สรุปสาระสำคัญของการวิจัย เรื่องที่ 1

 

สรุปสาระสำคัญของการวิจัย เรื่องที่ 1

  1. ชื่อเรื่อง ความต้องการในการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้บริหารสถานศึกษาตามแนวทางการปฏิรูประบบราชการและการปฏิรูปการศึกษา

  2. ผู้วิจัย    นายวันชัย  บุญทอง

  3. ปีที่วิจัย พ.ศ. 2548

  4. วัตถุประสงค์ 

4.1      เพื่อศึกษาความต้องการในการพัฒนาสมรรถนะหลักผู้บริหารสถานศึกษาตามแนวทางการปฏิรูประบบราชการ

4.2      เพื่อศึกษาความต้องการในการพัฒนาสมรรถนะหลักผู้บริหารสถานศึกษาตามแนวทางการปฏิรูปการศึกษา

4.3      เพื่อเปรียบเทียบความต้องการในการพัฒนาสมรรถนะหลักผู้บริหารสถานศึกษาตามแนวทางการปฏิรูประบบราชการ จำแนกตามประสบการณ์ วุฒิการศึกษา และขนาดโรงเรียน

4.4      เพื่อเปรียบเทียบความต้องการในการพัฒนาสมรรถนะหลักผู้บริหารสถานศึกษาตามแนวทางการปฏิรูปการศึกษา จำแนกตามประสบการณ์ วุฒิการศึกษา และขนาดโรงเรียน

5. วิธีวิจัย

5.1 วีธีการ เชิงสำรวจ

5.2 กลุ่มตัวอย่าง

- ประชากร  คือ จากประชากร ผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานี เขต 4  198 คน จาก 155 โรงเรียน 1 โรงเรียนสาขา

- กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานี เขต 4 จำนวน 120 คน โดยใช้ตาราง Krejcie และ Morgan

- โดยการสุ่มแบบหลายขั้นตอน (Multi-Stage Sampling)

5.3 เครื่องมือ

- แบบสอบถามเพื่อการวิจัย เรื่อง แบบสอบถามความต้องการในการพัฒนาสมรรถนะหลักผู้บริหารสถานศึกษาตามแนวทางการปฏิรูประบบราชการ และปฏิรูปการศึกษา จำนวน 1  ฉบับ

5.4 วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล

ผู้วิจัยได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเองตามลำดับดังนี้
5.4.1 ผู้วิจัยส่งแบบสอบถามทางไปรษณีย์  ไปยังสถานศึกษาต่าง ๆ ที่เป็นกลุ่มตัวอย่างและขอความร่วมมือให้ตอบแบบสอบถาม  แล้วส่งกลับคืนเมื่อกลุ่มตัวอย่างตอบแบบสอบถามเรียบร้อยแล้วให้นำมาฝากไว้ ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานี เขต 4  โดยผู้วิจัยได้ขอความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ให้เก็บรวมข้อมูลและตรวจสอบความ สมบูรณ์ของแบบสอบถาม  ซึ่งเก็บได้ทั้งหมด 120 ชุด  คิดเป็นร้อยละ 100  ใช้ระยะเวลาเก็บรวบรวมทั้งสิ้น 30 วัน

5.4.2 ติดต่อขอรับแบบสอบถามส่วนที่เหลือจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานี เขต 4  เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาจัดหมวดหมู่เพื่อทำการวิเคราะห์ข้อมูลต่อไป

5.5 วิธีวิเคราะห์ผล

5.5.1 สถิติพื้นฐาน

- ค่าร้อยละ

- ค่าเฉลี่ย (Mean)

- ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation)

5.5.2 สถิติอ้างอิง

- สถิติทดสอบ t-test

- ทดสอบสมมติฐานโดยค่าเอฟ (F-test) (one-Way AVOVA)

- เปรียบเทียบรายคู่ตามวิธีการของเชฟเฟ่ (Scheffe)

6.   ผลการวิจัย พบว่า

6.1 ความต้องการในการพัฒนาสมรรถนะหลักตามแนวทางการปฏิรูประบบราชการ ผู้บริหาร

สถานศึกษา มีความต้องการในการพัฒนามากที่สุดใน 3 ลำดับแรก คือ มาตรฐานที่ 1 การมุ่งผลสัมฤทธิ์ มาตรฐานที่ 3 การสั่งสมความเชี่ยวชาญในงานอาชีพ และมาตรฐานที่ 2 การบริการที่ดีตามลำดับส่วนความต้องการในการพัฒนาสมรรถนะหลักตามแนวทางการปฏิรูปการศึกษา พบว่าผู้บริหารสถานศึกษาต้องการได้รับการพัฒนามากที่สุดใน 3 ลำดับแรก คือ มาตรฐานที่ 8 การบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ มาตรฐานที่ 2 นโยบายและการวางแผนการศึกษา และมาตรฐานที่ 1 หลักและกระบวนการบริหารการศึกษา ตามลำดับ

6.2 ผลการเปรียบเทียบความต้องการในการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้บริหารสถานศึกษา ตามแนวทางการปฏิรูประบบราชการ รายสาระความรู้ จำแนกตามประสบการณ์ วุฒิการศึกษา และขนาดโรงเรียนพบว่า ส่วนใหญ่มีความต้องการในการพัฒนาไม่แตกต่างกัน ยกเว้นบางสาระความรู้มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ดังนี้

     6.2.1 ผลการเปรียบเทียบความต้องการในการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้บริหารสถานศึกษา ตามแนวทางการปฏิรูประบบราชการ รายสาระความรู้ จำแนกตามประสบการณ์    พบว่า   มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ในสาระความรู้ การวัดผลผลิตและการเพิ่มผลผลิต การประเมินผลการปฏิบัติงาน การบริหารคุณภาพที่ต้องการ และเทคนิคการตรวจสอบ 5 ส  และที่ระดับ .01 ในสาระความรู้  ต้นแบบในการให้บริการอย่างมีคุณภาพ

     6.2.2 ผลการเปรียบเทียบความต้องการในการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้บริหารสถานศึกษา ตามแนวทางการปฏิรูประบบราชการ รายสาระความรู้ จำแนกวุฒิการศึกษา พบว่า มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05  ในสาระความรู้การสร้างสัมพันธภาพที่ดี กฎหมายด้านความปลอดภัย และเทคนิคการสัมภาษณ์และคัดเลือกบุคลากรุ

     6.2.3 ผลการเปรียบเทียบความต้องการในการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้บริหารสถานศึกษา ตามแนวทางการปฏิรูประบบราชการ รายสาระความรู้ จำแนกตามขนาดของโรงเรียน พบว่า มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05  ในสาระความรู้ การจัดการคุณภาพในการบริการและ การสั่งสมความเชี่ยวชาญในงานอาชีพ

6.3 ผลการเปรียบเทียบความต้องการในการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้บริหารสถานศึกษา ตามแนวทางการปฏิรูปการศึกษา รายสาระความรู้ จำแนกตามประสบการณ์ วุฒิการศึกษา และขนาดของโรงเรียนพบว่า ส่วนใหญ่มีความต้องการในการพัฒนาไม่แตกต่างกัน ยกเว้นบางสาระความรู้มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ดังนี้

     6.3.1 ผลการเปรียบเทียบความต้องการในการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้บริหารสถานศึกษา ตามแนวทางการปฏิรูปการศึกษา รายสาระความรู้ จำแนกตามประสบการณ์ พบว่า มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ในสาระความรู้ องค์ประกอบของการประกันคุณภาพการศึกษา และที่ระดับ .01 ในสาระความรู้มาตรฐานการศึกษา และหลักการประชาสัมพันธ์

     6.3.2 ผลการเปรียบเทียบความต้องการในการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้บริหารสถานศึกษา ตามแนวทางการปฏิรูปการศึกษา รายสาระความรู้ จำแนกวุฒิการศึกษา พบว่า มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05  ในสาระความรู้ เทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ

     6.3.3 ผลการเปรียบเทียบความต้องการในการพัฒนาสมรรถนะหลักของผู้บริหารสถานศึกษา ตามแนวทางการปฏิรูปการศึกษา รายสาระความรู้ จำแนกตามขนาดของโรงเรียน พบว่า มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ในสาระความรู้ การวางแผนและประเมินผลการนิเทศการศึกษา สถิติและคอมพิวเตอร์เพื่อการวิจัย  การบริหารความขัดแย้ง บทบาทผู้บริหารในการประกันคุณภาพการศึกษา  และเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการศึกษา  และที่ระดับ .01 ในสาระความรู้หลักและแนวคิดเกี่ยวกับการนิเทศ  กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานธุรการ การเงิน พัสดุและอาคารสถานที่  การจัดวางระบบควบคุมภายใน เทคนิคการบริหารจัดการสภาพแวดล้อม การสร้างแรงจูงใจในการพัฒนางาน การสร้างขวัญกำลังใจบุคลากร เทคนิคการให้คำปรึกษาและการแก้ไขปัญหา  การสรรหาบุคลากรที่มีประสิทธิภาพ   คุณธรรม จริยธรรม  ค่านิยม  และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ระบบการดูแลช่วยเหลือผู้เรียน การจัดกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียน หลักการและกระบวนการประกันคุณภาพการศึกษา  การประกันคุณภาพภายในและภายนอก หลักการประชาสัมพันธ์  และกลยุทธ์การสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน