ตื่นเช้าตักบาตรข้าวเหนียวที่เชียงคาน
เสียงสายฝนหล่นเบาๆ มาพร้อมกับละอองเย็นๆของน้ำที่ให้ความชุ่มชื้นที่กระเด็นมาแปะผิวกาย ม่านฝนที่ตกกระหน่ำลงกระทบผืนดินนี้กอบโกยเอาความฉ่ำเย็นและกลิ่นไอดินให้ฟุ้งกระจายไปทั่ว ทำให้"ตะลอนเที่ยว" ที่กำลังเดินทางมุ่งหน้าสู่ อ. "เชียงคาน" จ.เลย พลอยรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าไปด้วย
ทันทีที่มุ่งหมายว่าจะขอเดินทางมาพักผ่อนที่ "เชียงคาน" ในช่วงกลางฤดูฝนแบบนี้ คิดไว้ว่าคงจะเจอเชียงคานในความเงียบสงบ เนื่องจากเป็นที่รู้กันว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเลือกมาที่นี่ในช่วงฤดูหนาวเสียมากกว่า แต่สำหรับ"ตะลอนเที่ยว"แล้วการแสวงหาความสงบไม่พลุ่นพล่านด้วยผู้คนคลาคล่ำ ดูเหมือนจะเป็นจุดประสงค์หลักและการได้มาเยี่ยมเชียงคานช่วงฤดูฝนแบบนี้
|
|
ซึ่งก็เป็นจริงดังคาด ดูเหมือนสายฝนจะไม่ได้ทำให้ความงดงามของเมืองเล็กๆริมฝั่งโขงแห่งนี้ด้อยลงสักนิด ตรงข้ามกลับแปลกเป็นเชียงคานที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา สองเรี่ยรายทางดูเพลินตาไปด้วยต้นข้าวอ่อนๆสีเขียวขจีกำลังแข่งกันเติบโตคับแปลงนา สายลม สายฝนที่หยาดหยดยิ่งด้วยทำให้พวกมันแลดูระริกระรี้ดั่งต้นข้าวเต้นระบำแข่งขันกันในท้องทุ่ง ทัศนียภาพที่กระจ่างตาแบบนี้ เป็นสัญญาณว่าทริปเที่ยวหน้าฝนที่ "เชียงคาน" ของเรากำลังจะเริ่มขึ้นอย่างจริงจังแล้ว
|
|
วันสบาย...ในสายฝน
น่าแปลกที่เวลาในกรุงเทพและที่เชียงคานเท่ากัน หากที่นี่กลับเหมือนเคลื่อนผ่านไปอย่างช้าๆ เลือกมาเชียงคานหน้าฝนยังไม่พอยังมาในวันธรรมดาเสียด้วย ผู้คนที่นี่เลยบางตาเหมือนเชียงคานเป็นของเราแต่ผู้เดียว เรือนไม้ ที่เดี๋ยวนี้หันมาเปิดหน้าร้านค้าขายกันเสียเป็นส่วนใหญ่ ก็มีเปิดบ้างปิดบ้าง แต่ร้านที่เปิดสิ่งหนึ่งที่สังเกตได้คือคนเฝ้าหน้าร้านวัยล่วงเลยเข้าสู่วัยผมสีดอกเลาแกมขาวหรือค่อนไปทางขาวโพลนหลายเจ้าทีเดียว นี่ก็จึงเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของเชียงคานกระมัง ที่มีคนรุ่นปู่ ย่า แสนใจดี มานั่งหน้าบ้านรอต้อนรับเราแบบนี้
|
|
"ตะลอนเที่ยว" ไม่อยากเสียเวลาในการเที่ยวชมเชียงคาน เพียงเพราะอุปสรรคที่เป็นสายฝนเส้นบางๆ จึงเช่าจักรยานออกมาปั่นเล่นริมฝั่งโขง อย่างอ้อยสร้อย มองสายน้ำโขงแหล่งน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตของชาวเชียงคาน ที่ฤดูกาลนี้น้ำขึ้นสูง ไหลไปด้วยสีขุ่นแดงเป็นสีโอวันติล ก่อนจะปั่นทะลุซอยโน้น โผล่ซอยนี้ (ตามผังเมืองที่ออกแบบอย่างดีคือทะลุได้ทุกซอย) ชมวิถีคนเชียงคาน ว่ากินอยู่กันอย่างไรในวันสบายๆแบบนี้
การเรียนรู้อย่างอย่างหนึ่งที่เห็น คือ ทุกคนอยู่กันอย่างสุขสงบ แม้การเดินทางมาถึงของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ก็ไม่ได้แปรเปลี่ยนอะไรกับผู้คนที่นี่มากนัก ใครเคยทำอะไรก็ทำ ใคร่ค้าอะไรก็ค้า เรียกได้ว่าอยู่กันอยากกลมกลืน ระหว่างของดั้งเดิมและเรียนรู้ที่จะอยู่คู่สิ่งใหม่ๆอย่างพอเพียง
|
|
จะมองคนเชียงคาน ก็คงเหมือนมองบ้านเก่าในเชียงคานนั่นแหละ บ้านเก่าที่บางหลังหลายสิบหลายร้อยปี เคยเงียบเหงาตามกาลเวลา ใครจะคิดว่าวันหนึ่งจะมีผู้คนสนใจเดินทางมาชมกันมากมาย เจ้าของบ้านก็ปรับปรุงภายในบ้านให้ผสานสมใหม่-เก่าลงตัว
ร้านรวงมากมายบนเส้นถนนชายโขง มีให้เอ่ยกันได้ไม่หมด แต่ละร้านก็ตั้งชื่อเก๋ไก๋เข้าบรรยากาศ อย่าง รักเลย จำเลยรัก เฮือนหลวงพระบาง ใช่เลย เป็นต้น แม้ช่วงถนนต้นสายถึงปลายทางจะไม่ยาวมาก แต่เชื่อเถอะว่าด้วยเสน่ห์แบบเชียงคาน จะทำให้คุณหลงรักเดินแล้วหยุด หยุดแล้วเดินเป็นวันๆ
|
|
เชียงคาน เบิกบาน ด้วยพุทธะ
นอกจากเรื่องของถนนสายคลาสสิกที่เต็มไปด้วยบ้านไม้เก่าแล้ว ถ้าไม่ได้เข้าวัดที่เชียงคานก็คงเหมือนเห็นเชียงคานไม่รอบตัว"ตะลอนเที่ยว"จึงมีโอกาสลัดเลาะไปตามวัดต่างๆ วัดแรกที่ไปคือ "วัดท่าคก" วัดที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นที่แม่น้ำโขงเว้นเข้ามาในแผ่นดิน หรือ วังน้ำวน ภาษาพื้นบ้านเรียกว่า คก มีตำนานกล่าวว่า บิดาของพระศรีอรรคฮาต และชาวบ้านช่วยกันสร้างวัดขึ้น เมื่อพ.ศ. 2395 ต่อมาพ.ศ.2410เมื่อพระยาศรีอรรคฮาต อายุได้ 41 ปี ได้สร้างโบสถ์วัดท่าคกขึ้น ด้วยป้องกันกลอุบายของฝรั่งเศสที่คิดจะมาเช่าผืนแผ่นดินสยามเท่าผืนหนังแต่ตักเป็นริ้วได้ยาวมาก ที่เมืองเชียงคาน ไว้เพื่อไว้เก็บสินค้า เพื่อไม่ให้รุกล้ำพื้นที่เข้ามา จึงได้สร้างวัดท่าคกกันพื้นที่เอาไว้
และมาที่วัดซึ่งเป็นเสมือนวัดหลวงของคนเชียงคานอย่างวัด "ศรีคุณเมือง" อยู่ที่ถนนชายโขง ซอย 7 ทางด้านเหนือของตลาดเชียงคาน สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2485 วัดนี้เป็นแหล่งรวมงานศิลปะทั้งแบบล้านนาและล้านช้างดังจะเห็นได้จากโบสถ์ ซึ่งหลังคาลดหลั่นอย่างศิลปะล้านนา ศิลปวัตถุที่สำคัญมีหลายชิ้น เช่นพระพุทธรูปไม้จำหลัก ลงรักปิดทองปางประทานอภัยแบบล้านช้าง นอกจากนี้ในวัดยังมีธรรมาสน์แกะสลักไม้ ลงรักปิดทองทุกด้านที่พนักหลังมียอดคล้ายปราสาท ด้านหน้าโบสถ์มี ภาพจิตรกรรมฝาผนังอยู่เต็มหน้าบัน ภาพทั้งหมดเป็นภาพ นิทานชาดก ชุดพระเจ้าสิบชาติซึ่งวาดขึ้นใหม่แทนของเดิม
|
|
อีกหนึ่งวัดที่คนไปเชียงคานไม่ควรพลาดคือ "วัดมหาธาตุ"แถวถนนศรีเชียงคาน ที่สร้างเมื่อพ.ศ.2197 ที่ภายในอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย พระพุทธรูปไม้ศิลปะแบบล้านช้างและมีภาพวาดจิตรภาพฝาผนังเก่าแก่ที่เริ่มจะหลุดลอกแล้วให้ได้ชมกัน
และกิจกรรมหนึ่งที่ "ตะลอนเที่ยว" หลงรักเชียงคานทวีคูณคือ การที่ได้ตื่นแต่เช้าตรู่ หาซื้อข้าวของมา "ใส่บาตร" พระสงฆ์กัน ประเพณีดั้งเดิมของคนเชียงคานจะนิยมตักบาตรกันด้วยข้าวเหนียวเพียงอย่างเดียวส่วนกับข้าวจะทำไปถวายวัดทีหลัง แต่ใครจะใส่บาตรแบบครบเครื่องเขาก็ไม่ว่ากัน ภาพที่เห็นพระสงฆ์เดินสงบงามเรียงแถวกันว่าแต่ไกล กับภาพการนั่งรอตักบาตรอยู่หน้าบ้านใครบ้านมันของคนเชียงคาน ที่ส่วนใหญ่เลยวัยเกษียณ เป็นภาพที่งดงามเกินคำบรรยายอิ่มอุ่นในความรู้สึกจริงๆ
|
|
เสร็จแล้วก็หาอาหารอร่อยแบบเชียงคาน กินให้อิ่มหนำ ก่อนจะเดินท่องเชียงคานกันอีกครั้ง รอบๆตัวเมืองเชียงคานเองก็มีที่เที่ยวให้ได้ชมความสวยงามกันอยู่หลายแห่ง ที่ "ตะลอนเที่ยว" ชื่นชอบแห่งหนึ่งคือที่ "ภูช้างน้อย" ที่นอกจากจะเป็นที่ตั้งของวัดแล้วบนยอดเขา ยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ "พระใหญ่" ของชาวบ้านที่จากมุมนี้เหมาะเจาะอย่างยิ่ง สำหรับชมวิวของเชียงคานมุมสูง
|
|
จุดชมวิวเชียงคานอีกแห่งหนึ่งนอกเมืองออกไป คือ "ภูทอก" ตั้งอยู่เนินสูงกลางเมืองเชียงคาน เป็นที่ดูทะเลหมอก ชมวิวแม่น้ำโขงและเมืองเชียงคาน ที่ในฤดูฝนและฤดูหนาวจะถูกปกคลุมไปด้วยผ้าห่มหมอก ที่แม้จะอยู่ในพื้นที่ของ TOT แต่นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางขึ้นไปชมได้
ลงจากเขาก่อนกลับเข้าเมืองก็แวะที่ "แก่งคุดคู้" เป็นแก่งหินใหญ่ขวางอยู่กลางลำน้ำโขง ช่วงโค้งของลำน้ำโขงพอดี ทำให้เกิดกระแสน้ำเชี่ยวไหลผ่านแก่ง เสียดายในหน้าน้ำแบบนี้ความงดงามถูกปกปิดไว้เสียมิด ช่วงเวลาที่เหมาะจะชมแก่งคุดคู้จึงต้องเป็น ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม
|
|
"ตะลอนเที่ยว" กลับมาเดินเล่นที่ถนนสายคลาสสิกแบบถนนชายโขงอีกรอบ พลัน...ได้ยินเสียงดนตรีไทยแว่วเข้าหูอย่างไพเราะ หลงเดินตามปานต้องกระแสจิตดังพระสังข์เรียกปลา แง้มบานประตูก้าวเข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง อันเป็นที่มาของเสียงดนตรีไทย จึงได้เห็นว่าเสียงดนตรีเพราะนั้นไม่ใช่อื่นไกล เป็นกลุ่มผู้เฒ่า ผู้แก่ เชียงคาน ที่รวมตัวกันในวันว่างมานั่งร้องรำทำเพลงกัน เหนื่อยจากการเล่นดนตรีก็นั่งพักพูดคุยสนทนากันถึงเรื่องราวแต่ก่อนเก่า ครั้งเป็นหนุ่มสาวของเชียงคาน คนฟังอย่าง "ตะลอนเที่ยว" ก็บอกได้คำเดียวว่าเชียงคานหน้าฝนในหนนี้ ...สุขใจ.
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
สอบถามข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวเพิ่มเติม ที่พัก ร้านอาหาร และการเดินทางสู่เชียงคานได้ที่ ททท. สำนักงานเลย โทร. 0-4281-2812
อ้างอิงจาก
http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9530000111370
เคยไปเที่ยวครั้งหนึ่ง อยู่ในความทรงจำตลอดเลย
น่ากลับไปเที่ยวอีกครั้ง สองครั้งนะครับ
การได้เห็น ได้สัมผัส แม้เพียงภาพและถ้อยคำในบันทึก ทำให้เช้านี้เป็นวันที่สดใสต้อนรับ "วันแม่" ดวงใจในชีวิตของลูกๆ
ขอบคุณมากนะคะ