ความสุขคือการทำงาน ทำงานให้คนอื่นเขา
ความสุขที่เกิดขึ้นมามันสำเร็จ แล้วเรามีความสุข
เห็นไหม... แม้กระทั่งตั้งแต่ร่างกาย
จนกระทั่งการกระทำของเราไปเพื่อคนอื่น
ผลที่สุดสิ่งที่เราได้รับนั้นคือความสุข
ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล
(จาก หนังสือหลักธรรม หลักทำตามรอยพระยุคลบาท)
วันที่ 28 กรกฎาคม 2553
ผมมีโอกาสเข้าร่วมประชุม "มหกรรมแสดงผลงานวิชาการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ " โดยภาคเช้ามีการบรรยายธรรมของ หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท ท่านมีตำแหน่งพระธรรมฑูตระหว่างประเทศ ในหัวข้อ " งานได้ผล...คนมีสุข"
หลวงพ่อเล่าว่า การบรรยายครั้งนี้ อย่าหวังอะไรมากนั้น เพราะไม่ใช่อาหารกระป๋อง หรืออาหารสำเร็จรูป ที่พร้อมเข้าปากแล้วอิ่ม ถ้ามีประโยชน์ทุกท่านต้องไปทบทวน เพื่อเกิดปัญญา เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
"งานได้ผล...คนมีสุข" คำนี้ ตอนนี้ อาจพวกเราทุกคนอาจมีความคิดกลับกัน
"งานได้ผล...คนมีทุกข์"
คนทำงานสาธารณสุข พัฒนาสุขภาพให้ผู้อื่นมีสุข แต่พวกเรามีความสุขกันหรือยัง ความสุขกับความทุกข์เป็นสิ่งเดียวกัน แยกกันไม่ออก เป็นสิ่งเดียวกัน แต่อยู่คนละขั้ว แล้วอะไรหล่ะอยู่ตรงข้าม "ไม่สุข" "ไม่ทุกข์"
งานได้ผล ได้เงิน ไม่ได้สุขก็ได้ แต่... เราจะเกิดภาวะเบื่องาน เกิดโรคกระเพาะอาหาร ภูมิแพ้ โรคหัวใจ และเครียด ได้
เราไม่มีสุข ไปทำงานให้ผู้อื่น เราอาจจะทำบาปเสียเอง เพราะไปบริการเขาไม่ดี พูดจาไม่ไพเราะ อาจเกิดการฟ้องร้อง หรือกระทบกระทั่งกันได้
ทุกข์กาย เป็นผลสุดท้าย ทุกข์ใจ เป็นผลกลาง ทุกข์ทางวิญญาณ (รัก โลภ โกธร หลง) เป็นเหตุผลต้น
หลวงพ่อ เล่าว่า โรคทางกายของเรา เกิดจากสาเหตุ 4 ประการ
1. กรรม การเกิดอุบัติเหตุ ทำงานมาก ขาดการพักผ่อน "เป็นกรรม" ทำให้เกิดโรค
2. จิต ความคิดไม่จำกัด คิดมาก เกิดขยะทางจิต ไม่ได้ทิ้งขยะสักที คนเราตั้งแต่ตื่นนอนขึ้นมา คิดกี่เรื่อง นับไม่ได้ ขยะในใจเกิด สะสมไว้ ทำให้เกิดความเครียด ความโกธร ทำให้เซลล์ในร่างกาย ก่อให้เกิดมะเร็งได้
3. อตุ คือ บรรยากาศ พลัง อากาศ รอบตัวเราและภายในใจ พลังภายใน เกิดกำลังใจ พลังภายนอก เกิดกำลังกาย รวมถึง การกำหนดลมหายใจเข้าออก
4. อาหาร การกินไม่ดี พฤติกรรมการกินการอยู่ กินอาหารขยะ ไม่ชอบทานผัก ผลไม้ และดื่มน้ำ ก็ทำให้เกิดโรคได้
การทำงานอย่างมีสติ ทำให้ " งานได้ผล...คนมีสุข"
จึงมาแจก ต้นกล้าแห่งสติ ต้องมีสติรู้ตัวอยู่ทุกขณะ
การเจริญสติมีหลายรูปแบบ มีทั้งยืน นั่ง นอน หลับตา และลืมตา
แต่วันนี้ จะบอก วิธีการเจริญสติแบบรู้สึกตัว...มีท่าทาง...และลืมตา
มีทั้งหมด 14 ท่า ของ หลวงพ่อเทียน จิตตสุโภ
เคยสังเกตพระพุทธรูปไหม องค์ไหนที่หลับตา
ไมมี มีแต่ลืมตา " ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน"
สติไม่ใช่การสงบ แต่ "ตั้งมั่น" "ผ่องใส" "คล่องตัว"
และสมาธิ ไม่ใช่จะนั่งหลับตา
ดังนั้น กายกับใจ แยกกันไม่ออก
" งานได้ผล...คนมีสุข" คนทำงานต้องฝึกสติ สมาธิ วิปัสสนา
นำไปปฏิบัติในการทำงาน ในทุกขณะ
ต้องรีบทำก่อน...ให้มีสติ
เริ่มใส่สติ...ในการทำงาน...ในทุกขณะการก้าวเดิน...พูด...นั่ง...นอน
ธรรมะ ไม่เกี่ยวกับเวลา
แต่เกี่ยวกับสัมมาทิฐิ
ไม่ใช่มิจฉาทิฏฐิ...
" ...ใช่เลยครับหลวงพ่อ " งานได้ผล...คนมีสุข"
คนเราต้องมีสุขก่อน ค่อยไปมอบความสุขต่อคนอื่น ๆ ได้
สุขต้องมาจากการมีสุขภาพกาย ทางใจ และสุขทางวิญญาณ
และเมื่อจะทำอะไร ๆ ในทุกขณะต้องมีสติ...
เปี่ยมสุขมากครับ ในวันนี้ และกับทุก ๆ วัน..."
ในงานนอกจาก มีเวทีบรรยายายวิชาการแล้ว
ยังมีการนำเสนอผลงานวิชาการ การจัดการความรู้ นวัตกรรม
และการจัดนิทรรศการของเครือข่ายสุขภาพด้วยครับ
**********

ช่วยลบด้านบนให้ด้วยค่ะ
พี่บอกว่า คนเราถ้ารักตัวเองเป็น จึงจะรักคนอื่นได้
สวัสดีวันแม่ ในวันหยุดยาวๆๆเช่นนี้
ขอบคุณพี่แก้วมากครับ
ตอนนี้กำลังเกิดทุกข์ในใจ เพราะงานล้นมือ รู้สึกตัวเองเข้าไปยุ่งทุกงาน แต่ที่ดีใจคือ วันนี้ได้อ่านบันทึกดีๆ ได้ย้อนมองใจตัวเอง นั่งลงสะสางไปเรื่อยๆ เรื่องต่างๆคงคลาย
ขอบคุณ พี่อุ้มบุญ ครับ
เป็นกำลังใจให้นะครับ
หากงานนั้น เรามีส่วนร่วม เราเห็นคุณค่า เป็นงานที่ท้าทาย งานยิ่งเกิดผลยิ่งมีสุข ตรงข้าม หากเป็นงานจำเจ โดนบังคับ งานยิ่งเกิดผลยิ่งมีทุกข์