นปส.55 (19): ลีลาชีวิต


สังคมปัจจุบันที่เป็นสังคมฐานความรู้ที่อบอวลไปด้วยแหล่งข้อมูลข่าวสารที่เข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว จนเราไม่สามารถเข้าถึงได้หมด ทำให้เราทุกคนต้องเลือกสรรข้อมูลข่าวสารที่เหมาะสมที่สุดมาใช้งานตามดุลยพินิจของเรา ยุคนี้คนหลายคนจึงตกอยู่ในสภาพสำลักข้อมูล ไม่รู้อันไหนจริงอันไหนเท็จ รวมไปทั้งข้อมูลข่าวสารทางด้านสุขภาพด้วย

ช่วงปลายสัปดาห์ที่ 6เป็นโปรแกรมพิเศษนอกสถานที่ที่พวกเราต้องเข้ากิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์เสริมสร้างสุขภาพนักปกครองที่ศูนย์ส่งเสริมคุณภาพชีวิตมิชชั่นอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี

วันพุธที่ 26 พฤษภาคม 2553 กลุ่ม กป. 8ทำหน้าที่ปลุกยามเช้าในเวลาตีห้าครึ่งด้วยเสียงเพลงและเสียงพูดเช่นเคยแต่ไม่ต้องออกกำลังกาย ให้รีบแต่งเนื้อแต่งตัวจัดกระเป๋ารีบรับประทานอาหารเช้าแล้วขึ้นรถบัสออกเดินทางเวลาหกโมงครึ่งแต่ก็มีหลายคนที่อยู่ในเส้นทางกลับบ้านก็ขับรถไปกันเอง รวมทั้งผมด้วยผม พี่เวงและพี่อึ่ง ขับรถไปด้วยกันโดยผมทำหน้าที่โชว์เฟอร์ออกจากวิทยาลัยราว 7 โมงเช้าไปตามเส้นทางมอเตอร์เวย์จนเข้าสู่จังหวัดสระบุรีแล้วแวะไปซื้อของใช้ของกินกันที่บิ๊กซีสระบุรี

ราว 11 โมงเช้า ก็เดินทางถึงศูนย์ส่งเสริมสุขภาพมิชชั่นเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าเข้าที่พัก เป็นแบบห้องพักรวม 4 เตียงห้องใหญ่พอควร แต่มีห้องน้ำแค่ห้องเดียว ผมพักกับพี่เวง พี่เล็ก(รูมเมทเดิมที่วิทยาลัยมหาดไทย) และพี่โย่ง (พิชัย)ตอนเที่ยงวันก็รับประทานอาหารกลางวันโดยทางศูนย์แจ้งให้ทราบว่าทุกมื้อที่อยุ่ที่ศูนย์จะเป็นอาหารมังสวิรัติ ไม่มีเนื้อสัตว์เลยแต่ผมทานแล้วก็รู้สึกว่าอาหารก็อร่อยดีหลายอย่างเขาก็ทำให้ดูคล้ายๆกับเนื้อสัตว์ประเภทต่างๆแต่หลายคนก็ไม่ชินกับอาหารมังสวิรัติเลย

บ่ายโมงครึ่งเข้าสู่โปรแกรมแรกในห้องประชุมรวมเป็นการบรรยายความรู้“สุขภาพองค์รวมรากฐานของความสุข”โดยอาจารย์เปี่ยมบุญ เจริญรัตน์ซึ่งเป็นพยาบาลผู้ทำหน้าที่วิทยากรของศูนย์ซึ่งเนื้อหาความรู้จะบูรณาการหลักการเพื่อสุขภาพทั้งแพทย์แผนปัจจุบันความรู้ทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ทางเลือก โดยเน้นคำว่า“สุขภาพ” ที่องค์การอนามัยโลกให้หมายถึง ภาวะที่เป็นสุข(สุขภาวะ) ทั้งร่างกาย สังคม จิตใจและจิตวิญญาณมิใช่แค่เพียงการปราศจากโรคภัยไข้เจ็บหรือความพิการเท่านั้น

