...การป้องกันแผลร้อนในที่ดีที่สุดกว่าการรักษาด้วยยาขนานใดๆก็คือ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ...

 

แผลในปาก หรือที่คนจีนชอบเรียกว่าเป็นอาการ “ร้อนใน” นั้น

แม้จะไม่ได้เป็นอะไรที่ร้ายแรง คอขาดบาดตาย

แต่ก็สร้างความทุกข์ทรมานใจ ระคายเคืองในใจ

พร้อมๆ ไปกับการระคายเคืองที่แผลในช่วงที่ทานอาหารได้ไม่น้อยทีเดียว

 

ผมเองก็เป็นคนนึงครับที่ถูกภาวะอาการนี้ มาเยี่ยมเยียน

ให้หายคิดถึงอยู่เป็นระยะๆ  แม้จะไม่บ่อยนักก็ตาม

 

พักหลังมานี่ ผมเคยสังเกตตัวเองดู ก็จะพบว่า

ในช่วงที่พักผ่อนน้อย นอนน้อย 

มักจะมีอาการปรากฏให้เห็น

มันจะเริ่มจากการที่เวลาเคี้ยวอาหาร

แล้วเผลอไผลโดยไม่เจตนา เอาฟันไปขบกับปากตัวเองเข้า

ซึ่งมันอาจเป็นการทำงานที่ผิดพลาดของระบบสมองสั่งการ

หรือระบบประสาทอัตโนมัติอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ๆ

ที่รวนไป อันเนื่องมาจากการพักผ่อนที่น้อยกว่าที่ควรจะเป็น

และก็เป็นที่น่าสังเกตว่า

ในยามภาวะที่เราพักผ่อนปกติ นอนหลับเพียงพอนั้น

อาการของเคี้ยวอาหารที่ผิดพลาดจนเผลอไปกัดปากตัวเองนั้น

แทบจะไม่ปรากฏให้เห็นเลย

 

และหลังจากที่ได้รอยช้ำเล็กๆ จากฟันที่มาขบเข้ากับปากอันอ่อนนุ่ม

เพียงวันสองวันหลังจากนั้น ก็จะปรากฏเป็นจุดสีขาวๆ

และวงแผลสีขาวก็จะเริ่มขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ  และเมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง

ก็จะค่อยๆ  หดเล็กลงจนหายไปในที่สุด

ครั้งสุดท้ายเท่าที่ลองปล่อยให้หายเองโดยไม่ทายาใดๆ นั้น

จำได้ว่า ประมาณ 7-10 วัน จึงจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่รำคาญใจ เพราะความแสบแผลมากเอาการอยู่

 

เมื่อก่อนนั้น ผมชอบทายาจีนแก้แผลในปาก

ซึ่งมักมีลักษณะเป็นผง  ก็ได้ผลดีพอประมาณ

ต่อมาก็มีคนแนะนำยา Kenalog ให้

มีลักษณะเป็นเจลเหนียวๆ เคลือบแผลไว้

ก็ได้ผลดีเหมือนกัน 

แต่ปัจจุบันนี้ยาตัวนี้เลิกผลิตไปแล้ว

ไม่ว่ารู้ด้วยสาเหตุอันใด

พักหลังก็มีคนแนะนำยาคาร์มิลโลซาน-เอ็ม ให้

ซึ่งเป็นเสปรย์น้ำใสๆ สีน้ำตาล ใช้ฉีดพ่นบริเวณที่เป็น

ซึ่งพอโดนเข้าไป ก็แสบน้ำตาแทบไหล

แต่ความรู้สึกบอกว่า ยาตัวนี้ท่าจะดี

ที่ข้างขวดเขียนบอกว่าสกัดจากสมุนไพรหลายชนิด

แม้จะเป็นยาฝรั่งก็ตาม 

แถมกลิ่นก็ยังหอมแบบสมุนไพรอีกด้วย

 

แต่ข้อเสียของยาคาร์มิลโลซาน-เอ็ม ก็คือ

มันเป็นน้ำใสๆ  ยาไม่ติดแผล พ่นได้แป๊บเดียวก็กลืนลงคอไปแล้ว

ทำให้ใครที่ใช้ยาตัวนี้ก็ต้องพ่นกันบ่อยๆ  วันละหลายครั้ง

ซึ่งบางทีก็ไม่สะดวก

 

ด้วยความที่ผมเคยใช้ยา Kenalog มาก่อน

จึงทราบคุณสมบัติของยาตัวนี้ว่ามันเป็นเจลพิเศษ

ที่หากทาแผลแล้วมันจะเกาะแผลอยู่ได้นาน

บางทีตื่นเช้าขึ้นมาก็ยังมีรอยคราบยาเกาะอยู่เลยครับ

 

และผมก็ได้ทดลองใช้คุณสมบัติพิเศษของยาสองชนิดนี้

มาผสมโรงกันเพื่อรักษาแผลร้อนใน

 

