เวทีรับฟังความเห็นทบทวนร่างรายงาน EIA “ชอร์เบสเชฟรอน” เจอม็อบนักศึกษา ชาวบ้าน ผนึกแนวต้าน บุกชูป้ายอย่างถึงพริกถึงขิง สะพัดแจกเงินใส่ซองผู้เข้าร่วมประชุมคนละ 500 บาท เป็นสินน้ำใจในการเสียเวลา แกนนำยันต้องจัดเวทีกลางสาธารณะให้ทุกฝ่ายเข้าร่วมอย่างเต็มที่ เตรียมผนึกกำลังฟ้องร้องศาลปกครองให้ตรวจสอบและระงับโครงการเหมือน 76 โรงงาน ในมาบตาพุด

เชฟรอนเปิดร่าง EIA แจกหัวละ 500 ลดแรงต้านไม่สำเร็จ คนคอนเตรียมฟ้องศาลสั่งระงับ

 

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์    5 สิงหาคม 2553 18:58 น.

นครศรีธรรมราช - เวทีรับฟังความเห็นทบทวนร่างรายงาน EIA “ชอร์เบสเชฟรอน” เจอม็อบนักศึกษา ชาวบ้าน ผนึกแนวต้าน บุกชูป้ายอย่างถึงพริกถึงขิง สะพัดแจกเงินใส่ซองผู้เข้าร่วมประชุมคนละ 500 บาท เป็นสินน้ำใจในการเสียเวลา แกนนำยันต้องจัดเวทีกลางสาธารณะให้ทุกฝ่ายเข้าร่วมอย่างเต็มที่ เตรียมผนึกกำลังฟ้องร้องศาลปกครองให้ตรวจสอบและระงับโครงการเหมือน 76 โรงงาน ในมาบตาพุด
       
       วันนี้ (5 ส.ค.) เมื่อเวลา 13.00 น.ที่บริเวณหอประชุมอเนกประสงค์ หลังที่ทำการ อบต.สระแก้ว อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ได้มีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อการทบทวนร่างรายงานการวิเคราะห์ผล กระทบสิ่งแวดล้อม สังคม และสุขภาพ หรือ EIA โครงการก่อสร้างศูนย์สนับสนุนการปฏิบัติงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในอ่าวไทย บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด
       
       โดยมีนักวิชาการจากบริษัท เชฟรอน บริษัท อีอาร์เอ็ม สยาม จำกัด และ บริษัท ยูไนเต็ด แอนนาลิสต์ แอนด์ เอ็นจิเนียริง คอนซัลแทนท์ จำกัด เช่น นายอนุสิทธิ์ ชมพูกุล, ผศ.ดร.วิลาสินี อโนมาศิริ, นางศุภรัตน์ โชติสกุลรัตน์ เป็นต้น โดยมี ดร.ปิติวงศ์ ตันติโชดก นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช เป็นผู้ดำเนินรายการ ท่ามกลางผู้ที่เข้าร่วมรับฟังทั้งจากกลุ่มที่ให้การสนับสนุน และกลุ่มที่แสดงความเห็นและแสดงออกถึงการต่อต้านรวมประมาณ 1,000 คน โดยบริเวณรอบที่ประชุมนั้นได้มีนักศึกษาและชาวบ้านจากหลายพื้นที่นำแผ่นป้าย ผ้าข้อความที่แสดงการต่อต้านต่างๆ อย่างเผ็ดร้อนเข้ามาติดตั้งจำนวนมาก
       
       ในการชี้แจงนั้นนักวิชาการในแต่ละด้านได้ชี้แจงถึงผลการศึกษาในหลาย มิติ ทั้งในเรื่องของการกัดเซาะชายฝั่ง การทับถมของตะกอน ผลกระทบทางด้านสังคม ด้านสุขภาพ ความปลอดภัยในด้านต่างๆ ที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบ หลังจากนั้น ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนที่เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นและซักถามถึงข้อสงสัย อย่างกว้างขวาง
       