อาจารย์พูดถึงเรื่อง “พลังชีวิต” หรือ Vitalforceที่เป็นพลังขับเคลื่อนให้เกิดความสมดุลในเซลล์และประสานกันตลอดเวลาสิ่งที่เพิ่มพลังชีวิตได้แก่ การออกกำลังกายแบบแอดรบิกการอยู่ในที่อากาศถ่ายเทสะดวก การฝึกการหายใจเข้า-ออกการทำให้ทางเดินไหลเวียนเลือดสะดวกการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและอารมณ์แจ่มใสเบิกบานไม่เครียดส่วนสิ่งที่ลดทอนพลังชีวิตได้แก่สิ่งที่ตรงข้ามกันการดื่มกาแฟหรือเหล้า เคมีบำบัดหรือการทานยาบางอย่างเป็นประจำ

เคล็ดลับ 8ประการในการเริ่มต้นดูแลตัวเองให้มีสุขภาพองค์รวมอย่างมีความสุขคือNEWSTART ประกอบด้วยอาหาร (Nutrition) ออกกำลังกาย(Exercise) น้ำ (Water) แสงแดด (Sunlight) การรู้จักประมาณตน(Temperance) อากาศ (Air) การพักผ่อน (Rest) การไว้วางใจ (Trust)มีการแนะนำประกอบเช่นการกินข้าวกล้องงอก ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระมีใยอาหารสูงกินอาหารสมุนไพรพื้นบ้านที่เป็นสารต้านมะเร็งและต้านอนุมูลอิสระการกินกากใยอาหารที่ช่วยการขับถ่าย ลดมะเร็งลำไส้ ลดโคเลสเตอรอลเป็นสารต้านมะเร็ง ช่วยจับสารต่างๆที่เป็นพิษ เป็นต้นและแนะนำอาหารที่อาจเพิ่มอันตรายแก่ร่างกาย เช่น กะทิ น้ำมันปาล์ม ไข่ไขมันสัตว์ หนังปลา หนังไก่ ท้องปลา/ไข่ปลา อาหารหมักต่างๆ ผงชูรสไขมันชนิดทรานส์ (อิ่มตัว) เป็นต้น

อาจารย์แนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับความอ้วนว่ามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมที่ทำให้อ้วนหลายประการ เช่น งดอาหารเช้ากินใกล้เวลานอน ทานจุบจิบ ดื่มน้ำน้อย ทานเร็ว ทานผักผลไม้น้อยกินไปทำกิจกรรมอื่นไป เอกเขนกกิน กินหวาน กินมันหรืองดอาหารเพื่อลดความอ้วน

การดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 5แก้วก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ มะเร็งลำไส้ใหญ่มะเร็งเต้านม มะเร็งกระเพาะอาหาร ช่วยลดความเหนื่อยเพลียช่วยให้สมองดีมีสมาธิ การรู้จักประมาณตน ลดขยะในใจ (อารมณ์ร้ายโกรธ/เกลียด อิจฉา นินทา เห็นแก่ตัว ไม่ให้อภัย ใหร้ายผู้อื่น)การพักผ่อน การผ่อนคลายเป็นขั้นแรกนำไปสู่สุขภาพการนอนหลับคือการพักผ่อนที่ดีที่สุด รับความเครียดได้ดี “เร็วไม่ว่าแต่ช้าให้เป็น” การช้าให้เป็นในการเคี้ยวอาหาร พักผ่อน หายใจลึกๆออกกำลังกาย และอาจารย์ทิ้ง้ทายไว้ด้วย ประโยคที่ว่า“ชีวิตคือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดสำหรับตัวท่านเองและผู้ที่ท่านรัก(There is no wealth but life)”

สี่โมงเย็น เป็นการชมสาธิตการปรุงอาหารเพื่อสุขภาพ โดยอาจารย์พนิดาฤทธิไตรภพ มีอาหารเพื่อสุขภาพหลายอย่างที่สาธิตให้ชมแต่ผมไม่ค่อยรู้เรื่องนักและสนใจน้อยเพราะผมไม่สันทัดและไม่ค่อยชองการปรุงอาหารชอบกินมากกว่าชอบทำเอง