แม้ว่าปัจจุบันยา Kenalog จะเลิกผลิตไปแล้ว

แต่ในบ้านเราก็มียาในประเภทเดียวกัน

แต่เป็นยี่ห้ออื่น ผลิตขายอยู่

ซึ่งร้านขายยาแถวบ้านผมเคยแนะนำยา ออราคอร์เทีย

อันเป็นยาที่ผลิตในเมืองไทยให้

ราคาก็ไม่แพงครับ ซองละ 10 บาท ใช้ได้หลายครั้งอยู่

(ถ้าเป็น Kenalog ที่เป็นยานอกจะแพงกว่านี้มาก)

 

ผมเริ่มทดลองด้วยการใช้เจลยา ออราคอร์เทีย

ทาที่ปากบริเวณที่ร้อนใน  ซึ่งเจลเหนียวๆ แบบ Kenalog

ก็จะเกาะไปที่แผลร้อนในได้เป็นอย่างดี

แล้วจากนั้นก็ใช้คาร์มิลโลซาน-เอ็ม ฉีดพ่น

ไปที่เจลยาที่เราป้ายคลุมแผลไว้

และพวกยาเจลตระกูลนี้จะมีคุณสมบัติพิเศษอีกอย่างคือ

ตัวเจลยามันจะดูดซับน้ำได้ดี

ดังนั้นมันจึงดูดเอาน้ำยาคาร์มิลโลซาน-เอ็ม เก็บเข้าไว้ในตัวเจลได้

และด้วยคุณสมบัติพิเศษของเจลนี้เอง

ที่ทำให้สรรพคุณของยาน้ำคาร์มิลโลซาน-เอ็ม นั้น

คงอยู่ออกฤทธิ์รักษาแผลได้ติดทนนานขึ้น

 

ซึ่งผลจากการทดลองรักษาแผลร้อนในด้วยยาสูตรนี้มาหลายครั้ง

ผมก็พบว่า ระยะเวลาเฉลี่ยในการเป็นแผลร้อนในแต่ละครั้ง

จะลดลงเหลือ 3-4 วัน  ซึ่งสำหรับตัวผมเอง

ก็ประทับใจมากกับผลการรักษาของยาสูตรผสม

คาร์มิลโลซาน-เอ็ม + ออราคอร์เทีย  นี้

ซึ่งข้อดีอีกประการหนึ่งก็คือ

ใช้เพียงแค่วันละหนึ่งครั้ง ทาแผลตอนก่อนนอนเท่านั้นเองครับ

ไม่ต้องทาวันละหลายๆ เวลาเหมือนตัวยาอื่นๆ

เหตุที่ผมบอกว่าทาเพียงวันละครั้งนั้น

ก็เนื่องจาก ขั้นตอนการทา มันจะยุ่งยากพอสมควร

เพราะต้องอยู่หน้ากระจก ทาเจลออราคอร์เทียก่อน

แล้วก็ฉีดพ่นคาร์มิลโลซาน-เอ็ม ทับอีกที

ทาตอนก่อนนอนแล้วหลับไปเลยก็

ยังไม่เคยลองทามากกว่านี้เลยครับ

 

ในขณะที่เขียนอยู่นี่ ผมก็กำลังเป็นแผลร้อนในอยู่เช่นกันครับ

เป็นแผลมาเป็นวันที่สองแล้ว 

ก็เหมือนเดิมครับ  เกิดจากนอนน้อยก่อน

แล้วก็เผลอไปกัดปากตัวเองเข้า

แต่อาการปัจจุบันนี้ก็เริ่มดีขึ้น

คิดว่าหลังจากเขียนบอกเล่าเรื่องนี้เสร็จ

แล้วไปทายาสูตรนี้อีกซักครั้งก่อนนอน

พรุ่งนี้ก็น่าจะสบายแล้ว

 

เมื่อทดลองใช้แล้วเวิร์ค

เลยอยากจะบอกเล่าเรื่องราวที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์

กับใครหลายๆ คน  ที่ชอบเป็นแผลร้อนในบ่อยๆ

ลองดูนะครับ คิดว่าไม่น่ามีผลอันตรายใดๆ

เพราะตัวยาทั้งสองตัวนั้น

ก็มีขายอยู่ตามท้องตลาดหาซื้อได้ที่ร้านขายยาทั่วไป

และใช้รักษาแผลร้อนในอยู่แล้ว

เพียงแต่สูตรยาผสมสูตรนี้

เป็นการเอาคุณสมบัติเด่นของยาทั้งสองมารวมกันเท่านั้นเอง

คาร์มิลโลซาน-เอ็ม ก็ตกประมาณ 160 บาท

ออราคอร์เทีย ก็ซองละ 10 บาทเองครับ

 

หากใช้แล้วได้ผลหรือไม่ได้ผลอย่างไร

ก็ช่วยกลับมาบอกเล่าเป็นข้อมูลยืนยันบ้างก็ดีครับ

สุดท้ายนี้คิดว่าการป้องกันแผลร้อนในที่ดีที่สุดกว่าการรักษาด้วยยาขนานใดๆก็คือ

การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอนั่นเอง

 

สำหรับผม...

ก่อนนอนคืนนี้คงต้องขอตัวไปผสมยาทาแผลร้อนในอีกซักที

หากไม่อยากเป็นร้อนในบ่อยๆเหมือนผม ก็อย่านอนดึกนะครับ

 

ราตรีสวัสดิ์...