๒๑  สิงหาคม  ๒๕๕๓

เรียน  เพื่อนครู  ผู้บริหารและผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน

วันจันทร์ที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๓  เช้าไปแวะทานข้าวแกง ๑ จานย่านถนนพัฒนสัมพันธ์ เยื้องสหกรณ์ออมทรัพย์ครูปทุมธานี จำกัด เพราะเช้านี้รู้สึกว่าหิว ทั้งที่ดื่มกาแฟมาแล้ว ๑ ถ้วย หมอเคยแนะนำว่า มื้อเช้าควรกินข้าวจะทำให้ความจำดี  เข้าสำนักงานแวะสโมสรดื่มกาแฟกับผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ที่กำลังจะออกประเมินโรงเรียนร่วมกับคณะกรรมการจากเขต แจ้งให้ทราบว่าคณะหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดปทุมธานี กำหนดจะจัดงานพบกันยามเย็นครั้งต่อไปในวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๓ ขอใช้สโมสรของเขต ผมตอบยินดีเพราะกิจกรรมดังกล่าวช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างส่วนราชการให้แนบแน่น สามารถร่วมมือกันในหน้าที่ราชการและกิจการส่วนตัวอย่างไร้ขีดจำกัด   ขึ้นทำงานที่ห้องแฟ้มค่อยทยอยกันมา ปริมาณไม่มากนัก เพราะเจอวันหยุดไป ๔ วัน  เที่ยงทานข้าวที่ห้อง หมูเอาน้ำพริกแมงดามาฝากจากร้านครัวหนังตะลุง ชุมพร พร้อมสะตอ ลูกเนียง  บ่ายเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อติดต่อขอเอกสารทะเบียนรถยนต์จากกรมการขนส่งทางบก เพราะฝากเขาต่อทะเบียนรอมาหลายวันแล้ว

วันอังคารที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๓  แวะเข้าเขตทราบว่านักเรียนหอวังปทุมธานีถูกรุมทำร้ายถึงสลบเมื่อ ๑ ทุ่มวานนี้ คู่กรณีเป็นนักเรียนจากโรงเรียนแห่งหนึ่ง รายละเอียดยังไม่เพียงพอที่จะรายงาน สพฐ. อีกข่าวหนึ่งรถรับส่งนักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยประสบอุบัติเหตุ รายละเอียดไม่ชัดเจนเหมือนกัน  เดินทางไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพื่อปฏิบัติราชการตามที่ได้รับมอบหมายจาก เลขาธิการ กพฐ. ท่านผอ.สุภาวดี  วงษ์สกุล รายงานให้ทราบว่ารถนักเรียนที่ประสบอุบัติเหตุเป็นรถรับส่งนักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยปทุมธานี ไม่ใช่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยรังสิต ถึง สพท.