ช่วงเย็นเป็นกิจกรรมออกกำลังกายโดยการว่ายน้ำและพวกเรารวมกลุ่มกันเล่นโปโลน้ำกันอย่างสนุกสนานเสร็จแล้วก็แช่น้ำอุ่นกันต่อ มีบางคนออกไปเดินออกกำลังกายหลังจากนั้นก็พักผ่อนและทานอาหารเย็นราว 6 โมงเย็นจนถึงหนึ่งทุ่มก็มีกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ โดยอาจารย์ ดร. กรกวี บุญยังซึ่งอาจารย์ช่วยทำให้บรรยากาศสนุกสนานเป็นกันเองมากขึ้นมีเกมส์และการร้องเพลงสนุกๆจนสองทุ่มครึ่งก็ยแยกย้ายกันพักผ่อนตามอัธยาศัย

ก่อนนอนพี่เวงมีอาการเหนื่อย หายใจเหนื่อยๆผมจับชีพจรดูเต้นไม่สม่ำเสมอจึงให้เจ้าหน้าที่ศูนย์ฯพาไปที่โรงพยาบาลมวกเหล็กเพื่อตรวจคลื่นหัวใจให้สบายใจขึ้นมีผมกับพี่เล็ก (นายอำเภอธีระชัย)ไปด้วยได้รับการต้อนรับดูแลจากแพทย์และเจ้าหน้าที่ห้องฉุกเฉินดีมากท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลเป็นหมอผู้หญิงอยู่เวรทำการรักษาพอดีและเป็นคุณหมอที่มีอัธยาศัยดีมากผลการตรวจก็ปกติดีน่าจะเหนื่อยจากการว่ายน้ำและเล่นโปโลน้ำกันมากไปหน่อยกลับมาก็พักผ่อนได้ ได้ข้อเตือนใจว่า “ออกกำลังกายถ้าทำมากเกินไปเราจะช้ำ ถ้าทำน้อยเกินไปเราจะเฉา

วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤษภาคม 2553 ตื่นเช้าหกโมงเช้ารับอรุณ อุ่นร่างกายมีการออกำลังกายตอนเช้าและพาเดินออกกำลังกายไปชมวิทยาลัยมิชชั่นที่อยู่ใกล้ๆกันเป็นวิทยาลัยที่สวยงาม บรรยากาศดีมากๆกลับมาทานอาหารเช้าตอนเจ็ดโมงเช้าเป็นอาหารมังสวิรัติเพื่อสุขภาพเช่นเคย เวลา 8.30 น.เป็นกิจกรรมเริ่มวันใหม่ด้วยจิตใจแจ่มใส มีการร้องเพลงยืดเส้นยืดสายเตรียมความพร้อมเข้าสู่บทเรียน

9.00 น. ตามโปรแกรมเป็นหัวข้อ“สายกลางเพื่อชีวิตและสุขภาพ”บรรยาโดยศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เสกอักษรานุเคราะห์ ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูสภากาชาดไทย แต่อาจารย์ติดภารกิจจึงได้มอบหมายให้อาจารย์หมออีกท่านหนึ่งมาแทนแต่เนื้อหาที่บรรยายก็อิงเอกสารที่อาจารย์เสกให้มาผมว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากในการดำเนินชีวิตแบบสายกลางเพื่อสุขภาพของตัวเราเองทางสายกลางในทางการแพทย์คือความพอดีหรือความพอเหมาะความพอดีหรือความพอเหมาะทางด้านสุขภาพหมายถึงสุขภาพที่อยู่ในสมดุล

สมดุลของร่างกาย ดูได้จากค่าดัชนีมวลกาย (Body mass index:BMI)เป็นตัวเลขเปรียบเทียบในทางการแพทย์ที่ยึดถือน้ำหนักตัวมาตรฐานเมื่อเทียบกับความสูงของร่างกายหรือBMI= สมดุลร่างกาย =น้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัมหารด้วยความสูงเป็นเมตรยกกำลังสองโดยค่าสมดุลอยู่ที่ ชาย 20-24 และหญิง 19-23และเราอาจเพิ่มการวัดรอบเอวด้วยก็ได้ ผู้ชายควรจะน้อยกว่า 90 ซม.ผู้หญิงควรน้อยกว่า 80 ซม.

