พลังงานยันไม่ยกเลิกสัมปทานขุดสำรวจน้ำมันใกล้พื้นที่เกาะสมุย ระบุบริษัทเอกชนยังดำเนินการตามกฎหมายและสิ่งแวดล้อมปกติ มั่นใจไทยไม่มีโอกาสเกินน้ำมันรั่วเหมือนอ่าวเม็กซิโก ด้านกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติเจรจาบริษัทเอกชนเลื่อนหลุมขุดเจาะน้ำมันออกไปอีก 3-5 กิโลเมตร
ข่าวประชาสัมพันธ์ พลังงานงานยันไม่ยกเลิกสัมปทานขุดสำรวจน้ำมัน เสาร์ ที่ 7 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2553
|
| |
พลังงานยันไม่ยกเลิกสัมปทานขุดสำรวจน้ำมันใกล้พื้นที่เกาะสมุย ระบุบริษัทเอกชนยังดำเนินการตามกฎหมายและสิ่งแวดล้อมปกติ มั่นใจไทยไม่มีโอกาสเกินน้ำมันรั่วเหมือนอ่าวเม็กซิโก ด้านกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติเจรจาบริษัทเอกชนเลื่อนหลุมขุดเจาะน้ำมันออกไปอีก 3-5 กิโลเมตร

น.พ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงกรณีชาวบ้านที่เกาะสมุยคัดค้านการเจาะสำรวจปิโตรเลียมของบริษัทเอกชนบริเวณพื้นที่ทางทะเลอ่าวไทยและให้กระทรวงพลังงานยกเลิกสัมปทานแปลงสำรวจดังกล่าวว่า กระทรวงพลังงานไม่สามารถยกเลิกการให้สัมปทานขุดเจาะและสำรวจน้ำมันปิโตรเลียมแก่บริษัทที่รับสัมปทานในทะเลอ่าวไทยได้ เนื่องจากผู้รับสัมปทานไม่ได้กระทำการใดๆ ที่ขัดกับกฎหมายหรือทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างร้านแรง
ส่วนกรณีที่ชาวบ้านกังวลปัญหาน้ำมันรั่วไหลจากการสำรวจขุดเจาะปิโตรเลียมเหมือนที่อ่าวเม็กซิโก สหรัฐฯนั้น ยืนยันว่าไม่มีโอกาสจะเกิดขึ้นกับประเทศไทย เนื่องจากสภาพภูมิศาสตร์และธรณีวิทยาของไทยกับสหรัฐฯต่างกันมาก โดยระยะความลึกในการขุดเจาะของไทยอยู่ระดับ 80 เมตร ขณะที่อ่าวเม็กซิโกมีระดับความลึกถึง 1,550 เมตร ดังนั้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับแทนขุดเจาะน้ำมันของไทยจะสามารถส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปแก้ไขได้ทันที นอกจากนี้พื้นที่ใต้ทะเลของไทยไม่มีแรงดันเพียงพอให้น้ำมันออกมาเองได้ ซึ่งต้องใช้เครื่องดูดน้ำมันขึ้นมา ดังนั้นปัญหาน้ำมันรั่วไหลจึงแทบจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นกับไทยได้
“หากกระทรวงพลังงานยกเลิกการให้สัมปทานขุดสำรวจน้ำมันที่อ่าวไทยทั้งหมด ไทยจะสูญเสียปริมาณน้ำมันที่จะนำมาใช้ในประเทศ 1.2 แสนบาร์เรลต่อวัน ซึ่งส่วนนี้จะต้องชดเชยโดยซื้อจากต่างประเทศเข้ามาแทน และถึงแม้ไทยจะยกเลิกสัมปทานแต่ประเทศเพื่อนบ้านอย่าง เมเลเซีย กัมพูชาและเวียดนามก็ยังดำเนินการขุดเจาะน้ำมันในอ่าวต่อไป”
นายคุรุจิต นาครทรรพ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กล่าวว่า ปัญหาการคัดค้านสำรวจและขุดเจาะน้ำมันปิโตรเลียมของชาวบ้านที่เกาะสมุยนั้น เกิดจากบริษัท NuCoastal(Thailand) ผู้ได้รับสัมปทานสำรวจและขุดเจาะน้ำมันจากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ได้ทำประชาพิจารณ์ครั้งที่ 2 เพื่อประกอบการทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) แต่ถูกคัดค้านจากชาวบ้าน และหากไม่ผ่านขั้นตอนการทำอีไอเอ ทางบริษัท NuCoastal จะไม่สามารถดำเนินการขุดเจาะสำรวจได้ ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทดังกล่าวต้องเสียค่าปรับหากภายในระยะเวลา 3 ปี ไม่ได้ดำเนินการเจาะสำรวจแต่อย่างใด
ทั้งนี้ เบื้องต้นภายในสิ้นปี 2553 ทางบริษัทฯจะต้องเริ่มดำเนินการขุดเจาะให้ได้ 1 หลุม แต่หากยังไม่สามารถดำเนินการได้ถือว่าไม่ปฏิบัติตามแผนงานที่ตกลงไว้ดังนั้นจะต้องชดเชยค่าเสียหายให้ภาครัฐ ดังนั้นหากยังเข้าขุดเจาะไม่ได้จริงจะต้องยื่นเรื่องให้คณะกรรมการปิโตรเลียมพิจารณาไตร่ตรองสาเหตุของความล่าช้าในการดำเนินงาน และจะเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานพิจารณาต่อไป
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้หารือกับบริษัท NuCoastal เพื่อแก้ไขปัญหาเบื้องต้น โดยขอให้ขยับหลุมขุดเจาะน้ำมันออกไปอีก 3-5กิโลเมตร แต่ยังอยู่ภายในแปลงสัมปทาน และให้พิจารณาว่าจะสามารถทำได้หรือไม่โดยไม่กระทบต่อการตรวจวิเคราะห์หรือความเป็นไปได้ที่จะเจอน้ำมัน
สำหรับพื้นที่สัมปทานที่ให้บริษัทเอกชนดำเนินการขุดเจาะปิโตรเลียมในอ่าวไทย ที่อยู่ใกล้กับเกาะสมุย ได้แก่ แปลงสัมปทาน G4/50 ของบริษัท Chevron Petroleum (Thailand) แปลง B3/38 ของบริษัท Salamander Energy(Bualuang) แปลง G6/48 ของบริษัท Pearl Oil(Amata) และแปลง G5/50 NuCoastal(Thailand) โดยแปลงG4ของเชฟรอนนั้นได้ขุดเจาะแล้ว3 หลุม แต่ไม่พบน้ำมัน เหลืออายุสัมปทานอีก 6 ปี ส่วนแปลงG6 สำรวจแล้ว 1 หลุม ไม่พบน้ำมันเช่นกัน ส่วนแปลงB3ขุดเจาะแล้ว 5 หลุม ได้น้ำมัน 9,500 บาร์เรลและแปลงG5ที่มีปัญหาอยู่ในปัจจุบันยังไม่สามารถดำเนินการขุดเจาะได้ โดยยังเหลืออายุสัมปทานอีก 6 ปี และมีพื้นที่ใกล้เกาะสมุยมากที่สุด โดยห่างกันเพียง 42 กิโลเมตร
ที่มา -  http://marinerthai.com
เข้าชม : 11
|