บทความภาวะผู้นำ

การพัฒนาผู้นำ

จาก Knowledge Center

รูปแบบของภาวะผู้นํา คุณลักษณะ ความสามารถ และทักษะผู้นําคนส่วนใหญ่เมื่อคิดถึงภาวะผู้นํา เขามักหมายถึงคุณลักษณะภาวะผู้นํา (trait) ความ สามารถ และทักษะทั้งหมดนี้ยังหมายถึงคุณสมบัติภาวะผู้นําการใช้ความสามารถและทักษะเหล่านี้อย่างมีประสิทธิผล ผู้นําจะทําให้สิ่งต่าง ๆ ลุล่วงไปในองค์การอย่างผิดธรรมดา มีความสามารถและทักษะภาวะผู้นําที่สําคัญห้าประเภทซึ่งได้แก่ ทักษะเชิงมโนทัศน์ (conceptual) ทักษะเชิงเทคนิค (technical) ทักษะเชิงมโนทัศน์เทคนิค ทักษะเชิงมนุษยสัมพันธ์ (human relations) และทักษะเทคนิคมนุษยสัมพันธ์

1. ทักษะเชิงมโนทัศน์ มีความจําเป็นเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์และทําให้เกิดแนวความคิด การพัฒนาทักษะเชิงมโนทัศน์เกี่ยวข้องกับการวางตัวบุคคลในสถานการณ์ที่เขาอาจเผชิญในฐานะผู้นํา สิ่งเหล่านี้ได้แก่ทักษะการคิดซึ่ งพัฒนาได้ยากกว่าทักษะทางเทคนิค อย่ างไรก็ตามการใช้ "เกมการคิด (think games)" เพื่อแก้ปัญหาพยากรณ์เหตุการณ์ และตัดสินใจทําให้เราเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น

2. ทักษะเชิ งเทคนิค เกี่ยวข้องกั บ "การกระทํา (doing)" การปรับปรุงในทักษะเชิงเทคนิคอาจเกิดขึ้นกับการฝึกฝนในการพูดในที่สาธารณะ การบริหารเวลา และการใช้ระเบียบวิธีการประชุม ทักษะเชิงเทคนิคเป็นทักษะที่ได้มาง่ายที่สุด

3. ทักษะเชิงมโนทัศน์-เทคนิค คุณสมบัติของภาวะผู้นําประเภทนี้อยู่ระหว่างทักษะเชิงมโนทัศน์และทักษะเชิงเทคนิค

4. ทักษะเชิงมนุษยสัมพันธ์ มีความจําเป็นเพื่อเข้าใจและทํางานร่วมกับคนอื่น ทักษะเชิงมนุษยสัมพันธ์สัมพันธ์กับความสามารถในการทํางานร่วมกับคนอื่น ผู้นําควรได้รับการฝึกฝนในการทํางานกับคนอื่นภายในกลุ่มอย่างมีประสิทธิผล คน คือ รากฐานของกลุ่มทั้งหลาย ผู้นําสามารถติดต่อกับสมาชิกอย่างมีประสิทธิผล

5. ทักษะเทคนิคมนุษยสัมพันธ์โดยทั่วไป ทักษะเชิงเทคนิค คือ ทักษะภาวะผู้นําที่ง่ายที่สุดในการพัฒนาและรักษาเอาไว้ ทักษะเชิงมโนทัศน์มีความยากลําบากในการเรียนรู้มากกว่าทักษะเชิงเทคนิค ทักษะเชิงมนุษยสัมพันธ์ คือ สิ่งจําเป็นสําหรับผู้นําทั้งหลาย มันไม่ได้ยากต่อการเรียนรู้ แต่มีแนวโน้มที่ผู้นำจะลืมทักษะเชิงมนุษย์สัมพันธ์เมื่อตกอยู่ภายใต้ความกดดันเพื่อทำกิจกรรมให้สำเร็จ ทักษะแต่ละประเภทมีความสำคัญต่องานทั้งหมดผู้นำบางคนเก่งในทักษะประเภทหนึ่งมากกว่าอีกประเภทหนึ่ง ผู้นำจะต้องมองเห็นความเฉลียวฉลาดและความสามารถของตัวเองและของสมาชิกเพื่อทำให้ผลิตภาพของกลุ่มบรรลุผลสูงสุด การประเมินสมาชิกอย่างแม่นยำทำให้ผู้นำสามารถจับคู่ทักษะของสมาชิกกับทักษะที่จำเป็นต่อการทำงาน

   สรุป

ภาวะผู้นำ เป็นลำดับก่อนหลังชุดหนึ่งที่สังเกตเห็นได้และเรียนรู้กันได้ ผู้นำมีบุคลิกภาพหลายรูปแบบ ภาวะผู้นำมีวัตถุประสงค์หรือเป้าประสงค์ ภาวะผู้นำเป็นการทำงานของกลุ่ม