ถ้า BMI<20 แสดงว่า ความสมบูรณ์น้อยไป (ผอม)

ถ้า BMI>20 แสดงว่า ความสมบูรณ์มากไป (อ้วน)

ถ้า BMI>30 แสดงว่า เป็นโรคอ้วนจำเป็นต้องรับการรักษา

สายกลางเพื่อสุขภาพ ทำได้ 2 ทางคือ สายกลางในการรับประทานอาหาร(Input) และสายกลางในการออกกำลังกาย (Output)

สายกลางในการกิน ทำได้ง่ายๆโดยดุจากพระสงฆ์ ฉันแค่สองมื้อคนเราทานสองมื้อก็พอ ถ้ามีมื้อที่สามพลังงานมักจะเหลือแล้วก็ถูกนำไปสะสมในรูปแบบต่างๆทำให้อ้วนและมีการสะสมไขมันในหลอดเลือดจนเกิดการอุดตันเกิดโรคต่างๆได้การกินมื้อเย็นเป็นเรื่องที่ต้องเอาชนะใจตัวเองอย่างมากใครทำได้จะเป็นการตัดกิเลส สุขภาพดี อายุยืน มีสมาธิมีความมุ่งมั่นสูง เกิดประโยชน์ทั้งกายและจิตใจมีผลพลอยได้ให้อวัยวะต่างๆเสื่อมช้าลงเป็นการชะลอความแก่ได้โดยอัตโนมัติและไม่กินมื้อเย็นทำให้ตับได้มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น

วิธีการลดมื้อเย็น ต้องค่อยเป็นค่อยไปโดยลดปริมาณอาหารที่กินลงทีละน้อยๆจากสองจานเป็นหนึ่งจานในสามสี่เดือน แล้วลดลงเหลือครึ่งจาน ไม่กินข้าวเลยกินแต่กับ สุดท้ายกินผลไม้ประมาณสองปีจะลดมื้อเย็นได้และมีข้อแม้ว่าหลังอาหารเย็นแล้วห้ามทานอะไรเลยยกเว้นน้ำเปล่าอย่างเดียวและร่นเวลาทานอาหารเย็นให้เร็วขึ้น ร่านจากสองทุ่ม หนึ่งทุ่มหกโมงเย็น บ่ายสาม บ่ายสอง จนถึงเที่ยงหรืออาจารย์เสกแนะนำอีกว่าถ้ากินอาหารมังสวิรัติในมื้อเย็นจะได้ผลพอๆกับกินข้าวบ่ายสามโมงเย็น

ผลของการไม่ทานมื้อเย็น ช่วยให้ร่างกายสมดุลได้ช่วยป้องกันโรคหลายโรค เช่น ความดัน เบาหวาน อ้วน หัวใจ อัมพาต ฯลฯและจะทำให้เราต้องรีบตื่นตีห้ามาออกกำลังกายเพราะความหิวมีเวลากลางวันยาวนานกว่าคนอื่น และทานอาหารเช้าได้มาก มีพลังงานมากสดชื่นทำงานได้มากวิธีนี้ไม่ทำให้อดอยากปากแห้งเพราะอยากทานอะไรที่ชอบก็ให้ทานมื้อเช้าเท่านั้นแล้วการงดอาหารเย็นไม่ทำให้เป็นโรคกระเพาะอาหารถ้าลดลงอย่างช้าๆจนกระเพาะอาหารเคยชินจนถึงเวลาเย็นก็จะไม่มีน้ำย่อยหลั่งออกมาเลย

ส่วนการออกกำลังกายสายกลางต้องออกกำลังกายที่ไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไปประโยชน์ที่จะได้รับจากการออกกำลังกายมีมากพอควรแต่โทษที่จะได้รับควรน้อยที่สุดจึงต้องเลือกวิธีการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับแต่ละคนการจะดูว่าสุขภาพของเราแข็งแรงหรือไม่ สำหรับชายวัยหนุ่มชีพจรควรอยู่ระหว่าง 60-70 ครั้งต่อนาที หญิงวัยสาวชีพจรควรอยู่ระหว่าง 65-70 ครั้งต่อนาที ในผู้สูงอายุ ชายไม่ควรเกิน75 ครั้งต่อนาที หญิงไม่ควรเกิน 80 ครั้งต่อนาที"ชีพจรขณะพักยิ่งต่ำเท่าไหร่ ก็ยิ่งฟิตเท่านั้น"