อยุธยา เขต ๑ ชื่นชมการจัดภูมิทัศน์ที่สวยงาม ตัวอาคารได้รับการปรับปรุงเป็นสำนักงานสมัยใหม่ พื้นปูกระเบื้องเต็มพื้นที่ ห้องน้ำห้องส้วมปรับปรุงใหม่สะอาด สว่างและดูโอ่โถงมาก คารวะท่านผู้อำนวยการสำนักงานเขต คุณธำรง แก้วเล็ก ท่านได้อำนวยความสะดวกให้ผมและคณะจาก สพฐ. เที่ยงได้รับรายงานจากผู้อำนวยการโรงเรียนหอวังปทุมธานีว่านักเรียนที่ถูกทำร้าย วันนี้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว เหตุเกิดหลังเลิกเรียน นักเรียนกลับบ้านแล้วออกมาซื้อของที่ตลาดรังสิตกับเพื่อน ๕ คน ขณะเดินบนสะพานลอยข้ามถนน ถูกวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งรุมทำร้ายจนสลบ เพื่อนนำส่งโรงพยาบาลปทุมเวช สั่งให้หน้าห้องส่งรายงานไปให้เลขาธิการ กพฐ. ทราบ พวกเราทำงานที่สพท.พระนครศรีอยุธยาจากเช้าจนเย็นแต่ไม่เสร็จ ทีมงานพักค้างที่ในเมือง ผมเดินทางกลับปทุมธานี มีฝนตกตลอดเส้นทาง ถึงสำนักงานเขตแวะเข้าสโมสรพบผู้แทนบริษัททัวร์ที่มานำเสนอโปรแกรมการเดินทางศึกษาดูงานที่จังหวัดสุราษฏร์ธานีและจังหวัดชุมพรของเจ้าหน้าที่ในสำนักงาน  ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะจ้างทัวร์หรือดำเนินการเอง กำหนดการนัดหมายในวันพรุ่งนี้มอบหมายงานให้ท่านรองฯและเจ้าหน้าที่ไปแทน เพราะต้องไปปฏิบัติราชการที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและอ่างทองอีกหนึ่งวัน

วันพุธที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๓ เช้าเดินทางไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อดำเนินการต่อจากเมื่อวาน ไปแวะสหกรณ์ออมทรัพย์ครูพระนครศรีอยุธยา จำกัด มีอาคารใหญ่โตมาก เห็นครั้งแรกคิดว่าเป็นโรงยิมเนเซี่ยม มีพื้นที่ติดกับสำนักงานเขต ได้ข้อมูลบางส่วน ที่เหลือจะมารับอีกครั้งหนึ่ง จึงเดินทางไปจังหวัดอ่างทอง ใช้เวลาไม่นาน นัดหมายไปทานข้าวที่ร้านครัวทองแดง ซึ่งนายอำเภอราตรี บุญยงค์เคยพามากินเมื่อเร็ว ๆ นี้ ปรากฏว่าร้านปิด จึงเลยไปร้านเจ้าปลุก สั่งปลาช่อนนาเผา ต้มยำพุงไข่ ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน ห่อหมกปลาช่อน ต้มจืด และไข่เจียว กินกัน ๕ คน จนอิ่ม หมดเงินไม่ถึง ๕๐๐ บาท ต่างจังหวัดน่าอยู่กว่ากรุงเทพฯ ตรงที่ค่าครองชีพต่ำกว่า  เดินทางเข้าเมืองอ่างทองไปปฏิบัติงานที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอ่างทอง พบท่านรองฯ บุญสืบ กลิ่นธรรม เพื่อนร่วมชั้นเรียนปริญญาโท วิชาเอกการบริหารการศึกษา มศว ประสานมิตร หน้าสำนักงานมีผักปลอดสารพิษมาวางจำหน่ายหลายชนิด เห็นแล้วอยากได้แต่ไม่ค่อยมีเวลาทำกับข้าว จึงไม่ได้ซื้อ  อยู่ทำงานจนเวลา ๑๔.๓๐ น. จึงเดินทางกลับ มาแวะซื้อปลาช่อนแดดเดียวแบ่งกับเต้ยคนละครึ่งกิโลกรัมเป็นการอุดหนุนเกษตรกรพื้นบ้าน กลับถึงเขตมีท่านรองฯ จาก สพท.นนทบุรี เขต ๑ มาเยี่ยม จึงชวนกันร้องเพลงที่สโมสร ประมาณ ๑ ทุ่ม เดินทางกลับที่พัก ตรวจสอบข่าวสารทราบว่าวันนี้เป็นวันที่มีการแบ่งเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๗ ตอนพิเศษ ๙๘ ง  ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๓ คงต้องเปลี่ยนป้ายชื่อสำนักงานกันอีกแล้ว วัฏจักรการศึกษาไทย