การพัฒนาภาวะผู้ นำส่วนบุคคลมีความสำคัญ มันท้าทายต่อการเรียนรู้ทักษะภาวะผู้นำ และทักษะเหล่านี้สร้างความนับถือจากคนอื่น ภาวะผู้นำช่วยคุณให้เข้าใจคนอื่นและตัวคุณเอง ภาวะผู้นำช่วยปัจเจกบุคคลให้มีวุฒิภาวะและพัฒนามโนทัศน์แห่งตนออกมา

วิธีที่ดีที่สุดในการเรียนรู้ภาวะผู้นำก็คือ เอาตัวคุณเองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องการการแสดงออกทางภาวะผู้นำ การเป็นผู้นำที่ดีมีห้าขั้นได้แก่ศึกษา วิเคราะห์ตัวคุณเอง พัฒนา เรียนรู้ และติดตามแผนที่แน่นอน

ขั้นตอนของแผนภาวะผู้นำส่วนบุคคลของคุณรวมถึงการพัฒนาวิสัยทัศน์ การตั้งเป้าประสงค์ การพัฒนาความริเริ่ม ความมั่นใจในตัวเอง ความรับผิดชอบส่วนบุคคลภาพลักษณ์ที่ดี และการจัดระเบียบตัวเอง การกำจัดการผัดวันประกันพรุ่ง การศึกษา การขยายจุดแข็งของคุณ

เราส่วนใหญ่ชอบที่จะได้รับการยอมรับ คุณมีแนวโน้มที่จะบรรลุการยอมรับของกลุ่มถ้าคุณมีความรู้เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของกลุ่ม ทำงานหนัก มีพันธะกับทางกลุ่มเต็มใจที่จะตัดสินใจ มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นอย่างอิสระและแสดงทักษะมนุษย์สัมพันธ  มีปัจเจกบุคคลสามประเภทที่เกิดขึ้นในฐานะผู้นำ ซึ่งได้แก่ปัจเจกบุคคลที่เน้นสมาชิกเน้นเป้าประสงค์ และเน้นตัวเอง

เพื่อให้ตระหนักถึงศักยภาพของภาวะผู้นำ องค์ประกอบสามประเภทต้องเกิดขึ้น ซึ่งได้แก่ความสามารถประสบการณ์ และโอกาส วงการธุรกิจและอุตสาหกรรมใช้แนวทางพื้นฐานสามแนวทางเพื่อปรับปรุงภาวะผู้นำภายในองค์การ ซึ่งได้แก่การคัดเลือก การว่าจ้างตามสถานการณ์ และการฝึกอบรมคุณลักษณะความสามารถทักษะภาวะผู้นำที่สำคัญห้า ประเภท ซึ่งได้แก่ ทักษะเชิงมโนทัศน์ (concep-tual) ทักษะเชิงเทคนิค (technical) ทักษะเชิงมโนทัศน์-เทคนิค ทักษะเชิงมนุษย์สัมพันธ์ (human relations) และทักษะเทคนิคมนุษย์สัมพันธ์

ทักษะเชิงมโนทัศน์รวมถึงการมีวิสัยทัศน์ เป็นนักกระตุ้น กล้าตัดสินใจ ตรงไปตรงมา มีความสร้างสรรค์มีความกล้าหาญ เป็นนักเสี่ยง มีพันธะ มีความแน่วแน่และไม่ย่นย่อ มีความรู้สึกต่อความรีบด่วนและความริเริ่มติดตามจนจบ เป็นเจ้านายแห่งการเปลี่ยนแปลง ความฉลาด และความต้องการที่จะนำทักษะเชิงเทคนิครวมถึงการคัดเลือกพนักงาน มีความสามารถ เป็นนักสื่อความหมาย จัดการเวลา ตั้งเป้า ประสงค์และวางแผน ก่อให้เกิดความสำเร็จ ตอบสนองต่อความล้มเหลว และนำปัจเจกบุคคลและกลุ่ม

ทักษะเชิงเทคนิคมโนทัศน์รวมถึงความฉลาด ความสามารถในการแก้ปัญหา การตัดสินใจ ความรอบรู้ในการมอบอำนาจ เป็นนักฉวยโอกาส ยืนยันในความเป็นเลิศ ให้ผู้ใต้บังคับบัญชารับผิดชอบ แสดงความสนใจและความสามารถกว้าง ๆ

ทักษะมนุษย์สัมพันธ์รวมถึงความซื่อสัตย์และบูรณาการ ความไวต่อความรู้สึก ความร่วมมือ ความยืดหยุ่น การสนับสนุน ความมั่นใจในตัวเอง ความรับผิดชอบการพึ่งพาตัวเอง และวุฒิภาวะทางอารมณ์ มีความสุขจากการทำงาน การเป็นผู้รับใช้ การเป็นตัวอย่าง ให้พบได้และพบเห็นได้ แสดงให้เห็นความมั่นใจในคน และการใช้อำนาจอย่างฉลาด

 


ผู้เขียน 
ดร.ชาญชัย อาจินสมาจาร
ข้าราชการบำนาญ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์