"เชฟรอน" บริษัทขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ของสหรัฐ เตรียมย้ายศูนย์ปฏิบัติการบนฝั่งจาก จ.สงขลา ไปตั้งที่ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เผยอยู่ระหว่างศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม อ้างที่ตั้งเดิมอ่อนไหวต่อสถานการณ์ใต้ ด้านเอกชนพื้นที่สงขลาหวั่นกระทบเศรษฐกิจ

เชฟรอนหนีไฟใต้ย้ายฐานเข้านครศรีฯ

« เมื่อ: ธ.ค. 15, 07, 09:03:42 »
 

"เชฟรอน" บริษัทขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ของสหรัฐ เตรียมย้ายศูนย์ปฏิบัติการบนฝั่งจาก จ.สงขลา ไปตั้งที่ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เผยอยู่ระหว่างศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม อ้างที่ตั้งเดิมอ่อนไหวต่อสถานการณ์ใต้ ด้านเอกชนพื้นที่สงขลาหวั่นกระทบเศรษฐกิจ

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : แหล่งข่าวระดับสูงในบริษัท เชฟรอน ประเทศไทย (จำกัด) เปิดเผยว่า บริษัทเชฟรอนมีแผนจะย้ายฐานปฏิบัติการบนฝั่งจาก จ.สงขลาไปยังแนวตะเข็บ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ภายในปี 2553 โดยแผนดังกล่าวมีการเตรียมพร้อมมานานแล้ว ส่วนสาเหตุเนื่องจากพื้นที่ใหม่อยู่ใกล้แหล่งขุดเจาะกลางอ่าวไทยมากกว่า นอกจากนี้ ยังเห็นว่าการย้ายจากพื้นที่เดิม จะมีส่วนช่วยให้ทะเลสาบสงขลาฟื้นตัวได้ดีขึ้น หลังจากที่มีปัญหาสิ่งแวดล้อมมานาน

อย่างไรก็ตาม เชฟรอนกำลังศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ในพื้นที่ตั้งใหม่ หลังจากนั้น จะต้องทำประชาพิจารณ์ ซึ่งเชฟรอนเองได้ให้ความสำคัญกับภาคประชาชน และเอ็นจีโอ

"เหตุผลที่ทำให้เชฟรอนต้องมีการศึกษาพื้นที่ใหม่ เนื่องจากผลทะเลสาบสงขลากำลังวิกฤติ แม้ว่าเชฟรอนมีเพียงท่าเรือขนาดเล็ก บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองภาค 9 แต่ทางบริษัทแม่ก็เกรงว่าจะถูกหยิบยกมาเกี่ยวโยงกับบริษัท นอกจากนี้ พื้นที่จ.นครศรีธรรมราช ก็ใกล้ฐานขุดเจาะมากกว่า ทำให้เสียค่าใช้จ่ายน้อย" แหล่งข่าวกล่าว

นอกจากนี้ มีความเป็นไปได้ว่าการย้ายศูนย์ปฏิบัติการบนฝั่ง อาจเนื่องมาจากเชฟรอนเป็นบริษัทของสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีความอ่อนไหวเรื่องของความปลอดภัย เนื่องจากสงขลาอยู่ในพื้นที่ติดกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ 3 จังหวัด

สำหรับผลกระทบจากกรณีเชฟรอนย้ายฐานปฏิบัติการดังกล่าว จะทำให้รายได้จากภาษีในพื้นที่ลดน้อยลง ขณะเดียวกัน ธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่ร่วมงานกับเชฟรอน ไม่ว่าจะเป็นบริษัทขนส่งอุปกรณ์ ธุรกิจจัดส่งอาหาร แรงงาน ก็จะย้ายตามเชฟรอนไปด้วย ส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจของสงขลา

ทั้งนี้ เชฟรอนมีบทบาททางเศรษฐกิจในพื้นที่จ.สงขลาสูงมาก เฉพาะแรงงานพนักงานบริษัทมีอยู่กว่า 3,000 คน เป็นระดับวิศวกรกว่า 1,000 คน มีเงินเดือนๆ ละ 200,000 บาท ส่วนพนักงานทั่วไปเงินเดือนประมาณ 50,000-60,000 บาท

ด้านนายจำรัส ศรีประสม ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการลงทุนภาคใต้เขต 1 สงขลา กล่าวว่าการที่เชฟรอนย้ายฐานบนบกไปนครศรีธรรมราชนั้น ถือว่าเป็นธรรมดาที่สงขลาจะเสียประโยชน์ แต่พื้นที่ใหม่ก็อยู่ในประเทศไทย จึงไม่น่าจะส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจโดยรวม

"ส่วนจะทำให้เสียบรรยากาศการลงทุนในสงขลานั้น บีโอไอเห็นว่าอาจจะกระทบกับธุรกิจในพื้นที่ อาทิเช่น ผู้ประกอบการที่เคยส่งอาหาร หรือบริษัทที่มีสัญญาร่วมกัน รวมทั้งอพาร์ตเมนต์ โรงแรม ซึ่งธุรกิจเหล่านี้ก็ต้องปรับตัว ด้านผลกระทบกับจีดีพีของจังหวัดก็คงกระทบไม่มาก เนื่องจากรายได้หลักของจ.สงขลานั้น ส่วนใหญ่มาจากยาง ประมง และค้าชายแดน"

ด้านนายบุญโรจน์ แสงหยกกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท นำทรัพย์โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด และอดีตรองประธานหอการค้า จ.สงขลา กล่าวว่า นักธุรกิจในสงขลาได้รับทราบกับข่าวการย้ายฐานปฏิบัติการของเชฟรอนมาระยะหนึ่ง และเตรียมตัวรับมือกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นบ้างแล้ว และเชื่อว่ากรณีนี้จะส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนในพื้นที่พอสมควร เพราะเป็นบริษัทขนาดใหญ่

อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกตว่า การย้ายของเชฟรอนไปยังนครศรีธรรมราชเป็นพื้นที่ที่ภาครัฐกำลังศึกษาจัดตั้งเซาเทิร์น ซีบอร์ด ซึ่งอาจจะมีความพร้อมในการลงทุนสำหรับอนาคต โดยเฉพาะจะเป็นพื้นที่ลงทุนสำหรับอุตสาหกรรมปิโตรเคมี และพลังงาน

ที่มา - กรุงเทพธุรกิจ