วันพฤหัสบดีที่  ๑๙  สิงหาคม  ๒๕๕๓  ออกจากบ้านพักประมาณตี ๕ เดินทางไปโรงแรมอเล็กซานเดอร์ หัวหมาก เพื่อเข้าอบรมหลักสูตร  Leadership: Great Leader, Great Team, Great Result รุ่นที่ ๑ มีสำนักฝึกอบรม PacRim ซึ่งเป็นภาคเอกชนเป็นผู้ให้การอบรม  เดินทางถึงโรงแรมลงทะเบียนเข้าพัก ลงไปทานอาหารเช้า แม้ไม่มีคูปองก็ได้รับการอนุเคราะห์จากเจ้าหน้าที่โครงการจาก สพฐ. ด้วยดี  ได้พบผู้อำนวยการกลุ่ม สพท.ในภาคกลางซึ่ง สพฐ.จัดประชุมที่โรงแรมนี้เช่นกัน เริ่มวันนี้ไปเสร็จเอาวันที่ ๒๔ สิงหาคม  ๒๕๕๓  อิ่มแล้วรายงานตัวเข้าประชุมที่ห้องยกระดับที่ชั้น ๓  เขาจัดให้นั่งโต๊ะกลม ๖ คน รวมทั้งรุ่นประมาณ ๓๐ คน มีเอกสาร ๑ แฟ้ม วิทยากรมีเพียงคนเดียวเป็นสุภาพสตรีรูปร่างทะมัดทะแมง เสียงดังฟังชัด หากไม่มองคนพูด ต้องคิดว่า คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา มายืนสอนแน่นอน  ทฤษฎีที่นำมาใช้ในการฝึกอบรมเป็นของ Franklin Covey ซึ่งกำหนดพันธกิจว่า “เราจะช่วยให้ผู้คนและองค์กรในทุก ๆ ที่ไปสู่ความเป็นเลิศ”   องค์กรที่เป็นเลิศ  มีองค์ประกอบ ๓ ประการ คือ ผลงานที่เป็นเลิศอย่างต่อเนื่อง  ลูกค้าที่มีความจงรักภักดี วัฒนธรรมแห่งชัยชนะ และผลงานอันโดดเด่น  การจะก้าวสู่ความเป็นเลิศได้จะต้องมีผู้นำที่มีความมุ่งเน้นและการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ  มีภาวะผู้นำที่เป็นเลิศ และมีบุคลากรที่เป็นเลิศ  สิ่งที่ผู้นำที่เป็นเลิศพึงปฏิบัติ เขาจะต้องมองผู้คนอย่างองค์รวม คือ ร่างกาย จิตใจ ความคิด และจิตวิญญาณ และพยายามจะปลดปล่อยพลังความคิดอันสร้างสรรค์ของพวกเขา  ภารกิจหลัก ๔ ประการของผู้นำที่เป็นเลิศ คือ การสร้างความไว้วางใจ  การสร้างพันธกิจที่ชัดเจน  การสร้างระบบที่สอดคล้อง และการปลดปล่อยศักยภาพของคน สิ่งที่ผู้นำจะต้องทำความเข้าใจ คือ ระดับของการมีส่วนร่วมของคนในองค์การ เมื่อผู้คนได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นองค์รวม พวกเขาจะทุ่มเทความพยายามและพลังงานสูงสุดออกมาอย่างเต็มใจ  แต่เมื่อผู้คนได้รับการปฏิบัติราวกับเป็นสิ่งของ พวกเขาจะปิดกั้นความมุ่งมั่นอันแรงกล้าเอาไว้   Covey ได้แบ่งทางเลือกของบุคคลในองค์กรออกเป็น ๖ จำพวก จากการร่วมมือน้อยที่สุดไปหามากที่สุดดังนี้  ๑. พวกต่อต้านหรือลาออก กลุ่มนี้หัวใจได้ลาออกไปจากองค์กรแล้วเหลือไว้แต่ตัว หากมีมาก ๆ องค์กรไปไม่รอด ๒. พวกดื้อเงียบ เป็นพวกเชื่อฟังแบบจำยอม  ๓. พวกปฏิบัติตามอย่างเต็มใจ จะยินดีทำตามคำสั่ง   คน ๓ กลุ่มนี้ต้องได้รับการพัฒนายกระดับ   ๔. พวกร่วมมืออย่างเต็มใจ กลุ่มนี้จะของานไปทำ ๕. พวกมุ่งมั่นด้วยใจจริง เขาจะทำอย่างดีที่สุด และ ๖. พวกมีพลังอย่างสร้างสรรค์  เราเรียนรู้เกี่ยวกับปัญหาเรื้อรังในองค์การ ๔ ประการ และแนวทางแก้ไข      คือ ๑. ขาดเป้าหมายหรือวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน  ๒. ระบบที่ไม่สอดคล้องหรือมากด้วยวิธีการ  ๓. ใช้พรสวรรค์และศักยภาพต่ำกว่าความเป็นจริง ๔. ความไว้วางใจต่ำ  การอบรมวันนี้เน้นหนักไปในเรื่องการสร้างความไว้วางใจ เพราะความไว้วางใจส่งผลกระทบต่อทุก ๆ สิ่งที่เราทำในฐานะผู้นำ ความไว้วางใจต่ำทำให้เกิดความเสียหายแก่องค์การ มันสร้างภาษีต่อความสัมพันธ์ต่าง ๆ  ทำลายประสิทธิผลและความคิดสร้างสรรค์ และทำให้ไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่เป็นเลิศได้อย่างต่อเนื่อง  ความไว้วางใจสูงเสริมสร้างการสื่อสาร  ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม และทำให้เกิดอาสาสมัครในทีม “ไม่มีอะไรรวดเร็วเท่าความรวดเร็วจากความไว้วางใจ”     คุณลักษณะและความสามารถ เท่ากับความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจ คุณลักษณะ คือ วุฒิภาวะส่วนตนและความซื่อสัตย์ต่อหลักการหรือสิ่งที่คน ๆ หนึ่งเป็น ความสามารถ คือ ศักยภาพ ทักษะ และสิ่งที่คน ๆ หนึ่งสามารถทำได้  ความน่าเชื่อถือ คือ ความศรัทธาที่มีต่อตัวคนจากความซื่อสัตย์ต่อตนเอง เจตนารมณ์ ความสามารถ และผลงานที่ผ่านมา    ภาษีจากการจากการขาดความไว้วางใจ คือ ความเสียหายจากการขาดความไว้วางใจโดยคิดมูลค่าเป็นความรวดเร็วและประสิทธิผล ความไว้วางใจต่ำจะเก็บภาษีจากทุก ๆ อย่างที่เราทำในฐานะผู้นำ ผลประโยชน์จากความไว้วางใจ  เป็นผลประโยชน์ที่เก็บสะสมเนื่องจากมีความไว้วางใจสูง โดยคิดมูลค่าเป็นความสามารถในการทำภารกิจให้สำเร็จลุล่วง ความไว้วางใจสูงจะทำให้ทุกอย่างง่ายดายขึ้น  วิทยากรได้นำเสนอ ๑๓ พฤติกรรมของผู้นำที่มีความไว้วางใจสูง  ๑. พูดตรง ๒. แสดงให้เห็นความเคารพ ๓. สร้างความโปร่งใส ๔. แก้ไขสิ่งที่ผิด ๕. แสดงความซื่อตรง ๖. สร้างผลงาน ๗. พัฒนาตนเอง ๘. เผชิญหน้ากับความจริง ๙. สร้างความคาดหวังให้ชัดเจน ๑๐. รับผิดชอบต่อผลลัพธ์ ๑๑. ฟังก่อน ๑๒. รักษาคำมั่นสัญญา ๑๓. หยิบยื่นความไว้วางใจ   ผู้นำทั่วไปจะคิดว่า ฉันทำให้ภารกิจสำเร็จลุล่วง เพราะฉันคือหัวหน้า(อำนาจอย่างเป็นทางการ)  ผู้นำที่เป็นเลิศ คิดว่า ฉันทำให้ภารกิจสำเร็จลุล่วงโดยใช้แรงจูงใจและความน่าเชื่อถือส่วนตัวที่ส่งผลกระทบต่อผู้อื่น(อำนาจอย่างไม่เป็นทางการหรือบารมี)   เรียนกันจนเวลา ๑๗ นาฬิกา จึงเลิก ลงไปกินข้าวที่ห้องอาหารของโรงแรม ได้คุยกับผู้อำนวยการกลุ่มที่เคยทำงานร่วมกันมาหลายคนจากหลายเขต กลางคืนนั่งทำการบ้านและอ่านตำราที่วิทยากรมอบหมายจนเที่ยงคืน

วันศุกร์ที่ ๒๐  สิงหาคม  ๒๕๕๓  ตี ๕ ตื่นขึ้นมาดูข่าวจากทีวีและเน็ต ข่าวร้อนในวงการศึกษาคงไม้พ้นการตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ในกรุงเทพมหานคร ที่เด้งคนเก่าเข้า สพฐ. ตั้งผู้อำนวยการโรงเรียนรั้งตำแหน่งแทน เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมากในกลุ่มพวกเราตั้งแต่เมื่อวาน เรื่องของอำนาจใครมีก็ชอบที่จะใช้ไป ส่วนจะใช้โดยธรรมหรือไม่ผู้ทรงอำนาจย่อมทราบดี  ที่สำคัญวันเวลาจะเป็นเครื่องตัดสิน เหมือนประวัติศาสตร์ที่เราเรียนมีทั้งมุมบวกและมุมลบ ผู้บริหารสามารถที่จะเลือกกระทำได้หากยืนหยัด   หลังอาหารเช้าเข้าชั้นเรียนตามปกติ แต่เขาเปลี่ยนโต๊ะเปลี่ยนคนให้หมุนเวียนแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน วันนี้มีคลิปเด็ด ๆ ให้ดูหลายเรื่องเพื่อประกอบบทเรียน ที่ประทับใจคงไม่พ้นคนตาบอดที่สามารถพิชิตยอดเขาอีวาเรสที่สูงที่สุดในโลกได้ เพียงเขาตั้งใจและมุ่งมั่น ทีมงานก็สามารถช่วยให้เขาและพวกเขาสู่เป้าหมายได้  เขาไม่ประสงค์จะสร้างชื่อเสียงให้ตนเองในการพิชิตยอดเขาครั้งนี้ แต่เขาต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนตาบอดทั่วโลกว่า คนตาบอดมีความสามารถและมีคุณค่าเหมือนคนทั่วไป อีกเรื่องหนึ่งที่น่าฟังมากคือสุนทรพจน์ของมาร์ติน ลูกเธอร์ คิง จูเนียร์ ที่เรียกร้องความเท่าเทียมกันของความเป็นมนุษย์ทุกสีผิว สำหรับเนื้อหาที่ฝึกกันในวันนี้ เป็นการปลดปล่อยศักยภาพของคน Covey เชื่อว่า ภาวะผู้นำคือการสื่อสารให้ผู้คนรับรู้คุณค่าและศักยภาพของพวกเขา อย่างชัดเจนกระทั่งพวกเขาเห็นสิ่งเหล่านั้นในตัวเขาเองได้จริง ๆ    การสร้างพันธกิจที่ชัดเจน Covey เชื่อว่า องค์การต่าง ๆ จำเป็นอย่างมากที่ต้องสร้างความเข้าใจอย่างชัดเจนเกี่ยวกับพันธกิจของตนเพื่อสร้างงานที่มีความหมายและจึงสามารถดึงดูด รักษา และสร้างแรงจูงใจให้กับบุคลากรที่มีผลงานโดดเด่น  การสร้างพันธกิจที่ชัดเจนของทีม ต้องให้ทีมทราบถึงงานที่ต้องทำให้สำเร็จ ความเชื่อมโยงต่อกลยุทธ์ และผลกระทบทางการเงิน  การปฏิบัติงานสู่ความสำเร็จ ทีมที่เป็นเลิศทุกทีมต้องการขั้นตอนปฏิบัติงานเพื่อการมุ่งเน้นและปฏิบัติงานสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายที่สำคัญที่สุดของพวกเขา