ชีวิตที่พอเพียง : ๑๐๕๖. ควงสาวเที่ยวสวน (๑)


          สวนนี้คือ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ เชียงใหม่    ที่ก่อสร้างเสร็จตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ และเป็นที่จัดงานพืชสวนโลกอันลือลั่น   แต่ผมไม่เคยไปเลย ไม่ว่าตอนมีงานหรือตอนไม่มีงาน   จึงนัดกับสาวน้อยล่วงหน้าไว้ ๓ – ๔ เดือน   ว่าจะไปเที่ยวกันในวันศุกร์ที่ ๒๓ ก.ค. ๕๓   ซึ่งเป็นวันก่อนประชุมสภา มช. ๑ วัน   เรากะว่าจะไปเที่ยว ๒ วัน   คือวันที่ ๒๓ กับ ๒๕  

          เดิมเรากะจะไปเที่ยวแต่เช้า   แต่การบินไทยเขางดเที่ยวเช้ามืด   เราจึงต้องไปเที่ยว ๗.๔๕ น.   และหลังจากเช็คอินที่โรงแรมแคนทารี ฮิลล์ แล้ว   คุณชัยรัตน์ โชเฟอร์ของ มช. ก็พาเราไปถึงอุทยานหลวงราชพฤกษ์เวลา ๑๐.๓๐ น.   ซึ่งเป็นช่วงที่แดดเปรี้ยง     

          เนื้อที่เกือบ ๕๐๐ ไร่  สร้างอย่างอลังการสุดสุด   แต่น่าเสียดายที่เน้นอลังการไม่เน้นความมีชีวิตชีวา    สวนนี้จึงมีชีวิตเฉพาะตอนจัดงานเท่านั้น    ตอนไม่มีงานก็ดูเหงาๆ โรยๆ ชอบกล   ทั้งๆ ที่มีการลงทุนโครงสร้างหลายอย่างไว้ดีมาก   ผมถามเจ้าหน้าที่ที่ประตูเข้า ว่ามีคนมาเที่ยวมากไหม   เขาบอกว่าวันธรรมดาคนน้อยมาก   ผมถามว่าสัก ๒ – ๓ ร้อยได้ไหม   เขาบอกว่าถ้ามีทัวร์มาก็ได้   แสดงว่าคนน้อยมากจริงๆ   และผมไปเที่ยวระหว่าง ๑๐.๓๐ – ๑๔.๓๐ น. ก็พบว่าคนน้อยมากจริงๆ   แถมอาหารเที่ยงก็ไม่มีบริการ    เราต้องออกไปหากินใกลๆ ที่ร้านเฮือนเพ็ญ ๒   ที่สาวน้อยเขาหมายตาไว้   เพราะอ่านจากข้อเขียนของ พลเอกโอภาส โพธิแพทย์ ในต่วย’ตูน

          ผมจึงเข้าไปอ่าน เว็บไซต์ เพื่อดูว่าเขามีวัตถุประสงค์อะไรแน่   อ่านแล้วผมก็มีมติว่า ทีมจัดการหน่วยงานนี้ยังตีโจทย์ไม่แตก   ยังทำงานแบบราชการอยู่  ยังเน้นความสวยงามแบบหรูหราอลังการของสถานที่   ไม่ได้เน้นเป้นศูนย์เรียนรู้ที่แท้จริง   ซึ่งถ้าเป็นศูนย์เรียนรู้การจัดการ และบรรยากาศในวันศุกร์ และเป็นช่วงนักเรียนเปิดเทอมต้องไม่ใช่อย่างที่ผมเห็น    แต่ข้อคิดเห็นของผมนี้ อาจเป็นความเห็นที่ผิดพลาดเสียเอง   เพราะทางอุทยานไม่ต้องการให้เป็นที่เรียนรู้ของเด็กนักเรียนก็ได้

          ที่น่าแปลกใจก็คือ ตรงที่ขายตั๋วและทางเข้า ไม่มีเอกสารแนะนำวิธีเข้าชมแจกเลย   เราไปได้จากการเข้าไปในอาคารศูนย์ประชุมและนิทรรศการ    ซึ่งลักษณะคล้ายตึกร้าง    ตรงบริเวณเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ไม่มีคนอยู่   แต่มีแผ่นพับแนะนำอุทยานฯ และข่าวประชาสัมพันธ์บัตรเดียว...เที่ยวอุทยานหลวงราชพฤกษ์ได้ตลอดปี   วางไว้ให้หยิบได้

          ผมสรุปกับตนเองว่าสถานที่นี้เน้นการจัดแสดง   ไม่เน้นการให้ความรู้   และเน้นให้คนมาเที่ยวจริงๆ ตอนมีงาน   คนบ้าอย่างผมมาเที่ยวจึงไม่จุใจ    แต่ผมก็ชื่นชมเจ้าหน้าที่ของรถนำเที่ยวที่มีอัธยาศัยดี   และทำงานตรงเวลาดี คือรถออกทุกๆ ๑๕ นาที   และมีการให้ข้อมูลแนะนำสถานที่อย่างดีพอสมควร   ผมเดาว่าอาจเป็นเพราะเราเป็นสังคมมุขปาฐะ ทางผู้บริการอุทยานฯ จึงไม่เน้นให้เอกสารแนะนำ    แต่เน้นให้ข้อมูลทางบทแนะนำของเจ้าหน้าที่รถนำเที่ยว