       โดยในการเข้าร่วมเวทีนั้นอยู่ภายใต้การดูแลความปลอดภัยของเจ้า หน้าที่ตำรวจอย่างเข้มงวด และตรวจตราบุคคลที่เข้าไปในบริเวณหอประชุมอย่างเข้มงวด ส่วนเก้าอี้ในที่ประชุมนั้นได้ถูกจัดไว้อย่างเรียบร้อย โดยมีชื่อของบุคคลที่นั่งประจำที่อยู่แล้ว ทั้ง นี้ บริษัทได้จ่ายเงินชดเชยในการเสียเวลาการประกอบอาชีพให้กับชาวบ้านที่เข้า ร่วมรับฟังและแสดงความคิดเห็นรายละ 500 บาท โดยระบุที่หน้าซองว่า ไม่มีผลผูกพันใดๆ ในการแสดงความคิดเห็น สามารถแสดงความคิดเห็นได้โดยอิสระ
       
       อย่างไรก็ตาม ในการต่อต้านของกลุ่มมวลชนต่างๆ นั้น ประกอบด้วย กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง อ.สิชล, กลุ่มอนุรักษ์คลองท่าทน, กลุ่มศึกษาผลกระทบนโยบายสาธารณะ พร้อมทั้งนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้ช่วยกันถือป้ายผ้าเดินเข้ามาแสดงการต่อต้านบริเวณโดยรอบหอประชุม พร้อมทั้งแจกจ่ายจดหมายเปิดผนึกต่อต้านท่าเรือเชฟรอน และให้มีการยุติเวทีดังกล่าวทันทีและเรียกร้องให้เปิดเวทีสาธารณรับฟังความ คิดเห็นอย่างรอบด้านและเป็นกลางอย่างแท้จริง
       
       นายวิน จินดานิล แกนนำกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งอำเภอสิชล เปิดเผยว่า ในการเปิดเวทีครั้ง ถือว่าไม่มีความเป็นธรรม สืบเนื่องจากทุกกระบวนการอยู่ภายใต้ควบคุมของบริษัททั้งสิ้น ข้อมูลบางอย่างไม่ได้ถูกเปิดเผย ดังนั้น เวทีนี้ควรยุติและเปิดโอกาสให้เกิดเวทีสาธารณะขึ้นอย่างแท้จริง และแสดงความเห็นอย่างรอบด้าน โดยภายใต้การจัดการขององค์กรที่เป็นกลาง เช่น สำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยที่ให้บริษัทเชฟรอนเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย
       
       ขณะที่ นางอวยพร บุญพรหม ชาว ม.15 ต.เทพราช อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกกลุ่มอนุรักษ์คลองท่าทน เปิดเผยว่า ชาว บ้านตกอยู่ในภาวะที่ไม่รู้ข้อมูล เคยไปถามว่าเมื่อเชฟรอนเข้ามาได้เขาก็ไม่รู้ ซึ่งประชาชนที่คัดค้านหวั่นเกรงว่า เมื่อเชฟรอนเข้ามาแล้วสิ่งที่ตามที่เชฟรอนตอบไม่ได้ คือ นิคมอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่กำลังเข้ามา และที่สำคัญ คือ เขื่อนคลองท่าทนจะต้องเกิดขึ้นดังนั้นจึงต้องต่อต้าน
       
       ส่วน นายทรงวุฒิ พัฒแก้ว แกนนำกลุ่มศึกษาผลกระทบนโยบายสาธารณะ เปิดเผยว่า ในเมื่อคัดค้านเวทีไม่สำเร็จ มาตรการที่จะดำเนินต่อไปคือการร้องต่อศาลปกครองในเรื่องของความไม่ชอบธรรม โดยจะมีการร่วมมือกับ นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน คือ นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้ฟ้องคดี 76 โครงการมาบตาพุด กลุ่มรักษ์อ่าวไทย (เกาะสมุย) เครือข่ายผลกระทบนโยบายสาธารณะนครศรีธรรมราช จะยื่นฟ้องต่อศาลปกครองในเร็วๆ นี้
       
       ทั้งในส่วนของท่าเรือเชฟรอน และเรื่องสัมปทานปิโตรเลียม กล่าวคือ ในเรื่องของท่าเรือนั้นจะฟ้องในประเด็นที่มีการปล่อยให้กระบวนการ EIA อย่างไม่เป็นธรรม ให้สัมปทานแปลงสัมปทานปิโตรเลียมโดยไม่เป็นธรรม ซึ่งในส่วนหลังนี้จะฟ้องร้อง ทั้ง เชฟรอน นิวคอสตอล และ เพิร์ลออย ในส่วนนครศรีธรรมราช นั้นจะเน้นไปที่ท่าเทียบเรือ