หากปราศจากระบบเช่นนั้น ความสำเร็จก็กลายเป็นเรื่อวของโอกาสและปัจจัยที่คาดการณ์ไม่ได้  พวกเราได้ศึกษาเรื่องราวของผู้บังคับการเรือ D. Michael Abrashoff ที่สามารถเปลี่ยนเรือรบที่แย่ที่สุดของกองทัพเรือสหรัฐอเมริกามาเป็นเรือรบที่ดีที่สุด ความสำเร็จเกิดจากภาวะผู้นำ  “ผมโชคดี ผมแค่อยากเป็นกัปตันเรือ ผมไม่สนใจว่าผมจะได้รับการเลื่อนชั้นอีกหรือไม่ ความคิดเช่นนี้ช่วยให้ผมทำสิ่งที่ดี ๆ ให้กับคนของผม แทนที่จะทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อความก้าวหน้าของผม การนำแบบนี้ทำให้ผมมีโอกาสสร้างเรือที่ดีที่สุดในกองทัพเรือ และได้รับการประเมินผลงานดีที่สุดที่เคยได้รับมา ผมคงถูกเลื่อนชั้นโดยไม่ได้ตั้งใจ”  ๒๐ เดือนต่อมาหลังจากได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการเรือหลวงเบนฟอร์ด เขาถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการศูนย์ควบคุมยุทธการอวกาศและยุทธนาวี  Abrashoff คิดอยู่ตลอดเวลาว่าพันธกิจของเขา คือ การเปลี่ยนแปลงระบบอาวุโสที่มีมากว่า ๒๐๐ ปี เป้าหมายของเขาคือ มุ่งเน้นที่วัตถุประสงค์ ไม่ได้มุ่งเน้นว่าใครมียศสูงกว่าใคร เปลี่ยนหลักการทำงานจากการเชื่อฟังมาสู่การสร้างผลงาน เจ้านายก้เปลี่ยนจากผู้ที่มีแถบมากที่สุดบนบ่ามาเป็นกลาสีเรือที่เป็นผู้ทำงานจริง ๆ เขาเชื่อว่าคนทำงานในเรือของเขาเป็นผู้ที่ฉลาด ดังนั้น เขาจึงฟังพวกเขาอย่างจริงจัง และเก็บความคิดดี ๆ ทุกอย่างเกี่ยวกับการทำงานให้ดีขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดในฐานะกัปตันเรือก็คือ การมองดูเรือของเขาผ่านสายตาของลูกเรือนั่นเอง  มุมมองดังกล่าวทำให้ Abrashoff มองเห็นจุดสำคัญ ๒ ประการ ประการแรก มีวิธีการที่จะทำงานให้ดีขึ้นเสมอ ประการที่สอง เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง ยิ่งคนมีความสุขกับกระบวนการทำงานเท่าใด ผลงานก็จะดีขึ้นเท่านั้น  เขามีกิจกรรมให้ลูกเรือได้สนุกสนานในบรรยากาศที่น่าเบื่อในเรือรบเสมอ เช่น ประกวดการแกะสลักฟักทอง ประกวดมิวสิควีดีโอ ประกวดร้องเพลง  เรือ Benfold ซื้ออาหารที่ใช้ในเรือได้ถูกกว่าที่เขาอาจซื้อได้จากกองทัพเรือ ด้วยเงินที่เขาประหยัดได้เขาส่งลูกเรือ ๕ คน ไปเข้าเรียนการทำอาหารและทำให้เรือเบนฟอร์ดเป็นที่ ๆ คนอยากมากินข้าวบนเรือมากที่สุดในอ่าว การนำของ Abrashoff ก่อให้เกิดผลดีทั้งเรื่องของเงินและงาน ในปี ๑๙๙๘ เรือ Benfold คืนงบประมาณ ๖ แสนดอลล่าร์จากงบบำรุงรักษา ๒.