"การคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking)"

การคิดเชิงวิพากษ์ หมายถึง ความตั้งใจพิจารณาตัดสินเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยไม่เห็นคล้อยตามข้อเสนอ ไม่ด่วนสรุปการเห็นคล้อยตาม เป็นการตั้งคำถามท้าทายหรือโต้แย้งสมมุติฐานที่อยู่เบื้องหลัง พยายามเปิดกว้างทางความคิดออกสู่ความแตกต่างในด้านต่าง ๆ มากขึ้นให้ได้ประโยชน์มากกว่าเดิม

หลักการคิดเชิงวิพากษ์ ได้แก่...

1. ให้สงสัยไว้ก่อน.....อย่ารีบเชื่อ

2. เผื่อใจไว้......อาจจะจริงหรืออาจจะไม่จริงก็ได้

3. เป็นพยานฝ่ายมาร.....ตั้งคำถามซักค้าน

สรุป : การคิดเชิงวิพากษ์จะเห็นกันมากในมหาวิทยาลัย เช่น การวิพากษ์เรื่องหลักสูตร การวิพากษ์เรื่องการทำวิทยานิพนธ์ อาจหมายรวมถึงการประชุมที่มีการถกปัญหาเรื่องต่าง ๆ ที่ในที่ประชุมจะต้องมีการพิจารณาร่วมกันเพื่อให้ได้ผลสรุปร่วมกัน เนื่องจากจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ถกปัญหากันด้วยเหตุด้วยผล ผลสรุปก็จบด้วยการฟังเหตุผล

การคิดเชิงวิพากษ์ จะคล้ายกับหลักวิชาเรขาคณิตในสมัยก่อน ซึ่งตั้งสมมติฐานไว้ แล้วมีการพิสูจน์ให้ได้ผลเป็นไปตามที่ตั้งไว้ (ซ.ต.พ. = ซึ่งต้องพิสูจน์)... หรืองานวิจัยในปัจจุบันนั่นเอง...แต่งานวิจัยจะเป็นรูปธรรมมากกว่า คือ เป็นไปตามระบบ มีขั้นตอน กระบวนการและมีการเสนอแนะ นำไปใช้ประโยชน์...ซึ่งกว้างกว่า การคิดเชิงวิพากษ์...

...หากทุกคนรู้จักวิธีการคิดและรู้จักพัฒนาความคิดทั้ง 10 มิติ ก็จะเป็นประโยชน์และเป็นพื้นฐานสำหรับผู้บริหารและผู้นำไปปฏิบัติให้รู้จักคิด รู้จักไตร่ตรอง หาวิธีการแก้ปัญหาที่เหมาะสมหรือรู้จักการดำเนินชีวิตอย่างมีกลยุทธ์ ทำให้ไม่เผชิญสถานการณ์แบบหนัก ๆ ...อาจหมายความถึง การเตรียมตัว การปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้...เรียกว่า "การพร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลง"...