addiction

Addiction

ความหมายของสารเสพติด (Substance)

     องค์การอนามัยโลก (World Health Organization : WHO) ให้ความหมายว่า สารเสพติด หมายถึงสิ่งที่เสพเข้าไปแล้วจะเกิดความต้องการทั้งทางร่างกายและจิตใจต่อไปโดยไม่สามารถหยุดเสพได้ และจะต้องเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดจะทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่อร่างกายและจิตใจขึ้น

     องค์การสหประชาชาติ  ให้ความหมายว่า สารเสพติด หมายถึง สารใด ๆ ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติหรือได้จากธรรมชาติ หรือจากการสังเคราะห์ที่มีผลต่อจิตใจและระบบประสาท

พฤติกรรมการเสพติด

    องค์การอนามัยโลก ได้กำหนดความหมายของคำว่า พฤติกรรมการเสพติด (Dependence) หมายถึง การที่ชอบทำพฤติกรรมอย่างหนึ่งอย่างมาก จนไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมการนั้น ๆ ของตนได้ เพราะพฤติกรรมมีผลตอบแทนที่ส่งเสริมความพอใจ แม้ว่าการกระทำนั้นจะก่อให้เกิดผลเสีย จนอาจติดพฤติกรรมเหล่านั้นได้ เช่น การพนัน การเล่นเกม เพศ สารเสพติด เป็นต้น 

เกณฑ์การวินิจฉัยการเสพยาเสพติด

     องค์การอนามัยโลก ได้ให้นิยามของภาวะที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดไว้ ดังนี้

     1. การใช้ยาในทางที่ผิด (Harmful use , abuse)  หมายถึง การใช้ยาเสพติดในลักษณะที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ ทั้งด้านร่างกายหรือด้านจิตใจ เช่น ภาวะซึมเศร้าจากการดื่มสุราอย่างหนัก

     2. การติดสารเสพติด (Dependence)  หมายถึง ภาวะผิดปกติทางด้านพฤติกรรม สติปัญญาความคิดอ่าน และระบบสรีระร่างกาย ซึ่งเกิดภายหลังจากการใช้สารเสพติดซ้ำ ๆ  และมีอาการต่าง ๆ ดังนี้ร่วมด้วย

         (1) มีความต้องการอย่างรุนแรงที่จะใช้สารตัวนั้น ๆ

         (2) มีความยากลำบากในการควบคุมการใช้ทั้งปริมาณและความถี่

         (3) ยังคงใช้สารนั้นต่อไปทั้ง ๆ ที่รู้ว่าจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย

         (4) หมกมุ่นอยู่กับการใช้สารเสพติดมากกว่าการทำกิจกรรมอื่นที่สำคัญกว่า

         (5) มีอาการดื้อยา คือ ต้องเพิ่มปริมาณการใช้ เพื่อให้ได้ผลเท่าเดิม

         (6) เมื่อหยุดใช้ยาจะเกิดอาการขาดยาหรืออยากยาทางร่างกาย (Physical Withdrawal Stage)

 ประเภทของยาเสพติด

     องค์การอนามัยโลก แบ่งสารเสพติดออกเป็น 9 ประเภท ดังนี้

          1. สุรา (Alcohol) เช่น เหล้า เบียร์ วิสกี้ ไวน์

          2. ฝิ่นและอนุพันธ์ของฝิ่น (Opioid) เช่น มอร์ฟีน เฮโรอีน

          3. กัญชา (Cannabis)

          4. ยากล่อมประสาทและยานอนหลับ (Sedatives Hypnotics) เช่น เชคโคนาล แวเลี่ยม ไดอะชิเพม โรฮิพนอล

          5. โคเคน (Cocaine)

          6. สารกระตุ้นประสาทอื่น ๆ เช่น ใบกระท่อม ยาบ้า รวมถึงกาแฟ

          7. สารหลอนประสาท (Hallucinogen) เช่น LSD ยาอี เห็ดขี้ควาย (เห็ดเมา) ลำโพง

          8. สารระเหย (Inhalant)

          9. บุหรี่ (Tobacco)

