๒ ปี เนื่องจากทางการทหารปลดเขาออกจากประจำการ  
       เมื่อพ้นโทษเขารวบรวมนักร้องตั้งวงขึ้นมาใหม่อีกครั้ง  โดยมีสำนักงานอยู่ที่  ๑๖๑/๒๐ ซอยบุปผาสวรรค์ จรัลสนิทสงศ์ บางกอกน้อย ธนบุรี รับงานแสดงทั่วไป เพลงที่ออกมาช่วงนี้และได้รับการต้อนรับจากแฟนเพลง  เช่นเพลง  วอนแฟนเพลงฯลฯ  ใน ขณะที่เขาอยู่ในคุก ได้แต่งเพลงชุดตะรางไว้หลายเพลง  แต่ที่นำมาบันทึกเสียงในช่วงตั้งวงใหม่นี้  ๔ เพลง  มี เพลงตะราง, โกรธกัน, เยี่ยมคนในคุก, ลำบากใจ   ทั้ง ๔ เพลงนี้ เรียกว่าชุด “ตะราง”  เขาบอกว่า แต่งไว้เป็นอนุสรณ์ว่าเราเลิกความชั่วได้เพราะเข้าตะราง
       ก่อนที่เขาจะติดคุก เคยให้สัมภาษณ์ไว้ในนิตยสาร “โลกดารา” ฉบับที่ ๓๐ เม.ย.๑๔ สัมภาษณ์โดย สมชาย  ทองขาว  เขายอมรับว่า เสพเครื่องมึนเมาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น เหล้า เบียร์ กัญชา  เขาเคยตั้งใจว่า เมื่อเข้ารายงานตัวเป็นทหารรับใช้ชาติ
๒ ปี ชีวิตการเป็นทหารคงจะทำให้เขาเป็นคนดี เลิกละจากอบายมุขเหล่านี้ได้  แต่ติดคุกเสียก่อน
       เมื่อพ้นโทษออกมาไม่นาน เขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลมิชชั่น เนื่องจากเส้นโลหิตในสมองแตก แต่แพทย์ก็สามารถช่วยชีวิตเอาไว้ได้ เพราะนำส่งโรงพยาบาลได้ทันท่วงที  เมื่อเขาหายป่วยแล้ว  ก็นำวงออกทำการแสดงทั่วไป ประสบความสำเร็จบ้าง ขาดทุนบ้าง  ช่วงหลังเริ่มลุ่ม ๆ ดอน ๆ เนื่องจากต้องเข้าออกโรงพบาลบ่อยครั้ง  จนในที่สุดต้องล้มเลิกวง  ในบั้นปลายชีวิตเขาต้องแยกทางกันอยู่กับภรรยา คือคุณปรานี  ศรีชล  และลูก ๆ อันเป็นสุดที่รัก 
       ครั้นเมื่อ  ๑๖  พ.ค. ๒๕๓๒     เขาไม่อาจต้านทานกับโรคภัยไข้เจ็บ  ที่โถมกระหน่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับชีวิตของเขา  ในที่สุด  ชาตรี  ศรีชล   นักร้องนักแต่งเพลงลูกทุ่งผู้มากล้นไปด้วยความสามารถ   ก็จากพวกเราไปด้วยความสงบ   จากไปท่ามกลางความเสียใจและความโล่งใจของมิตรรักแฟนเพลง   ที่เห็นเขาพ้นจากความทุกข์ทรมานจากการที่ถูกโรคภัยเบียดเบียนมาเกือบครึ่งชีวิต  สุขสงบชั่วนิรันดร์เถิด  ชาตรี ศรีชล 
      ชาตรี  ศรีชล  มีบุตรกับคุณปรานี  ศรีชล  ๓  คน  คือ ทนง, วงศ์ฟ้า  และ อ้อมใจ  

ข้อมูลจาก http://www.baanbaimai.com/forum/index.php?topic=6906.0