๔ ล้านดอลล่าร์ และคืน ๘ แสนดอลล่าร์จากงบซ่อมแซม ๓ ล้านดอลล่าร์ ทั้งหมดนี้เกิดจากที่คนของเขาต้องทำงานให้ดี มิใช่ต้องการจะประหยัด ปีต่อมางบประมาณของเรือ Benfold ถูกตัดลงทันที ๖ แสนดอลล่าร์ แต่เรือลำนี้ก็สามารถคืนเงินได้อีก ๑๐ %  ความสำเร็จของ Abrashoff น่าจะเป็นความร่วมมือกันอย่างยอดเยี่ยมภายในเรือ ลูกเรือไม่ว่าเก่าหรือใหม่ต่างชื่นชมในบรรยากาศของความงาม ความมีระเบียบแบบสบาย ๆ บนเรือ รวมทั้งความคิดสร้างสรรค์และความภาคภูมิใจในผลงาน   Abrashoff เล่าหลักการทำงาน ๖ ประการให้ฟังว่า   ๑. อย่าสักแต่ออกคำสั่ง...มองถึงวัตถุประสงค์ด้วย ภายใน ๒ วันหลังจากมีลูกเรือมาเข้าประจำการ ผมจะพูดคุยกับเขาสองต่อสอง ผมจะพยายามรู้จักพวกเขา ทำไมเขาจึงมาเป็นทหารเรือ ครอบครัวของเขาเป็นอย่างไร เขามีเป้าหมายอะไรในการมาเป็นทหารเรือ เขาต้องการอะไรหลังจากนี้ ผมจะช่วยเขาไปสู่อนาคตที่ต้องการได้อย่างไร สิ่งสำคัญที่สุด ผมถือเป็นหน้าที่ที่จะปรับปรุงสังคมเล็ก ๆ ที่ประกอบด้วยคน ๓๐๐ คนในเรือของผม สำคัญพอ ๆ กับการทำให้เรือของผมพร้อมเพรียงในการเข้าปฏิบัติการอยู่เสมอ  ๒.ผู้นำฟังโดยไม่มีอคติ  ผมจะถามคำถามง่าย ๆ ๓ ข้อเสมอ ว่า คุณชอบอะไรมากที่สุด คุณไม่ชอบอะไรที่สุด และคุณอยากเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง  ๓. มีระเบียบแบบง่าย ๆ ลูกเรือของผมจะพูดความจริงกับผมมากกว่าจะพูดในสิ่งที่ผมอยากฟัง  ๔. กัปตันที่ดีมอบหมายความรับผิดชอบ แทนที่จะเป็นคำสั่ง ๕. ลูกเรือที่ประสบความสำเร็จทำงานอย่างอุทิศตัวเองให้กับงาน  ๖. การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงมีความจริงที่ยั่งยืน  สองวันที่เข้าหลักสูตร Leadership เป็นการลงลึกถึงกระบวนการนำหลักบริหารไปใช้ในองค์การอย่างแท้จริง ฝรั่งไม่ได้ฉลาดไปกว่าคนเอเชีย แต่เขามีกระบวนการเรียนรู้ที่เป็นแก่นสารมากกว่าพิธีการ   ภาคบ่ายมีการอภิปรายเป็นรายกลุ่มและรายบุคคลมากขึ้น มีคลิปให้ดูอีกหลายเรื่อง  จนถึงเวลาประมาณ ๑๖ นาฬิกา จึงจบหลักสูตรรับใบประกาศนียบัตรจากวิทยากร  เดินทางกลับบ้านพักท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายตลอดเส้นทาง วันมาประชุมมาในฐานะผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต ๑ ขากลับตำแหน่งยาวขึ้นแต่โรงเรียนหดลงไปเหลือแต่ประถมศึกษา ก็เป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลง ในสิ่งที่เสียก็มีได้กลับมา ในสิ่งที่ได้ก็ต้องมีสิ่งที่เสียไป ทำภาระหน้าที่ตรงหน้าให้ดีที่สุดก็น่าจะเป็นความสุขในชีวิตราชการ

 นายกำจัด  คงหนู
ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