ไปกอดแม่ ไปกราบแม่ ไปบอว่า แม่จ๋า ผม หนู รักแม่นะ มากๆ ด้วย..............
ยามที่เรายังเล็ก เรามักจะอยู่ในอ้อมกอดของแม่เสมอ
ยามที่เราตกใจ กลัว เรามักจะวิ่งไปหาแม่ แล้วกอดแม่จนแน่น ในขณะที่แม่ก็กอดเรา ลูบหลัง ลูบหัวเรา ตบบ่าเรา เพื่อให้เราอบอุ่นและมั่นใจว่าปลอดภัย
ยามเราโตมา เมื่อใดที่เราได้กลับไปหาท่าน ไปกราบ ไปกอด ท่านก็จะเอามือลูบหัวเราแล้วก็อวยชัยให้พร
เรารู้ว่าคนรอบตัวเรา ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร
เรารู้ว่าครรักเราชอบอะไร ไม่ชอบอะไร
แล้วรู้หรือเปล่าว่า แม่เราชอบอะไร ไม่ชอบอะไร
ไม่ต้องไปถามเพราะท่านจะไม่ค่อยบอก ด้วยกลัวว่าเราจะลำบาก เกรงใจเรา หรือเกรงใจคู่ของเรา
วันหยุดนี้หาโอกาส กลับไปกอดแม่กันดีกว่า
ไม่ต้องบอกว่าไม่มีเวลา ไม่มีเงิน
เพราะเราใช้มันอย่างเต็มที่กับสิ่งอื่นๆได้
เราขวนขวายหามันมาเพื่อคนอื่นได้
ทำไม่เราจะหา เราจะมี เพื่อแม่ของเราบ้างไม่ได้
ไปกอดแม่ ไปกราบแม่ ไปบอว่า แม่จ๋า ผม หนู รักแม่นะ มากๆ ด้วย..............
มีคำโบราณบันทึกไว้ว่า "จูบจอมถนอมเกล้า กอดประทับรับขวัญ"
"จูบจอมถนอมเกล้า" คือแม่จะจูบที่หน้าผากลูก ลูบผมลูกแสดงความยินดีเมื่อลูกประสบความสำเร็จ
"กอดประทับรับขวัญ" คือแม่จะดึงลูกมากอดในยามที่ลูกตกใจ พ่ายแพ้ เสียใจ พร้อมลูบหลังปลอบใจ
นี่คือ แม่ แม่ แม่
"แม่นี้มีบุญคุณอันใหญ่หลวง ที่เฝ้าหวงห่วงลูกแต่หลังเมื่อยังนอนเปล......" แต่ก่อนผมก็ไม่ค่อยได้รับรู้ถึงความรู้สึกว่าแม่รักลูกเท่าใด จนถึงวันนี้ผมมีลูกเป็นของตัวเอง ผมถึงรับรู้ถึงความรู้สึกได้ว่าคนเป็น พ่อ เป็น แม่ รักลูกแค่ไหน โดยเฉพาะแม่ผู้ให้กำเนิด ให้เราได้อาศัยฟูมฟักตั้งแต่เป็นเซลล์ที่มีชีวิตจนเติบโตเป็นตัวเป็นตนคลอดทารกน้อยออกมาแล้วก็ยังเฝ้าคอยประคบประงมจนเติบใหญ่ ผมคิดว่าไม่มีวันใดในชีวิตที่แม่ไม่คิดถึงลูก และลูกๆอย่างพวกเราก็เช่นกันครับ ถึงแม้ทุกวันนี้เราจะมีบทบาทเป็น พ่อ เป็น แม่ คนแล้วก็ตาม มีเรื่องจริงที่ได้รับความรู้มาจากสารคดีและผมก็ไม่เคยรู้มาก่อนเล่าให้ฟังครับ
ผมเพิ่งจะรู้จริงๆนะครับว่าเจ้าปลาหมึกยักษ์ ที่เราเห็นมันในสารคดีบ้าง บนโต๊ะอาหารบ้าง (ผมก็ชอบกิน) มันสามารถวางไข่ได้เพียงครั้งเดียวในช่วงชีวิตของมัน และเมื่อมันวางไข่ (โดยการแขวนถุงไข่ไว้บริเวณใต้โพรงก้อนหินใหญ่ๆ) มันจะคอยเฝ้าดูแลฟูมฟัก ทำความสะอาดไม่ให้ตะไคร่น้ำจับ คอยพ่นน้ำเติมอ็อกซิเจน อยู่อย่างนี้เป็นเวลากว่า ๖ เดือน โดยมันจะไม่ไปไหน และไม่กินอะไรเลยในช่วงนี้ จนลูกๆของมันออกมาจากไข่ทีละฟองนับแสนๆตัวช่วงเวลานี้มันก็ยังคอยดูแลพ่นน้ำให้เจ้าลูกปลาหมึกน้อย ในขณะที่มันก็อ่อนแรงลงเต็มทีจนลมหายใจเฮือกสุดท้ายของมัน ท้ายที่สุดมันก็จบชีวิตไป และนี่คือการให้กำเนิดที่ต้องแลกมาด้วยชีวิตแต่วงจรชีวิตของเจ้าปลาหมึกยักษ์มันก็เป็นอย่างมาช้านานแล้ว สิ่งนี้เป็นความรู้ใหม่ของผมจริงๆ และทำให้ผมเลิกกินเจ้าปลาหมึกพวกนี้อีกต่อไป เพราะพวกเขาคือ ครูของผม ทำให้ผมตระหนักคิดได้หลายเรื่องหลายราวทีเดียว
พวกมนุษย์ที่แสนประเสริฐทั้งหลาย แต่ยังไม่รู้จักความรับผิดชอบ เอาลูกไปทิ้งทั้งขยะบ้าง ฆ่าลูกทิ้งบ้าง ปล่อยให้ไปสร้างปัญหาสังคมบ้าง แล้วมักจะอ้างว่าไม่พร้อม ยากจน ผมคิดว่าการที่คนจะเป็นคนดีได้นั้นไม่เกี่ยวกับความรวย ความจน เลยนะครับ แต่มันอยู่ที่สันดานของผู้ให้กำเนิดมากกว่า (ผมไม่ได้ใช้คำหยาบคายนะครับ แต่คำนี้มันตรงและเข้าใจง่ายดี)