          แต่สาวน้อยเขาแอบมาอ่านบันทึกนี้ และบอกว่า บริการรถนำชมสถานที่เป็นของบริษัทเอกชน   จึงบริการดี 

          ที่น่าชื่นชมอย่างยิ่งคือความสะอาด ระบบแยกขยะ สวนต่างๆ และต้นไม้ที่สวยงาม   แต่ก็มีคนบอกว่าต้นไม้ที่สวยและแปลกจริงๆ ตายไปมากแล้ว  

          แต่ผมก็ไม่เข็ดนะครับ   ยังคิดจะหาโอกาสมาเที่ยวอีก โดยเที่ยวแบบละเลียด ค่อยๆ ดูทีละจุด   กะว่าต่อไปหากการบินไทยมีเที่ยวบินเช้ามืด ผมจะหาโอกาสมาเที่ยวตอนเช้า ที่แดดยังไม่กล้า    และเมื่อหมดแรงหรือแดดร้อนเกิน ก็กลับไปนั่งทำงานที่โรงแรม   การเที่ยวแบบนี้ต้องมาคนเดียว สาวน้อยเขาไม่เอาด้วย  

          ผมกลับไปดูรูปที่ถ่ายไว้ ก็เกิดความรู้สึกว่าผมได้รับสิทธิพิเศษมากในวันนี้ ที่ได้ถ่ายรูปสถานที่ต่างๆ อย่างจุใจ ไม่มีคนพลุกพล่านทำให้เสียความสงบและอลังการของสถานที่   ในเกือบทุกสถานที่ที่เราเข้าไปชมและถ่ายรูป เราเป็นเพียง ๒ คนที่อยู่ในนั้น    ทำให้มีความสะดวก   แต่ก็ไม่มีเอกสารหรือเจ้าหน้าที่ที่เราจะซักถามหาความรู้    แถมป้ายชื่อต้นไม้ก็มีบ้างไม่มีบ้าง   คนชอบต้นไม้อย่างผมอยากรู้จักชื่อ สำหรับเอาไปค้นต่อได้ 

 

วิจารณ์ พานิช
๒๔ ก.ค. ๕๓

                   
  

ลานหน้าอุทยาน  เห็นฮวงจุ้ยที่มีภูเขาเป็นฉากหลัง

 

ทางเข้า

 

สาวน้อยในสวน

 

มองเห็นลานราชเฉลิมพระเกียรติและหอคำอยู่ไกลๆ

 

 

ลานราชเฉลิมพระเกียรติและหอคำ

 

 

หอคำ

 

 

ภายในหอคำ

 

 ถ่ายจากหอคำ เห็นเรือนไทยอยู่ทางซ้ายมือ

 

ถ่ายจากเรือนไทย เห็นหอคำเด่นเป็นสง่า

 

ความงามของหอคำ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (6)

เขียนเมื่อ 
  • ตามมาดูสาวน้อยเที่ยวครับ
  • สถานที่สวยมาก
  • ยังไม่มีโอกาสได้แวะไปดูเลยครับ
เขียนเมื่อ 

ว้าว ... ผ่านทุกวัน แต่ไม่ได้เข้าไปชมฤดูฝนเลยครับ อาจารย์หมอ ;)

เขียนเมื่อ 

ยังงดงามเหมือนเดิมนะค่ะหนูเคยไปตอนงานพืชสวนโลกค่ะเห็นรูปเก่าๆยังคิดเลยว่าตอนนี้เขาจะเปลี่ยนพื้นที่ที่เคยจัดงานเป็นย่างไร

ขอบคุณที่ท่านนำแบ่งปันค่ะ

ขอบคุณค่ะ...เข้าใจว่าสวนนี้มีลักษณะเป็น functional คือเป็น botanical garden ในสัดส่วนที่น้อยกว่าสถานเป็นที่จัดงานพฤกษศาสตร์ระดับประเทศ ..จึงไม่คึกคักเมื่อไม่มีเทศกาล...ความมีชีวิตชีวาจึงต่างกับสวนที่พระตำหนักดอยตุง

เขียนเมื่อ 

ชอบๆ บรรยากาศ กับต้นไม้ อยากไปอีกรอบ ^___^

เขียนเมื่อ 

ดูภาพ หอคำ, เรือนไทย และบรรยากาศรอบๆ ที่ท่านกรุณาโพสก์ให้ได้ดูชมแล้ว รู้สึกได้ถึงความวิจิตรพิสดาร ความปราณีต และความมีเอกลักษณ์ที่งดงามของคนไทย ม้นสะท้อนให้เห็นว่า คนไทยมีอารยธรรมที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่สัมผัสได้แม้ในตัวตนของคนไทย ขอให้เอกลักษณ์ที่งดงามของคนไทย ไปปรากฏที่รอย "ยิ้มสยาม" ของคนไทยทุกคน ด้วยนะครับ