โรคสมองติดยาเสพติด

     กลไกการเสพติดเป็นกลไกตามธรรมชาติของร่างกาย เพื่อให้เกิดการแสวงหาสิ่งซึ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ เช่น อาหาร นํ้า เพศสัมพันธ์ และการดูแลเอาใจใส่ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งเร้าหรือกระตุ้นความพอใจ โดยสมองมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมต่าง ๆ  เพื่อให้ร่างกายได้รับสิ่ง เหล่านี้อย่างต่อเนื่องสมํ่าเสมอ  สมองส่วนที่ทำหน้าที่ดังกล่าว เรียกว่า “สมองส่วนควบคุมความพอใจ” ตัวส่งผ่านสัญญาณประสาทในสมองส่วนนี้ เรียกว่า “โดปามีน”

     ยาเสพติด คือ สารซึ่งออกฤทธิ์ต่อต่อการทำงานของสมองส่วนที่ควบคุมความพอใจ     ทำให้เกิดการพอใจต่อการใช้ยาและติดยาในที่สุด การทดสอบฤทธิ์ในทางเสพติดของยา  ทำได้โดยใช้หนูเป็นสัตว์ทดลองและดูว่าหนูมีพฤติกรรมการฉีดยาซํ้า ๆ ให้ตนเองหรือไม่  เมื่อฉีดยาเสพติดเข้าสมองหนูในส่วนควบคุมความพอใจ ยาจะกระตุ้นให้หนูมีพฤติกรรมเสพติดเกิดขึ้น หนูจะมีพฤติกรรมฉีดยาเข้าตนเอง แต่ถ้าฉีดยาเข้าที่สมองส่วนอื่น หนูจะไม่แสดงพฤติกรรมฉีดยาเอง ในทำนองกลับกันสามารถใช้การทดลองนี้เพื่อศึกษาว่า สมองส่วนใดบ้างที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมความพอใจ และ เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมแสวงหาความพอใจจนเกิดการเสพติดขึ้น

สถานการณ์ปัญหายาเสพติด

     จากการรายงานของสำนักงานสหประชาชาติว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรม (United Nations Office on Drug and Crime: UNODC) (2009) รายงานว่าในปี 2550 มีประชากรโลกที่มีอายุ 15-64 ปี เคยใช้สารเสพติดอย่างใดอย่างหนึ่งมาแล้วประมาณ 172 - 250 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 4.05 – 5.77 ของประชากรโลกในกลุ่มอายุเดียวกัน และพบว่าสารเสพติดที่ใช้มากที่สุด คือ กลุ่มแอมเฟตามีน (Amphetamine) และเมทแมเฟตามีน(Methamphetamine) ถึงร้อยละ 80.6  รองลงมา คือ กลุ่มที่ถูกนำมาใช้เพื่อปรับอารมณ์และอื่นๆ ร้อยละ 19.4 ซึ่งมีการแพร่ระบาดในหลายประเทศกระจายไปทั่วโลก

     สำหรับในประเทศไทย สถาบันทางวิชาการได้ศึกษาความชุกของการใช้สารเสพติดในกลุ่มประชาชนที่อายุระหว่าง 12-65 ปี จำนวน 10 ชนิด ประกอบด้วย พืชกระท่อม กัญชา ฝิ่น ยาอี/ยาเลิฟ ยาเค โคเคน ผงขาว/เฮโรอีน สารระเหย ยาบ้าและไอซ์ โดยการสำรวจประชากรในปี 2551 พบว่า มีคนเคยใช้สารเสพติดชนิดใดชนิดหนึ่งจำนวนประมาณ 2 ล้าน 6 แสนคน  ใช้สารเสพติดชนิดใดชนิดหนึ่งใน 1 ปี และ 30 วันก่อนสัมภาษณ์ จำนวนประมาณ 6 แสน 5 พันคน  และ 4 แสน 5 พันคน ตามลำดับ  โดย สารเสพติดที่เคยใช้ 3 อันดับแรก ได้แก่ กัญชา กระท่อม และยาบ้า คิดเป็นอัตราต่อพันประชากร 32.6 , 23.2  และ 17.5 ตามลำดับ และสารเสพติดที่มีผู้รายงาน “เคยใช้”   ในปี 2551 สูงกว่าปี 2550 ได้แก่ กระท่อม กัญชา ยาบ้า ไอซ์ ยาเค และโคเคน

 

****************************