"แม่นี้มีบุญคุณอันใหญ่หลวง ที่เฝ้าหวงห่วงลูกแต่หลังเมื่อยังนอนเปล......" แต่ก่อนผมก็ไม่ค่อยได้รับรู้ถึงความรู้สึกว่าแม่รักลูกเท่าใด จนถึงวันนี้ผมมีลูกเป็นของตัวเอง ผมถึงรับรู้ถึงความรู้สึกได้ว่าคนเป็น พ่อ เป็น แม่ รักลูกแค่ไหน โดยเฉพาะแม่ผู้ให้กำเนิด ให้เราได้อาศัยฟูมฟักตั้งแต่เป็นเซลล์ที่มีชีวิตจนเติบโตเป็นตัวเป็นตนคลอดทารกน้อยออกมาแล้วก็ยังเฝ้าคอยประคบประงมจนเติบใหญ่ ผมคิดว่าไม่มีวันใดในชีวิตที่แม่ไม่คิดถึงลูก และลูกๆอย่างพวกเราก็เช่นกันครับ ถึงแม้ทุกวันนี้เราจะมีบทบาทเป็น พ่อ เป็น แม่ คนแล้วก็ตาม มีเรื่องจริงที่ได้รับความรู้มาจากสารคดีและผมก็ไม่เคยรู้มาก่อนเล่าให้ฟังครับ
ผมเพิ่งจะรู้จริงๆนะครับว่าเจ้าปลาหมึกยักษ์ ที่เราเห็นมันในสารคดีบ้าง บนโต๊ะอาหารบ้าง (ผมก็ชอบกิน) มันสามารถวางไข่ได้เพียงครั้งเดียวในช่วงชีวิตของมัน และเมื่อมันวางไข่ (โดยการแขวนถุงไข่ไว้บริเวณใต้โพรงก้อนหินใหญ่ๆ) มันจะคอยเฝ้าดูแลฟูมฟัก ทำความสะอาดไม่ให้ตะไคร่น้ำจับ คอยพ่นน้ำเติมอ็อกซิเจน อยู่อย่างนี้เป็นเวลากว่า ๖ เดือน โดยมันจะไม่ไปไหน และไม่กินอะไรเลยในช่วงนี้ จนลูกๆของมันออกมาจากไข่ทีละฟองนับแสนๆตัวช่วงเวลานี้มันก็ยังคอยดูแลพ่นน้ำให้เจ้าลูกปลาหมึกน้อย ในขณะที่มันก็อ่อนแรงลงเต็มทีจนลมหายใจเฮือกสุดท้ายของมัน ท้ายที่สุดมันก็จบชีวิตไป และนี่คือการให้กำเนิดที่ต้องแลกมาด้วยชีวิตแต่วงจรชีวิตของเจ้าปลาหมึกยักษ์มันก็เป็นอย่างมาช้านานแล้ว สิ่งนี้เป็นความรู้ใหม่ของผมจริงๆ และทำให้ผมเลิกกินเจ้าปลาหมึกพวกนี้อีกต่อไป เพราะพวกเขาคือ ครูของผม ทำให้ผมตระหนักคิดได้หลายเรื่องหลายราวทีเดียว
พวกมนุษย์ที่แสนประเสริฐทั้งหลาย แต่ยังไม่รู้จักความรับผิดชอบ เอาลูกไปทิ้งทั้งขยะบ้าง ฆ่าลูกทิ้งบ้าง ปล่อยให้ไปสร้างปัญหาสังคมบ้าง แล้วมักจะอ้างว่าไม่พร้อม ยากจน ผมคิดว่าการที่คนจะเป็นคนดีได้นั้นไม่เกี่ยวกับความรวย ความจน เลยนะครับ แต่มันอยู่ที่สันดานของผู้ให้กำเนิดมากกว่า (ผมไม่ได้ใช้คำหยาบคายนะครับ แต่คำนี้มันตรงและเข้าใจง่ายดี)