เดี๋ยวนี้ผมเปลี่ยนใจแล้ว ผมตระหนักว่าไม่มีใครเลยที่เลวบริสุทธิ์ หรือดีบริสุทธิ์ (รวมทั้งผม) ผมจึงฝึกคิดใหม่ ว่าคนทุกคนเป็นคนดี ผมจะคบคนดี เพื่อฝึกฝนเรียนรู้ส่วนดีจากเขา ในแต่ละคนผมจะคบส่วนดีของเขา ละเลยไม่เกี่ยวข้องส่วนที่บกพร่องหรือชั่ว คิดอย่างนี้แล้วสบายใจ และได้กำไรมาก เพราะได้คบคนดีอยู่ตลอดเวลา
ชีวิตยามชราพาผมออกไปพบผู้คนมากขึ้น หลากหลายยิ่งขึ้น และส่วนใหญ่เป็นคนที่ผมคิดว่ามีความสามารถสูงกว่าผม อย่างน้อยก็บางด้าน และมีจำนวนมากที่ผมปีนกระไดอย่างไรก็ไม่มีทางเทียบได้เลย
ผมฝึกฝนตนเองให้เรียนรู้จากท่านเหล่านี้ ผมหมั่นสังเกต ฝึกทักษะครูพักลักจำเพื่อซึมซับความรู้ความสามารถของท่านเหล่านี้ และพบว่าทำได้น้อย เพราะคนเก่งเหล่านั้นเก่งระดับความสามารถเฉพาะตัว
เพื่อลดความรู้สึกคับข้องใจผิดหวังตนเองที่ไม่สามารถเรียนรู้บางเรื่องได้มากนัก ผมปลอบใจตนเองว่า แค่เรียนได้สัก ๓๐% ก็เหลือแหล่แล้ว อย่าโลภมาก
สมัยยังหนุ่มผมทำความผิดให้แก่ตัวเอง ที่ปฏิเสธคนที่ผมตราว่าเป็นคนไม่ดี ส่วนมากเป็นคนเห็นแก่ตัว หรือไม่ซื่อสัตย์ หรือเป็นคนเล่นพวก เมื่อจิตใจปฏิเสธเขาเช่นนั้น ผมก็จะเหมาว่าเขาเป็นคนไม่ดีทั้งตัวหรือทั้งหมด และรังเกียจคนเหล่านั้น
เดี๋ยวนี้ผมเปลี่ยนใจแล้ว ผมตระหนักว่าไม่มีใครเลยที่เลวบริสุทธิ์ หรือดีบริสุทธิ์ (รวมทั้งผม) ผมจึงฝึกคิดใหม่ ว่าคนทุกคนเป็นคนดี ผมจะคบคนดี เพื่อฝึกฝนเรียนรู้ส่วนดีจากเขา ในแต่ละคนผมจะคบส่วนดีของเขา ละเลยไม่เกี่ยวข้องส่วนที่บกพร่องหรือชั่ว คิดอย่างนี้แล้วสบายใจ และได้กำไรมาก เพราะได้คบคนดีอยู่ตลอดเวลา
ความยากอยู่ตรงที่ต้องมีสติ (และปัญญา) แยกแยะ อย่าหลงไปเอาอย่างส่วนที่บกพร่องของเขา อย่าหลงไปคิดว่าส่วนบกพร่องเป็นส่วนดี
การทำแบบฝึกหัดแยกแยะส่วนดีของคน เอาไว้เป็นครูสอนเรา เอาไว้เป็นแบบฝึกหัดฝึกด้านดีแก่ตัวเองเช่นนี้ สนุกและประเทืองปัญญามาก รวมทั้งให้มิตรไมตรีดีกว่าวิธีเก่าที่ผมใช้ตอนหนุ่มๆ สิ่งที่ได้ฝึกอยู่ตลอดเวลาคือแผ่เมตตา
นอกจากคบส่วนดีเพื่อการเรียนรู้แล้ว ยังมีประโยชน์ในด้านการทำงานเพื่อส่วนรวม เมื่อเรายอมรับนับถือด้านดีของเขา เราก็เอาด้านดีด้านเก่งของเขาเอามาทำ KM ขยายผล สร้างประโยชน์ส่วนรวมได้อย่างมีพลัง เป็นพลังที่ตัวผมเองไม่มีทางทำได้ และถ้าผมตั้งตัวเป็นศัตรูกับด้านไม่ดีของเขาเขา ก็จะไม่มีทางได้ความสามารถด้านดีของเขามาใช้งานเพื่อส่วนรวม
ผมเรียกว่า เป็นการคบคนดีแบบแยกส่วน ไม่เหมารวม และตามนัยยะนี้ ทุกคนเป็นคนดี
เพื่อลดความรู้สึกคับข้องใจผิดหวังตนเองที่ไม่สามารถเรียนรู้บางเรื่องได้มากนัก ผมปลอบใจตนเองว่า แค่เรียนได้สัก ๓๐% ก็เหลือแหล่แล้ว อย่าโลภมาก
สมัยยังหนุ่มผมทำความผิดให้แก่ตัวเอง ที่ปฏิเสธคนที่ผมตราว่าเป็นคนไม่ดี ส่วนมากเป็นคนเห็นแก่ตัว หรือไม่ซื่อสัตย์ หรือเป็นคนเล่นพวก เมื่อจิตใจปฏิเสธเขาเช่นนั้น ผมก็จะเหมาว่าเขาเป็นคนไม่ดีทั้งตัวหรือทั้งหมด และรังเกียจคนเหล่านั้น
เดี๋ยวนี้ผมเปลี่ยนใจแล้ว ผมตระหนักว่าไม่มีใครเลยที่เลวบริสุทธิ์ หรือดีบริสุทธิ์ (รวมทั้งผม) ผมจึงฝึกคิดใหม่ ว่าคนทุกคนเป็นคนดี ผมจะคบคนดี เพื่อฝึกฝนเรียนรู้ส่วนดีจากเขา ในแต่ละคนผมจะคบส่วนดีของเขา ละเลยไม่เกี่ยวข้องส่วนที่บกพร่องหรือชั่ว คิดอย่างนี้แล้วสบายใจ และได้กำไรมาก เพราะได้คบคนดีอยู่ตลอดเวลา
ความยากอยู่ตรงที่ต้องมีสติ (และปัญญา) แยกแยะ อย่าหลงไปเอาอย่างส่วนที่บกพร่องของเขา อย่าหลงไปคิดว่าส่วนบกพร่องเป็นส่วนดี
การทำแบบฝึกหัดแยกแยะส่วนดีของคน เอาไว้เป็นครูสอนเรา เอาไว้เป็นแบบฝึกหัดฝึกด้านดีแก่ตัวเองเช่นนี้ สนุกและประเทืองปัญญามาก รวมทั้งให้มิตรไมตรีดีกว่าวิธีเก่าที่ผมใช้ตอนหนุ่มๆ สิ่งที่ได้ฝึกอยู่ตลอดเวลาคือแผ่เมตตา
นอกจากคบส่วนดีเพื่อการเรียนรู้แล้ว ยังมีประโยชน์ในด้านการทำงานเพื่อส่วนรวม เมื่อเรายอมรับนับถือด้านดีของเขา เราก็เอาด้านดีด้านเก่งของเขาเอามาทำ KM ขยายผล สร้างประโยชน์ส่วนรวมได้อย่างมีพลัง เป็นพลังที่ตัวผมเองไม่มีทางทำได้ และถ้าผมตั้งตัวเป็นศัตรูกับด้านไม่ดีของเขาเขา ก็จะไม่มีทางได้ความสามารถด้านดีของเขามาใช้งานเพื่อส่วนรวม
ผมเรียกว่า เป็นการคบคนดีแบบแยกส่วน ไม่เหมารวม และตามนัยยะนี้ ทุกคนเป็นคนดี
เดี๋ยวนี้ผมเปลี่ยนใจแล้ว ผมตระหนักว่าไม่มีใครเลยที่เลวบริสุทธิ์ หรือดีบริสุทธิ์ (รวมทั้งผม) ผมจึงฝึกคิดใหม่ ว่าคนทุกคนเป็นคนดี ผมจะคบคนดี เพื่อฝึกฝนเรียนรู้ส่วนดีจากเขา ในแต่ละคนผมจะคบส่วนดีของเขา ละเลยไม่เกี่ยวข้องส่วนที่บกพร่องหรือชั่ว คิดอย่างนี้แล้วสบายใจ และได้กำไรมาก เพราะได้คบคนดีอยู่ตลอดเวลา
ความยากอยู่ตรงที่ต้องมีสติ (และปัญญา) แยกแยะ อย่าหลงไปเอาอย่างส่วนที่บกพร่องของเขา อย่าหลงไปคิดว่าส่วนบกพร่องเป็นส่วนดี
การทำแบบฝึกหัดแยกแยะส่วนดีของคน เอาไว้เป็นครูสอนเรา เอาไว้เป็นแบบฝึกหัดฝึกด้านดีแก่ตัวเองเช่นนี้ สนุกและประเทืองปัญญามาก รวมทั้งให้มิตรไมตรีดีกว่าวิธีเก่าที่ผมใช้ตอนหนุ่มๆ สิ่งที่ได้ฝึกอยู่ตลอดเวลาคือแผ่เมตตา
นอกจากคบส่วนดีเพื่อการเรียนรู้แล้ว ยังมีประโยชน์ในด้านการทำงานเพื่อส่วนรวม เมื่อเรายอมรับนับถือด้านดีของเขา เราก็เอาด้านดีด้านเก่งของเขาเอามาทำ KM ขยายผล สร้างประโยชน์ส่วนรวมได้อย่างมีพลัง เป็นพลังที่ตัวผมเองไม่มีทางทำได้ และถ้าผมตั้งตัวเป็นศัตรูกับด้านไม่ดีของเขาเขา ก็จะไม่มีทางได้ความสามารถด้านดีของเขามาใช้งานเพื่อส่วนรวม
ผมเรียกว่า เป็นการคบคนดีแบบแยกส่วน ไม่เหมารวม และตามนัยยะนี้ ทุกคนเป็นคนดี
การทำแบบฝึกหัดแยกแยะส่วนดีของคน เอาไว้เป็นครูสอนเรา เอาไว้เป็นแบบฝึกหัดฝึกด้านดีแก่ตัวเองเช่นนี้ สนุกและประเทืองปัญญามาก รวมทั้งให้มิตรไมตรีดีกว่าวิธีเก่าที่ผมใช้ตอนหนุ่มๆ สิ่งที่ได้ฝึกอยู่ตลอดเวลาคือแผ่เมตตา
นอกจากคบส่วนดีเพื่อการเรียนรู้แล้ว ยังมีประโยชน์ในด้านการทำงานเพื่อส่วนรวม เมื่อเรายอมรับนับถือด้านดีของเขา เราก็เอาด้านดีด้านเก่งของเขาเอามาทำ KM ขยายผล สร้างประโยชน์ส่วนรวมได้อย่างมีพลัง เป็นพลังที่ตัวผมเองไม่มีทางทำได้ และถ้าผมตั้งตัวเป็นศัตรูกับด้านไม่ดีของเขาเขา ก็จะไม่มีทางได้ความสามารถด้านดีของเขามาใช้งานเพื่อส่วนรวม
ผมเรียกว่า เป็นการคบคนดีแบบแยกส่วน ไม่เหมารวม และตามนัยยะนี้ ทุกคนเป็นคนดี
ผมเรียกว่า เป็นการคบคนดีแบบแยกส่วน ไม่เหมารวม และตามนัยยะนี้ ทุกคนเป็นคนดี
เห็นด้วยกับอาจารย์ครับ
ในความทุกข์ก็มีความสุข (สุขที่สอนให้เรารู้ว่าโลกนี้มีความทุกข์)
ในความสุขก็มีความทุกข์ (ทุกข์ที่กลัวมันไม่ยั่งยืน)
ไม่ทุกข์ไม่สุขดีที่สุดครับ (แต่ยังห่างไกลสำหรับผม)
ขอบคุณค่ะ..ข้อคิดนี้ตรงกับคติธรรมที่สอนมิให้เพ่งโทษผู้อื่น แต่มุ่งพิจารณาแก้ไขตนเอง..
" ผมเรียกว่า เป็นการคบคนดีแบบแยกส่วน ไม่เหมารวม และตามนัยยะนี้ ทุกคนเป็นคนดี "
ชอบประโยคนี้มาก ๆ ค่ะ
จะเก็บไว้เป็นคำสอนจากอาจารย์ ไว้เตือนตน
ขอบคุณค่ะ
เข้ามาอ่านบันทึกเช้าวันนี้ของอาจารย์แล้วได้ความรู้ ขอขอบพระคุณครับ