การออกกำลังกายแบบแอโรบิกคือการออกกำลังกายที่ต้องใช้อ๊อกซิเจนในการสร้างพลังงานหรือน้ำมันคน(ATP) โดยถ้าต้องการออกกำลังกายแบบแอโรบิกควรออกกำลังกายโดยใช้แรงไม่เกิน 60 %จึงจะเป็นการอกกำลังกายแบบแอโรบิกทั้งหมดการออกกำลังกายแบบแอโรบิกควรออกกำลังกายไม่น้อยกว่า 20 นาทีแต่ถ้าจะให้ดีควรทำหัวใจเต้นเร็วที่สุด 10 นาทีโดยจะต้องใช้เวลาออกกำลังกายไม่น้อยกว่า 30 นาทีซึ่งจะมีผลช่วยลดน้ำตาลในเลือด ไขมันในเลือด และเพิ่มไขมันชนิดดีได้การจะออกกำลังกายติดต่อกัน 30 นาทีได้จะทำได้ง่ายโดยใช้แรงออกกำลังกายประมาณ 50%

การคิดการออกกำลังกายแบบสายกลางคือใช้แรง 50%นั้นคิดจากการใช้ชีพจรทารกแรกเกิด 220-อายุของเราแล้วลบด้วยชีพจรของเราขณะพัก แล้วหารด้วยสองได้กี่ครั้งก็ให้นำไปบวกกับชีพจรขณะพัก ก็จะได้ชีพจรขณะที่ออกกำลังกาย50% หรือออกกำลังสายกลางของตัวเรา นั่นเอง ยกตัวอย่าง

ถ้าเราอายุ 40 ปี ชีพจรขณะพัก(ตื่นนอนอย่าเพิ่งลุกจากเตียงให้จับชีพจร 1 นาทีเลย) ได้ 60 ครั้งจะคำนวณได้เป็น 200-40 ได้ 160 -60 = 100/2 จะได้ 50 นำ 50 ไปรวมกับ60 จะได้ 110 นั่นคือ การออกกำลังสายกลางสำหรับคนๆนี้ให้ใช้แรง 50%ก็คือออกกำลังกายให้ชีพจรเต้นราว 110 ครั้งต่อนาที ถ้าทำได้นาน 30นาที จะทำให้เลือดปรับตัวสู่ค่าปกติได้นานถึง 48 ชั่วโมงจึงไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายทุกวัน ทำวันเว้นวันก็พอการทำวันเว้นวันจึงเป็นทางสายกลางวันที่เว้นจะทำให้กล้ามเนื้อเอ็นข้อได้พักซ่อมแซมทำให้ใช้งานได้นานกว่าพวกที่ออกกำลังกายทุกวัน

ชีพจรขณะออกกำลังกายสายกลาง=(((200-อายุ)-ชีพจรขณะพัก)/2)+ชีพจรขณะพัก ผมเคยใช้วิธีคิดง่ายๆว่าใช้220-อายุ แล้วคิดแค่ 50-60% ก็พอได้เช่นกัน

แต่ถ้าจะทำทุกวันควรเปลี่ยนวิธีการออกกำลังกายสลับกันไปจะดีกว่าเช่น วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน แบบนี้ก็เป็นสายกลางได้และทำได้ทุกวันส่วนการเล่นกีฬาเช่นกอล์ฟ เทนนิส ฟุตบอล ไม่สามารถทำติดต่อ 30 นาทีได้จะเล่นๆพักๆ จึงไม่สามารถทดแทนการออกกำลังกายแบบแอโรบิกได้แต่ถ้าทำสลับวันกันกับการออกกำลังกายแบบแอโรบิกก็จะเป็นผลดีต่อร่างกายและเกิดความเพลิดเพลินด้วย

การออกกำลังกายแบบสายกลาง เป็นการออกกำลังกายของกล้ามเนื้อแขนขามีการเคลื่อนไหวมากและเป็นจังหวะ ออกกำลังกายติดต่อกันนาน 30 นาทีห้ามพัก ห้ามออกกำลังกายแบบสะสมเลือกชนิดออกกำลังกายที่เหมาะกับตนเองให้ชีพจรเต้น 50%ที่คำนวณได้ออกกำลังกายตอนเย็นดีกว่าตอนเช้า

ตอนบ่ายมีการตรวจวัดสมรรถภาพความฟิตทางร่างกายก็คล้ายๆกับที่ตรวจเมื่อช่วงมาอบรมใหม่ๆ แต่คนละสถาบันกันเท่านั้นมีการตรวจสุขภาพ อบไอน้ำ และฝึกออกกำลังกายด้วยยางยืด 10 ท่ากระชับและฝึกลมปราณ ตอนเย็นก็ว่ายน้ำเล่นเปตองกันต่อตอนค่ำมีการเรียนในเรื่องป้องกันและชะลอโรคปวดข้อกับอาจารย์เสาวนีย์สังฆโสภณแต่อาจารย์จะเน้นไปเรื่องสุนทรียศาสตร์ในการดูแลตนเองมากกว่า

วันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคม 2553ตื่นเช้าออกมาทำกายบริหารและเดินออกกำลังกายตามความสมัครใจของแต่ละบุคคลทานอาหารมังสวิรัติเพื่อสุขภาพ เข้าสู่บทเรียนด้วยจิตใจแจ่มใสฟังบรรยายเรื่อง “กินอยู่เพื่อปรับธาตุ” โดยอาจารย์เอกชัย ณป้อมเพ็ชร์ แพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกจนเที่ยงวันก็ทานอาหารและแยกย้ายกันกลับ

ผมขับรถกลับตากกับพี่เชวงศักดิ์ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันมาตลอดทางพร้อมทั้งเปิดเพลงฝรั่งฟังมาตลอดเช่นกันความรู้ที่ได้จากการเข้าค่ายสุขภาพนี้พบว่ามีความแตกต่างจากที่เคยรู้หลายเรื่องบางเรื่องวิทยากรแต่ละคนก็มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันไปสังคมแห่งความรู้และข้อมูลข่าวสารทำให้มีข่าวสารมากมายจนบางครั้งเราไม่รู้ว่าอะไรจริงอะไรเท็จแต่ละคนจ้องใช้วิจารณญาณเอาเอง มีคนกล่าวว่า"ยุคนี้มีข้อมูลข่าวสารมากจนเกิดการสำลัก (Informationaspiration)"

 

หมายเลขบันทึก: 386816เขียนเมื่อ 21 สิงหาคม 2010 10:50 น. ()แก้ไขเมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2019 12:35 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (5)

แวะมาคารวะครับ ขอบพระคุณครับ

สวัสดีค่ะคุณหมอ

  • ได้ความรู้เพิ่ม เรื่อง การคิดการออกกำลังกายแบบสายกลาง (คือ ใช้แรง 50%)
  • ช่วงนี้หลับสบายไปหน่อย  เสียสมดุลเล็กน้อย  น้ำหนักเกิน  1  กิโลกรัม
  • ที่เหลือ คือ เพิ่มกำลังใจอีกนิด...เพิ่มเวลา Hulahoop และปั่นจักรยานอีกหน่อย
  • ได้วิธีระยะยาวการงดมื้อเย็น....จะลองตั้งใจสักตั้ง
  • ขอบพระคุณนะคะ

พยาบาลอ่านแล้ว ยังใด้ประโยชน์มากทั้งด้านการไปปรับใช้กับตัวเองและผู้ป่วย ขอบคุณสำหรับสาระดีๆค่ะ วันก่อนมีโอกาศเข้ากลุ่มร่วมกันกับสหสาขาวิชาชีพ ต่างกระทรวงที่มูลนิธิ กาญจนบุรี เน้นเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง ทานข้าวกล้อง มังสวิรัด ล้างจานเองทุกคนทุกมื้อ ออกแรงผสมปุ๋ยหมัก ดูการปลูกแก้วมังกร เดินเท้าขึ้นเขา เยี่ยม บ้านสุนัขจรจัด ก็ เป็นการเตือนตัวเองได้ดีวิธีหนึ่งทีเดียว

ดีมากค่ะ ขอบคุณสำหรับความรู้เรื่องสุขภาพค่ะ

หลักการดูแลสุขภาพมีมากมาย แต่สิ่งที่สำคัญคือการปฎิบัติอย่างสม่ำเสมอด้วยตัวของตัวเองนั้นจะทำได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่  ไม่ต้องมากมาย แต่ให้พอดี แบบที่อาจารย์แนะนำนั่นแหล่ะค่ะ คือ ... ทางสายกลาง

ขอบพระคุณค่ะที่กรุณาแบ่งปัน

 

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี